Category: ไลฟ์สไตล์

  • มอเตอร์เวย์สาย 7 อลหม่าน! น็อตสกรูหล่นเกลื่อนถนน ทำรถยางรั่วระนาวเกือบ 100 คัน

    มอเตอร์เวย์สาย 7 อลหม่าน!น็อตสกรูหล่นเกลื่อนถนน ทำรถยางรั่วระนาวเกือบ 100 คัน ทำรถติดหนึบ 3 กิโลเมตรจากกรณีเกิดอุบัติเหตุสิ่งของตกหล่นบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) สาย 7 ขาออก ช่วงบริเวณกิโลเมตรที่ 39+600 ซึ่งมีเศษน็อตและสกรูจำนวนมากร่วงหล่นและกระจายเกลื่อนอยู่บนพื้นผิวถนน จนส่งผลให้รถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาในเส้นทางดังกล่าวเหยียบเข้าอย่างจัง และประสบปัญหายางรถยนต์รั่วได้รับความเสียหายรวมแล้วเกือบ 100 คันรถยางรั่วระนาวเกือบ 100 คันปัจจุบัน สถานการณ์ในจุดเกิดเหตุได้รับความช่วยเหลือและแก้ไขอย่างทันท่วงที โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังเข้าจัดเก็บเศษน็อตและสกรูทั้งหมดออกจากพื้นผิวการจราจรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังได้ทำการเคลื่อนย้ายรถยนต์ของผู้เสียหายทุกคัน ที่จอดกีดขวางทางวิ่ง เนื่องจากยางรั่ว ออกพ้นพื้นที่ผิวจราจรทั้งหมด เพื่อเปิดเส้นทางให้รถคันอื่น ๆ สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัยอีกครั้งทั้งนี้ ทางตำรวจทางหลวงได้ออกประกาศประชาสัมพันธ์แจ้งสิทธิให้แก่ประชาชนและกลุ่มเจ้าของรถยนต์เกือบ 100 คันที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ว่าสามารถเดินทางไปเข้าแจ้งความร้องทุกข์และลงบันทึกประจำวัน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปได้ที่ สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 8 (สทล.1 กองกำกับการ 8) เพื่อประสานงานสืบหาข้อเท็จจริงและเอาผิดกับผู้ที่ทำสิ่งของตกหล่นต่อไปขอบคุณ : อุบัติเหตุ-ข่าวสาร หนองไม้แดง จ.ชลบุรี , Tiew on Boardอ่านข่าวเพิ่มเติมอดีตนักแข่ง F1…

  • เปิดลิสต์ อาหาร 6 ชนิด “ห้ามอุ่นซ้ำ” เหลือทิ้งทันที กินไปเสี่ยงท้องเสีย สะสมพิษระยะยาว

    ระวัง! 6 อาหารห้ามอุ่นซ้ำ เสี่ยงท้องเสีย สะสมสารพิษ ก่อโรคเรื้อรัง หนักสุดมะเร็ง!ระวัง! 6 อาหารห้ามอุ่นซ้ำ เสี่ยงท้องเสีย สะสมสารพิษ ก่อโรคเรื้อรัง หนักสุดมะเร็ง!การอุ่นอาหารที่เหลือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่ปลอดภัย หากนำอาหารบางชนิดกลับมาอุ่นซ้ำ อาจก่อให้เกิดสารพิษหรือแบคทีเรียอันตรายต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะอาหาร 6 ประเภทนี้ควรทิ้งไปแทนที่จะนำมาอุ่นใหม่1. เห็ดเห็ดมีโปรตีนและเอนไซม์หลายชนิด ซึ่งจะสลายตัวเมื่อถูกความร้อนซ้ำ ทำให้เกิดสารพิษต่อระบบย่อยอาหาร ดร. ตรินห์ ถิ ไห่ เยน (ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ โรงพยาบาลบัคไม) เตือนว่า การอุ่นเห็ดซ้ำอาจทำให้ท้องอืด ท้องเสีย หรืออาการเป็นพิษได้2. อาหารทะเลปลากุ้ง ปลาหมึก และอาหารทะเลอื่นๆ มีความเสี่ยงต่อแบคทีเรียหลังเก็บรักษา หากนำไปอุ่นซ้ำ สารพิษจากแบคทีเรียอาจทำให้ท้องเสียหรือเกิดการติดเชื้อในตับได้3. ผักโขมและผักใบเขียวผักโขมมีไนเตรตสูง เมื่ออุ่นซ้ำไนเตรตจะเปลี่ยนเป็นไนไตรต์และไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ดร.หวง ถิ หลาน อัญ แนะนำให้รับประทานทันทีหลังปรุงสุกและหลีกเลี่ยงการอุ่นซ้ำ4. ไข่ต้มยางมะตูมไข่ลวกมีความเสี่ยงต่อเชื้อซัลโมเนลลา การอุ่นซ้ำไม่สามารถฆ่าเชื้อได้ทั้งหมด จึงควรรับประทานทันทีหลังต้มเสร็จ5. เห็ดหูหนูขาวเห็ดหูหนูมีไนเตรตสูง หลังปรุงสุกอาจเกิดไนไตรต์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและระบบเม็ดเลือด การอุ่นซ้ำหลายครั้งอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ดังนั้นควรรับประทานทันทีหลังปรุง6.…

  • สื่อเขมรชี้ “ข้าวเหนียวมะม่วง” ของกัมพูชา คือ เสน่ห์แห่งอาเซียน ชาวเน็ตไทยแห่ไปคอมเมนต์รัวๆ

    สื่อเขมร นำเสนอ “ข้าวเหนียวมะม่วง” ว่าเป็นขนมพื้นบ้านสุดคลาสสิก สะท้อนความสมบูรณ์ในฤดูเก็บเกี่ยว และความเอื้อเฟื้อของคนกัมพูชา งานนี้ชาวเน็ตไทยแห่กันไปคอมเมนต์ดุเดือดสื่อประเทศกัมพูชา “Cambodianess” โพสต์ภาพและเนื้อหาสั้นๆในหมวดวัฒนธรรม (Culture) โดยระบุว่าข้าวเหนียวมะม่วงกัมพูชา: ความเรียบง่ายที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งวิถีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชามดินเผาใบเล็ก ข้าวเหนียวมูนหอมกรุ่นจากกะทิ และมะม่วงกัมพูชาที่สุกงอมด้วยแสงแดดแห่งประเทศเขตร้อน ก็สามารถหลอมรวมกันเป็นของหวานคลาสสิกที่อยู่คู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มายาวนานขนมหวานพื้นบ้านจานนี้อุดมไปด้วยความหอมมันของกะทิและความหวานละมุนจากนม ผสานเข้ากับรสชาติของมะม่วงสุกอย่างลงตัว สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ในฤดูกาลเก็บเกี่ยว และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่หยั่งรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตในกัมพูชา การแบ่งปันข้าวเหนียวมะม่วงหลังมื้ออาหารมิได้เป็นเพียงการรับประทานของหวานเท่านั้น หากยังเปรียบเสมือนพิธีกรรมเล็กๆ แห่งความอบอุ่น ความทรงจำ และแสงแดดแห่งดินแดนเขตร้อนทั้งนี้ เมื่อเนื้อหานี้เผยแพร่ออกไปในแฟนเพจของ Cambodianess มีชาวไทยไปร่วมแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น- แค่สีมะม่วงก็สยองแล้ว- นั่นมัน ข้าวกับมะม่วง- จะเป็นไทยให้ได้เลย- อย่าลืม ไปขึ้นทะเบียนกับ ยูเนสโกนะ- แน่ใจนะว่ามันคือข้าวเหนียวมะม่วงwebsite : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO

  • นึกว่าตาฝาด ชาวบ้านขึ้นเขาไปเก็บถั่งเช่า แต่สิ่งที่เจอในถ้ำทำเอาใจหายแวบ

    นึกว่าตาฝาด ชาวบ้านขึ้นเขาไปเก็บถั่งเช่า แต่สิ่งที่เจอในถ้ำทำเอาใจหายแวบ เกือบหัวใจจะวาย… นึกว่าจะโดนเจ้าถิ่นขย้ำซะแล้ว แต่งานนี้บอกเลยว่าจากความระทึกกลายเป็นความโกรธ (เอ้ย ความเอ็นดู) และเป็นบุญตามากๆ ค่ะนึกว่าตาฝาด ชาวบ้านขึ้นเขาไปเก็บถั่งเช่า แต่สิ่งที่เจอในถ้ำทำเอาใจหายแวบชาวบ้านเสฉวนไปเก็บถังเช่า สุดท้ายเจอ 'รังลูกเสือดาว'มู่หลี่, 4 มิ.ย. สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า — ไม่นานนี้ ชาวบ้านในอำเภอปกครองตนเองมู่หลี่ มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ได้พบลูกเสือดาวสองตัวที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นาน ขณะเข้าไปเก็บถั่งเช่าบนพื้นที่ราบสูงนึกว่าตาฝาด ชาวบ้านขึ้นเขาไปเก็บถั่งเช่า แต่สิ่งที่เจอในถ้ำทำเอาใจหายแวบเจ้าหน้าที่จากสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าของอำเภอเผยว่า เสือดาวจัดเป็นสัตว์คุ้มครองระดับ 1 ของจีน การพบเห็นลูกเสือดาวป่าในระยะประชิดเช่นนี้เกิดขึ้นได้ยากมาก วิดีโอที่บันทึกได้นี้จึงมีค่าอย่างยิ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เคยพบเสือดาวตัวเต็มวัยเพศเมียออกหากินในบริเวณดังกล่าว ผ่านกล้องดักถ่ายภาพอินฟราเรด จึงคาดว่าแม่เสือดาวอาจจะออกไปล่าสัตว์และปล่อยให้ลูกเสือดาวทั้งสองอยู่ในถ้ำตามลำพังขอบคุณที่มาจาก : สำนักข่าวซินหัว

  • ดราม่า ชื่อ “นาคาไททัน” ไดโนเสาร์ไทยตัวใหม่ของโลก ชาวโลกชื่นชม แต่ชาวเน็ตไทยบางคนกลับด้อยค่าความเป็นไทย

    ดราม่าแบบไม่น่าจะเกิด สำหรับชื่อ “นาคาไททัน” ไดโนเสาร์พันธุ์ไทยชนิดใหม่ของโลก ตัวใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งชาวโลกและชาวไทยส่วนใหญ่ต่างชื่นชม แต่กลับมีชาวเน็ตไทยบางคนรับความเป็นไทยไม่ได้ ทั้งด้อยค่า บูลลี่ ล้อเลียน ดูถูกชื่อนาคาไททันสารพัด ทั้ง ๆ นี่คืออีกหนึ่งการประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ของไดโนเสาร์พันธุ์ไทย และความก้าวหน้าทางงานบรรพชีวินวิทยาต่อสายตาชาวโลกถือเป็นอีกข่าวดีของประเทศไทยที่วันนี้ บ้านเรามีไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตัว เป็นไดโนเสาร์พันธุ์ไทยชนิดใหม่ของโลก ลำดับที่ 14 ที่มีความพิเศษชวนตะลึงคือ เป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน เท่าที่มีการสำรวจพบในปัจจุบันไดโนเสาร์พันธุ์ไทยชนิดใหม่ของโลกตัวนี้ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ ว่า “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” (Nagatitan chaiyaphumensis) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “นาคาไททัน” ซึ่งทางเพจ กรมทรัพยากรธรณี ได้ให้รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับนาคาไททัน ไว้ว่า#นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส ไดโนเสาร์ชนิดใหม่ และใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในประเทศไทย.ทีมนักบรรพชีวินวิทยาชาวไทยและสหราชอาณาจักร ค้นพบและศึกษาซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์คอยาวชนิดใหม่ของโลก 'นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส' (Nagatitan chaiyaphumensis) ณ บ้านพนังเสื่อ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ นับเป็นการค้นพบไดโนเสาร์กลุ่มไททาโนซอริฟอร์มขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.ดร.ศิตะ มานิตกุล นักวิจัยจาก ศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม…

  • ลองด่วน! เทน้ำส้มสายชูลงชักโครกทิ้งไว้ข้ามคืน ตื่นเช้ามาเจอผลลัพธ์คาดไม่ถึง

    เคล็ดลับก้นครัว! เทน้ำส้มสายชูลงชักโครกทิ้งไว้ข้ามคืน ผลลัพธ์มหัศจรรย์ที่หลายคนไม่เคยรู้ห้องน้ำ โดยเฉพาะ "โถสุขภัณฑ์" มักเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย กลิ่นไม่พึงประสงค์ และคราบฝังแน่นที่ทำความสะอาดยากที่สุดในบ้าน ในทางวิทยาศาสตร์ คราบเหลืองและคราบหินปูนเหล่านี้ เกิดจากตะกอนแร่ธาตุในน้ำกระด้าง (แคลเซียมและแมกนีเซียม) รวมตัวกับสารในปัสสาวะ เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ชื้น คราบเหล่านี้จะเกาะแน่นกับผิวเคลือบเซรามิก และกลายเป็นต้นเหตุของกลิ่นเหม็นอับหลายคนเลือกแก้ปัญหาด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำเคมีสูตรแรงที่มีคลอรีนหรือกรดไฮโดรคลอริกสูง แม้จะเห็นผลเร็ว แต่แฝงไปด้วยอันตราย ทั้งไอระเหยที่ทำลายระบบทางเดินหายใจ การกัดกร่อนสารเคลือบโถชักโครก และที่ร้ายแรงที่สุดคือ สารเคมีเหล่านี้จะไปฆ่าจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในถังบำบัดน้ำเสีย (ถังแซท) ส่งผลให้ส้วมเต็มเร็วและส่งกลิ่นเหม็นย้อนกลับมาเทรนด์รักษ์โลกและรักสุขภาพในปัจจุบัน จึงหันมาใช้ "น้ำส้มสายชูขาว" แทน การเทน้ำส้มสายชูลงชักโครกทิ้งไว้ข้ามคืน ให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งถึง 4 ประการ ดังนี้4 ประโยชน์ของการเทน้ำส้มสายชูลงชักโครกข้ามคืนพลังของน้ำส้มสายชูขาวมาจาก กรดอะซิติก (Acetic Acid) ประมาณ 5-7% แม้จะเป็นกรดอ่อนๆ แต่เมื่อให้เวลาทำปฏิกิริยาอย่างเพียงพอ จะเกิดประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม:สลายคราบเหลืองและคราบหินปูนฝังลึก: กรดอะซิติกทำหน้าที่เป็นตัวทำละลายธรรมชาติ เมื่อสัมผัสกับคราบแคลเซียมคาร์บอเนต (หินปูน) จะทำปฏิกิริยาเคมีอย่างช้าๆ การแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน (6-8 ชั่วโมง) คือช่วงเวลาทองที่กรดจะแทรกซึมลึก ทำให้คราบอ่อนตัวลงและหลุดออกง่ายโดยไม่ต้องออกแรงขัดกำจัดกลิ่นเหม็นได้อย่างเด็ดขาด: กลิ่นฉุนของโถสุขภัณฑ์ส่วนใหญ่มาจากก๊าซแอมโมเนียซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่าง ความเป็นกรดของน้ำส้มสายชูจะเข้าสะเทิน (Neutralize) แอมโมเนียทันที ช่วยดับกลิ่นจากต้นตอ…

  • พี่ชายเจอ เขียดตะปาด มาอาศัย อยู่ตรงรั้วบ้าน เลยใช้เครื่องปริ้นต์ 3 มิติ สร้างบ้านให้ ก่อนจะขยายไปเรื่อย ๆ กลายเป็นคฤหาสน์ มีสวนน้ำให้ด้วย หรูจัด!!

    ก่อนอื่น ต้องขอภัยก่อนเลยสำหรับคนที่กลัวกบ หรือเขียดตะปาด แต่เรื่องนี้มันไวรัลจริง ๆ 55555เรื่องของเรื่องก็คือมีพี่ชายฝรั่งคนนึง เจอ “เขียดตะปาด” มาอาศัยอยู่ตรงเสารั้วบ้าน ด้วยความที่เป็นเจ้าบ้านอ่ะเนอะ แกก็ไม่อยากให้แขกใช้ชีวิตอยู่แบบลำบากลำบนก็เลยใช้เครื่องปริ้นต์ 3 มิติทำบ้านหลังเล็ก ๆ ให้ เอาไปวางไว้บนเสาบ้าน พร้อมกับตั้งชื่อให้เจ้าเขียดตะปาดตัวนั้นด้วยว่า Frodick ปรากฏว่ามันไม่ยอมมาอยู่!! ต้องใช้เวลาอยู่สักพักเลยครับ ราว ๆ สัปดาห์นึง ถึงเจ้า Frodick มันจะเข้ามาอยู่ในบ้านที่เขาสร้างให้ในระหว่างนั้นพี่ชายเจ้าของบ้านก็ถ่ายคลิปคอนเทนต์ลงในต็อก ๆ ไปด้วย พอรู้ว่าเจ้า Frodick ยอมมาอยู่ในบ้านแล้ว คอมเมนต์ก็บอกว่าให้ขยายบ้านให้มันหน่อย ทำเป็นสระน้ำให้น้องด้วยพี่ชายก็จัดไป อัปเกรดบ้านให้เจ้า Frodick ทำทางขึ้น-ลง และส่วนขยายสระว่ายน้ำ + สวนหย่อมให้ด้วยคราวนี้เจ้า Frodick มันชวนเพื่อนมาอยู่ด้วยอีก 2 ตัว แล้วก็มีตัวพอสซัม ที่มาโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ พี่ชายเลยต้องวางแผนขยายบ้านหลังใหม่ให้กับมัน และทำบังเกอร์หลบภัยให้เจ้า Frodick และผองเพื่อนด้วยตอนแรกพี่ชายก็กลัวว่าพอสซัมมันจะมาทำอะไร? จะมาแดร๊กเจ้า Frodick รึเปล่า? แต่ที่ไหนได้ แกแค่จะมากินน้ำก็เลยเป็นที่มาของการขยายบ้านธีมยานอวกาศให้ Frodick…

  • เจ้าของพาน้องหมาไปซื้อไอศกรีม พนักงานเห็นน้องแล้วกรี๊ดสุดๆ จนคนในเน็ตเห็นภาพน้องในกระจก ไม่แปลกใจ ก็ใส่แว่นอย่างหล่อ!

    ไม่ต้องแปลกใจทำไมสาว ๆ กรี๊ดพี่!ไม่นานมานี้เจ้าของน้องเด้นชื่อว่า “เวเดอร์” ได้ทำการติดกล้องไว้บนตัวน้อง และพาน้องไปซื้อไอศกรีมจังหวะที่พนักงานเห็นน้องก็พากันตื่นเต้นและร้องด้วยความเอ็นดูกันใหญ่ จนหลาย ๆ คนที่เห็นคลิปก็สงสัยว่าทำไมพนักงานถึงตื่นเต้นขนาดนี้จนมีคนตาดีสังเกตเห็นเงาสะท้อนของน้องเวเดอร์บนประตูกระจกตอนเจ้าของเปิดเข้าร้านมาช่วงวินาทีแรก ก็เข้าใจทันทีว่าทำไมพนักงานกรี๊ดกันขนาดนี้ก็เพราะน้องเวเดอร์ใส่แว่นตาอย่างเท่เลยยังไงล่ะ!ตอนแรกก็หล่ออยู่แล้ว พอกลายเป็นหนุ่มแว่นยิ่งหล่อขึ้นหลายเท่า ไม่แปลกใจทำไมสาวกรี๊ดด#เหมียวนานะ

  • แฉ 5 อาหารที่คนเข้าใจว่า “คลีน” แต่จริงๆ แล้วน้ำตาลพุ่งยิ่งกว่าน้ำหวาน

    ภาพไฮไลต์หลายคนที่กำลังตั้งใจลดน้ำหนักหรือดูแลสุขภาพ มักจะเริ่มต้นด้วยการเลือกกินอาหารที่ดูเหมือนจะ "คลีน" หรือมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อสุขภาพ แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารบางอย่างที่หน้าตาดูเป็นมิตรและถูกเคลมว่าเฮลตี้ กลับแอบซ่อนน้ำตาลเอาไว้ในปริมาณมหาศาล บางเมนูเผลอกินเข้าไปกราฟน้ำตาลอาจจะพุ่งทะยานยิ่งกว่าการดื่มน้ำอัดลมเสียอีก ไทยรัฐออนไลน์จะมาแฉ 5 เมนูที่มักจะสับขาหลอกสายรักสุขภาพกัน5 เมนูที่มักจะสับขาหลอกสายรักสุขภาพกันโยเกิร์ตรสผลไม้เวลาเดินเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ต โยเกิร์ตมักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของคนที่อยากคุมน้ำหนัก แต่หากคุณหยิบโยเกิร์ตรสผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นรสสตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี หรือวุ้นมะพร้าว ขอให้พลิกดูฉลากโภชนาการด้านหลังก่อน เพราะโยเกิร์ตเหล่านี้มักจะถูกปรุงแต่งด้วยน้ำเชื่อมและน้ำตาลในปริมาณที่สูงมากเพื่อกลบรสเปรี้ยว บางถ้วยมีน้ำตาลสูงเทียบเท่ากับน้ำหวานหนึ่งแก้วเลยทีเดียว ทางที่ดีควรเปลี่ยนมาเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือกรีกโยเกิร์ต แล้วหั่นผลไม้สดใส่ลงไปเองจะปลอดภัยกว่ามากน้ำสลัดไขมันต่ำการกินสลัดผักชามโตดูเป็นการเริ่มต้นมื้ออาหารที่ยอดเยี่ยม แต่หลุมพรางมักจะไปอยู่ที่ "น้ำสลัดไขมันต่ำ" หรือ Low-Fat เมื่อผู้ผลิตสกัดเอาไขมันออกไป รสชาติของน้ำสลัดก็จะชืดลง สิ่งที่พวกเขาทำเพื่อชูรสชาติให้กลับมาอร่อยเหมือนเดิมก็คือการกระหน่ำเติมน้ำตาลและสารปรุงแต่งรสเข้าไปแทน กลายเป็นว่าเราลดไขมันได้จริง แต่กลับได้รับน้ำตาลส่วนเกินมาแบบเต็มๆ แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะกอกสกัดเย็นผสมกับน้ำมะนาวและเกลือเล็กน้อย จะได้ไขมันดีและดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำผลไม้สกัดน้ำผลไม้ดูเหมือนจะเป็นเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยวิตามิน แต่ในกระบวนการคั้นหรือสกัดน้ำผลไม้นั้น กากใยหรือไฟเบอร์ที่มีประโยชน์จะถูกทิ้งไปจนหมด สิ่งที่เหลืออยู่ในแก้วจึงมีเพียงน้ำและ "น้ำตาลฟรุกโตส" แบบเข้มข้น ยิ่งถ้าเป็นน้ำผลไม้กล่องตามท้องตลาด บางยี่ห้อยังมีการเติมน้ำตาลทรายเพิ่มเข้าไปอีก การดื่มน้ำผลไม้จึงทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว กราฟน้ำตาลพุ่งปรี๊ดไม่ต่างจากการกินน้ำเชื่อม หากอยากได้วิตามินจริงๆ การเคี้ยวผลไม้สดทั้งผลจะช่วยให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์ที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้ดีกว่ากราโนล่าสำเร็จรูปกราโนล่าที่ประกอบไปด้วยข้าวโอ๊ต ถั่ว และธัญพืช ฟังดูแล้วเป็นอาหารเช้าที่คลีนสุดๆ แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่คือ กราโนล่าสำเร็จรูปตามท้องตลาดส่วนใหญ่มักจะถูกนำไปคลุกเคล้ากับน้ำผึ้ง น้ำเชื่อม หรือคาราเมลในปริมาณมาก เพื่อให้จับตัวเป็นก้อนกรุบกรอบและมีรสชาติหวานอร่อย กินเพลินๆ…

  • “กาแฟ” กับ “ไข่ต้ม” เผยเหตุผลที่ไม่ควรจับคู่ในมื้อเดียวกัน กินบ่อยๆ ต้องระวัง

    ทำไมไม่ควรจับคู่ 'กาแฟ' กินพร้อม ไข่ต้ม เมนูมื้อเช้ายอดฮิตที่อาจทำลายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว เผยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ทำไมไม่ควรจับคู่ 'กาแฟ' กินพร้อม ไข่ต้ม เมนูมื้อเช้ายอดฮิตที่อาจทำลายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว เผยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์สำหรับคนวัยทำงานหรือสายรักสุขภาพที่ต้องการความเร่งรีบในตอนเช้า เมนู "กาแฟร้อนหนึ่งแก้วคู่กับไข่ต้มสองฟอง" มักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่หลายคนเลือกรับประทาน เพราะได้ทั้งความสดชื่นจากคาเฟอีนและโปรตีนเน้นๆ ที่ทำให้อิ่มท้องได้นาน ทว่าในมิติของโภชนาการและการดูดซึมสารอาหาร การจับคู่สารอาหารสองชนิดนี้มากินพร้อมกันในมื้อเดียว กลับเป็นสิ่งทีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและนักโภชนาการไม่แนะนำอย่างยิ่ง เนื่องจากสารประกอบในกาแฟจะเข้าไปทำปฏิกิริยาขัดขวางคุณค่าทางอาหารของไข่ต้มอย่างน่าเสียดายเจาะ 3 เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ทำไมไม่ควรกินกาแฟคู่กับไข่ต้ม1. สารแทนนินในกาแฟขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กในไข่ไข่ต้ม เป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติที่อุดมไปด้วย "ธาตุเหล็กชนิดนอนฮีม" (Non-Heme Iron) ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการบำรุงโลหิตและเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย ทว่าในน้ำกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า "แทนนิน" (Tannins) และ "โพลีฟีนอล" (Polyphenols) ซึ่งมีคุณสมบัติในการจับตัวกับแร่ธาตุ เมื่อเราดื่มกาแฟพร้อมกับการกินไข่ต้ม สารแทนนินจะเข้าไปเกาะติดกับธาตุเหล็กในทางเดินอาหาร ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมธาตุเหล็กจากไข่ไปใช้ประโยชน์ได้ ส่งผลให้คุณค่าของไข่ลดลงไปโดยเปล่าประโยชน์2. คาเฟอีนลดการดูดซึมแคลเซียมและกระตุ้นการขับแร่ธาตุนอกจากโปรตีนและธาตุเหล็กแล้ว ไข่ต้มยังมีปริมาณแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่ช่วยบำรุงกระดูก แต่เมื่อคาเฟอีนในกาแฟเข้าสู่ร่างกายพร้อมกับแคลเซียม สารคาเฟอีนจะเข้าไปรบกวนกระบวนการดูดซึมแคลเซียมในลำไส้เล็ก อีกทั้งยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อนๆ ซึ่งจะกระตุ้นให้ร่างกายขับแร่ธาตุสำคัญที่ควรจะได้รับจากไข่ต้มออกไปทางปัสสาวะเร็วกว่าปกติอีกด้วย3. อาจก่อให้เกิดอาการท้องอืดและแน่นท้องในบางรายโปรตีนในไข่ต้มเป็นโปรตีนหนาแน่นที่ต้องใช้เวลาในการย่อยพอสมควร เมื่อสารคาเฟอีนในกาแฟเข้าไปกระตุ้นการทำงานของกรดในกระเพาะอาหารและการบีบตัวของลำไส้ในขณะที่อาหารยังย่อยไม่เสร็จสมบูรณ์ ปฏิกิริยานี้อาจส่งผลให้ระบบย่อยอาหารของบางคนเกิดความรวน ส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง หรือมีแก๊สในกระเพาะอาหารตามมาหลังจากมื้อเช้าทางออกสำหรับคนที่รักเมนูกาแฟกับไข่ต้ม ควรรับประทานอย่างไร?หากคุณยังต้องการได้รับประโยชน์ทั้งความกระปรี้กระเปร่าจากกาแฟ และโปรตีนชั้นดีจากไข่ต้ม…