Category: ไอที
-
โดรนพลังงานแสงอาทิตย์ทำสถิติบินลอยตัวต่อเนื่องทะลุ 5 ชั่วโมง
โดรนพลังงานแสงอาทิตย์ทำสถิติบินลอยตัวต่อเนื่องทะลุ 5 ชั่วโมงยูทูบเบอร์และวิศวกรลุค เบลล์ (Luke Bell) พร้อมด้วยพ่อไมค์ เบลล์ (Mike Bell) ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการเทคโนโลยีโดรนอีกครั้ง ด้วยการส่งโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ที่พวกเขาประดิษฐ์ขึ้นเองขึ้นบินเหนือน่านฟ้า และสามารถทำสถิติบินลอยตัว (Hover Endurance) ได้นานถึง 5 ชั่วโมง 2 นาที 21 วินาทีระยะเวลาดังกล่าวถือเป็นการทุบสถิติโลกอย่างไม่เป็นทางการสำหรับโดรนไฟฟ้าแบบมัลติโรเตอร์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ หลังจากก่อนหน้านี้ สองพ่อลูกเคยสร้างชื่อเสียงจากการทำสถิติโลกโดรนบังคับวิทยุที่เร็วที่สุดในซีรีส์ Peregreen ซึ่งเคยทำความเร็วสูงสุดถึง 408 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 656 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมาแล้วนอกจากนี้ ลุค เบลล์ (Luke Bell) ยังเป็นเจ้าของสถิติโดรนลอยตัวนาน 3 ชั่วโมง 31 นาที 6 วินาที ด้วยการใช้แบตเตอรี่และใบพัดแบบพิเศษ แต่สำหรับโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ลำนี้ ถือเป็นความท้าทายใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงโดยในโดรนเวอร์ชันแรกที่พวกเขาสร้างขึ้น มันสามารถบินได้เพียง 3 นาทีเศษก่อนที่กระแสลมจะพัดจนเสียการทรงตัวและตกกระแทกพื้น และเพื่อเอาชนะข้อจำกัดเดิม ในโดรนเวอร์ชันที่ 2 พวกเขาได้ปรับปรุงการออกแบบใหม่ทั้งหมด ตัวเครื่องถูกสร้างขึ้นบนโครงคาร์บอนไฟเบอร์รูปตัว X และใช้ปลอกพลาสติกยืดหยุ่น…
-
ดีอี ยันข่าวจริง “กระเทียมดำ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอล ความดันโลหิตสูง” แนะควรบริโภคในปริมาณพอดี
">วันที่ 6 เมษายน 2569 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือนทั้งนี้ ในวันที่ 4 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,220 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,456 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,454 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Facebook 2 ข้อความ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 19 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม…
-
ไม่ทันตั้งตัว Oracle ปลดพนักงานนับหมื่น หันไปทุ่มงบลงทุน AI แทน
[6 โมงเช้า] มีบางบริษัทต้องการลดงบเพิ่มกำไร แต่ใช้เหตุผลเรื่อง AI เพื่อปลดพนักงานจำนวนมาก ทว่ามันก็มีกรณีที่บริษัทที่อยากลงทุนด้าน AI จริง ๆ จนนำมาสู่การปลดพนักงานหลักหมื่น แม้บริษัมจะกำไรก็ตาม ล่าสุดทาง Oracle เตรียมปลดพนักงานสูงถึง 30,000 ราย เพื่อเตรียมทุ่มงบลงทุนด้าน AI หรือเรียกได้ว่านำ AI แทนที่คนเต็มรูปแบบอย่างแท้จริงในเวลาตอน 6 โมงเช้า ขณะที่พนักงานกำลังเตรียมตัวไปทำงาน ก็ต้องเจอ E-Mail สุดช็อก ว่าบริษัทกำลังปลดตนเองออกแบบฟ้าผ่า รวมถึงเพื่อนร่วมงานอีกนับหมื่นรายด้วย และเหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นใน Oracle บริษัทเทคโนโลยีด้าน Database ระบบคลาวด์ และซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจระดับโลกย้อนไปก่อนหน้านี้ Larry Ellison ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีและผู้ร่วมก่อตั้ง Oracle เคยขึ้นแท่นเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลก (แซงหน้า Elon Musk อยู่ช่วงหนึ่ง) ด้านบริษัทก็มีมูลค่าหุ้นทะยานถึง 42% นับตั้งแต่ปี 2022 ในเดือนกันยายน 2025 ที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีคาดการณ์เลยว่า บริษัทจะคว้ารายได้จากระบบคลาวด์สูงถึง 144…
-
ใบเดียวในโลก! “กระเป๋าหนังไดโนเสาร์” จากคอลลาเจน T-Rex สนนราคา 17 ล้านบาท
นวัตกรรมกระเป๋าหนังไดโนเสาร์ T.REX เกิดขึ้นจริงแล้วที่เนเธอร์แลนด์ โดยเป็นการสกัดเอาคอลลาเจนจากฟอสซิลมาทำเป็นหนังเพาะเลี้ยงในห้องทดลอง เตรียมเปิดประมูลให้เป็นเจ้าของได้ ราคาเริ่มต้นที่ 17 ล้านบาทวงการวิทยาศาสตร์และแฟชั่นโลกต้องสั่นสะเทือน เมื่อล่าสุดมีการเปิดตัวกระเป๋าถือสุดล้ำ ที่อ้างว่าผลิตจากคอลลาเจน ซึ่งสกัดมาจากฟอสซิลไดโนเสาร์พันธุ์ ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ หรือ T. rex ที่ขุดพบในสหรัฐอเมริกา โดยเป้าหมายหลักของการสร้างสรรค์ครั้งนี้ คือการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้หนังที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ หรือ Lab-grown leatherกระเป๋าสีเขียวน้ำทะเลใบนี้ ถูกนำไปจัดแสดงอย่างโดดเด่นบนโขดหินภายในกรงเหล็ก ภายใต้หุ่นจำลองโครงกระดูกไดโนเสาร์ T. rex ณ พิพิธภัณฑ์ อาร์ต ซู (Art Zoo) ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์โดยทางบริษัท แล็บ-โกรว์น เลเธอร์ จำกัด (LAB-GROWN LEATHER LTD) ผู้พัฒนาผลงานนี้ จะเปิดให้เข้าชมกระเป๋าถือรุ่นพิเศษ จนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม หลังจากนั้นจะมีการประมูลเพื่อหาผู้ครอบครอง ซึ่งคาดการณ์ว่าราคาประมูลเริ่มต้นจะสูงกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 17-18 ล้านบาทเบื้องหลังการสร้างสรรค์กระเป๋าถือใบนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ของบริษัทระบุว่า พวกเขาใช้วิธีนำชิ้นส่วนโปรตีนโบราณ ที่สกัดจากซากไดโนเสาร์…
-
วิกฤตคนไอที! ยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ แห่ “เลิกจ้าง” ระดมทุนปั้น AI ทำเด็กจบใหม่เคว้ง
กระแสที่น่ากังวลของคนทำงานด้านไอที หลังมีข่าวบริษัทยักษ์ใหญ่ที่แห่เลิกจ้างพนักงานมากขึ้น เพื่อเอาเงินไปลงทุนด้าน AI ที่ทำให้เด็กจบใหม่ เริ่มกังวลถึงอนาคตที่อาจจะหางานได้ยากขึ้นกระแสการทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในสหรัฐฯ เมื่อเหล่าบริษัทข้ามชาติต่างพร้อมใจกันลดคน เพื่อนำงบประมาณไปลงทุนกับเครื่องจักร ส่งผลให้ทั้งนักศึกษาจบใหม่และมืออาชีพในวงการ เริ่มตั้งคำถามถึงความมั่นคงในอนาคตที่ถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติรายงานการจ้างงานแห่งชาติจาก ADP ระบุว่า ภาพรวมการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคมยังคงแข็งแกร่ง โดยมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 62,000 ตำแหน่ง และค่าจ้างเฉลี่ยต่อปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 โดยมีภาคสาธารณสุขเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนอย่างไรก็ตาม บริษัทยักษ์ใหญ่ไอที กลับเลือกเดินคนละทาง โดยข้อมูลจาก บิสสิเนส อินไซด์เดอร์ (Business Insider) เผยว่า ออราเคิล (Oracle) เพิ่งส่งหนังสือเลิกจ้างพนักงานเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามรอย เมตา (Meta) และ แอมะซอน (Amazon) ที่ปรับลดจำนวนพนักงานไปก่อนหน้านี้ เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายมหาศาลในการวางโครงสร้างพื้นฐาน AI ตั้งแต่การสร้างเอเจนต์อัจฉริยะไปจนถึงศูนย์ข้อมูลมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานถึงเสียงสะท้อนจากคนรุ่นใหม่และคนในวงการเทคโนโลยี โดยพบว่านักศึกษาจบใหม่ในสายงานวิทยาการคอมพิวเตอร์ ยอมรับว่าหางานยากขึ้น รวมถึงมีความกังวลว่า AI อาจจะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานของมนุษย์แม้กระทั่ง เฮนริเก้ โอลิเฟียร์ส (Henrique Olifiers) ผู้ก่อตั้งบริษัทพัฒนาเกมอิสระ อย่าง บอสซาสตูอิโอ…
-
จีนพัฒนาเซนเซอร์แรงโน้มถ่วง ล่าเรือดำน้ำ พลิกเกมสงครามใต้น้ำ
จีนพัฒนาเซนเซอร์แรงโน้มถ่วง ล่าเรือดำน้ำ พลิกเกมสงครามใต้น้ำนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องตรวจจับเรือดำน้ำรูปแบบใหม่ที่อาศัยหลักการความเปลี่ยนแปลงของแรงโน้มถ่วง ซึ่งแม้เดิมทีจะถูกคิดค้นขึ้นเพื่องานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการสำรวจทรัพยากร แต่เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางยุทธศาสตร์ทหารในการตรวจจับเรือดำน้ำที่กำลังซ่อนตัวอยู่โดยในตอนนี้ยังคงเป็นการพัฒนาในระยะเริ่มต้น แต่หากได้รับการพัฒนาจนสมบูรณ์แบบ อุปกรณ์นี้อาจสามารถตรวจจับยานพาหนะขนาดใหญ่อย่างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ชั้นโอไฮโอ (Ohio-class) ของสหรัฐอเมริกาที่มีระวางขับน้ำถึง 18,000 ตันได้เทคโนโลยีเบื้องหลังเทคโนโลยีเซนเซอร์ตรวจจับที่ถูกพัฒนาขึ้นนี้เปรียบเสมือนตาชั่งที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา แต่มันไม่ได้มีไว้ชั่งน้ำหนักทั่วไป ทว่ามีไว้เพื่อจับความเปลี่ยนแปลงของ แรงโน้มถ่วงที่เกิดขึ้นรอบๆ พื้นที่นั้นๆ โดยใช้กระบวนการดังนี้1. เริ่มต้นจากทำให้ชิ้นส่วนลอยนิ่งในอากาศ นักวิทยาศาสตร์ใช้วัสดุพิเศษที่เมื่อนำไปทำให้เย็นจัดมากๆ มันจะมีคุณสมบัติผลักแม่เหล็กออกไป ทำให้ชิ้นส่วนแม่เหล็กเล็กๆ ในตัวเครื่องสามารถลอยค้างอยู่ในอากาศได้โดยไม่สัมผัสกับอะไรเลย2. ตัดการรบกวนทุกชนิด เมื่อชิ้นส่วนนั้นลอยอยู่กลางอากาศโดยไม่มีการเสียดสีใดๆ มันจึงนิ่งสนิทและไม่ได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนหรือเสียงรบกวนของเครื่องจักรเลยแม้แต่น้อย3. รอให้วัตถุขนาดใหญ่มาดึงดูด ตามหลักวิทยาศาสตร์วัตถุทุกอย่างมีแรงดึงดูด ยิ่งใหญ่ยิ่งมีมวลมาก เมื่อมีของที่หนักมากๆ อย่างเช่นเรือดำน้ำสหรัฐฯ แล่นผ่านมา มวลอันมหาศาลของมันจะไปทำให้แรงโน้มถ่วงในบริเวณนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย และแรงที่เปลี่ยนไปนี้ก็จะไปดึงให้ชิ้นส่วนวัสดุพิเศษที่ลอยนิ่งอยู่ขยับเปลี่ยนตำแหน่งไปจากตำแหน่งเดิม4. การขยับเปลี่ยนตำแหน่งที่เกิดขึ้นนั้นเล็กน้อยมากจนต้องใช้เครื่องมือแทรกสอดควอนตัมแบบตัวนำยิ่งยวด หรือ SQUID (Superconducting quantum interference device) ทำหน้าที่เป็นเหมือนแว่นขยาย เครื่องวัดสนามแม่เหล็กที่สามารถรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของแรงโน้มถ่วงเพียงเล็กน้อยเรือดำน้ำสหรัฐฯ ไม่สามารถปิดบังตัวเองได้เนื่องจากมีมวลมหาศาลหลักการทำงานของระบบนี้ คือ การตรวจจับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับค่าแรงโน้มถ่วงพื้นหลัง ตัวอย่างเช่น หากค่าแรงโน้มถ่วงปกติอยู่ที่ 9.800000000 เมื่อมีเรือดำน้ำแล่นผ่าน อุปกรณ์จะรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่น้อยนิดจนแทบสังเกตไม่ได้ อาจจะเปลี่ยนเป็น 9.800000002 ซึ่งความแตกต่างเพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่เครื่องตรวจจับจะรับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งเคลื่อนที่อยู่ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของการใช้แรงโน้มถ่วง คือ ไม่สามารถหลบซ่อนหรือถูกหลอกลวงได้ ในขณะที่ระบบตรวจจับเรือดำน้ำแบบดั้งเดิม…
-
vivo V70 FE ปลดล็อกพาทุกคนก้าวสู่ความคมชัดอีกขั้นของกล้อง 200MP ในราคาเริ่มต้น 12,xxx
vivo V70 FE ปลดล็อกพาทุกคนก้าวสู่ความคมชัดอีกขั้นของกล้อง 200MP ในราคาเริ่มต้น 12,xxxvivo เปิดตัวสมาร์ตโฟนน้องเล็กรุ่นล่าสุดจากตระกูล V Series อย่าง vivo V70 FE ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ก้าวแรกก็ชัดเลย’ มาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 200 ล้านพิกเซล มอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่คมชัดตั้งแต่ช็อตแรกที่ถ่าย ผสานดีไซน์พรีเมียมเข้ากับความทนทานและความคล่องตัวได้อย่างลงตัว เสริมพลังการใช้งานด้วยแบตเตอรี่ BlueVolt ความจุสูงถึง 7000mAh ที่รองรับการใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มสีสันให้กับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันผ่านการคอลแลบกับคาแรกเตอร์ ZSIGA จาก POP MART ที่ผสานกระแสป๊อปคัลเจอร์เข้ากับนวัตกรรมได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดย vivo V70 FE วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 4 เมษายนนี้ ในราคาเริ่มต้น 12,999 บาทปลดล็อกพลังพอร์ตเทรต คมชัดสะกดทุกสายตาตั้งแต่ก้าวแรกvivo ยกระดับความคมชัดขั้นสุดด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Ultra-Clear ที่มอบประสบการณ์การถ่ายภาพพอร์ตเทรตอีกขั้น ผสานเซนเซอร์ HP5 ขนาด 1/1.56 นิ้ว และระบบกันสั่น…
-
สหรัฐฯ เดินหน้าสร้างไซโลขีปนาวุธยุคใหม่ รองรับ Sentinel แทน Minuteman III
สหรัฐฯ เดินหน้าสร้างไซโลขีปนาวุธยุคใหม่ รองรับ Sentinel แทน Minuteman IIIวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา (USAF) ร่วมกับพันธมิตรภาคอุตสาหกรรม บริษัท Northrop Grumman และ Bechtel ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างไซโลปล่อยขีปนาวุธต้นแบบขนาดเท่าของจริง (Launch Silo Prototype) ณ เมืองพรอมอนโทรี รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ความเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากแบบร่างดิจิทัลสู่การสร้างจริง เพื่อยกระดับความทันสมัยให้กับระบบยับยั้งด้านนิวเคลียร์ภาคพื้นดินของประเทศความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงและปลดระวาง Minuteman IIIโครงการ LGM-35A Sentinel ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเข้ามาทดแทนขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) รุ่น LGM-30 Minuteman III จำนวน 400 ลูก ที่ประจำการและเป็นเสาหลักด้านการป้องกันประเทศมาตั้งแต่ปี 1970แม้ระบบเดิมจะผ่านการใช้งานมายาวนาน แต่ปัจจุบันไซโลที่กระจายอยู่ในรัฐไวโอมิง นอร์ทดาโคตา และมอนแทนา เริ่มมีสภาพทรุดโทรมและมีข้อจำกัดในการบำรุงรักษาอย่างหนัก ไซโลรุ่นเก่าถูกสร้างขึ้นด้วยการเทคอนกรีตเสริมเหล็กในพื้นที่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ยังคงใช้สายทองแดงแบบแอนะล็อก ซึ่งทำให้การอัปเกรดระบบต้องใช้การรื้อโครงสร้างขนานใหญ่นอกจากนี้ ขีปนาวุธ Sentinel ซึ่งเป็นจรวดเชื้อเพลิงแข็ง 3 ท่อน ความสูง…
-
ทำไมต้องรอ 50 ปี? เบื้องหลังมนุษย์กลับดวงจันทร์ จากสงครามเย็นสู่ยุค Artemis
ทำไมต้องรอ 50 ปี? เบื้องหลังมนุษย์กลับดวงจันทร์ จากสงครามเย็นสู่ยุค Artemisในช่วงต้นเดือนเมษายน ปี 2026 ภารกิจ Artemis 2 ของนาซา กำลังพามนุษยชาติกลับสู่เส้นทางสำรวจดวงจันทร์อีกครั้ง หลังจากที่ทิ้งช่วงไปนานกว่า 50 ปีนับตั้งแต่ภารกิจ Apollo 17 ในปี 1972คำถามที่หลายคนอดสงสัยไม่ได้ คือ ในเมื่อเทคโนโลยีของมนุษย์ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับอดีต ทำไมเราถึงใช้เวลานานขนาดนี้กว่าจะกลับไปเยือนบริเวณใกล้เคียงดวงจันทร์อีกครั้ง?คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ข้อจำกัดทางเทคโนโลยี แต่อยู่ที่บริบททางประวัติศาสตร์ แรงจูงใจทางการเมือง และเป้าหมายที่เปลี่ยนผ่านตามยุคสมัยยุคสมัยแห่งสงครามเย็นและแรงผลักดันทางความมั่นคงโครงการอพอลโล (Apollo) เป็นผลผลิตของยุคสงครามเย็นอย่างแท้จริง ซึ่งในขณะนั้นสหรัฐอเมริกามองว่าการเอาชนะสหภาพโซเวียตในการแข่งขันทางอวกาศ (Space Race) เป็นเรื่องที่มีความสำคัญระดับความมั่นคงแห่งชาติการแข่งขันนี้เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังในปี 1957 เมื่อโซเวียตสร้างความตกตะลึงด้วยการปล่อยดาวเทียม Sputnik 1 สำเร็จ ตามด้วย Sputnik 2 และยิ่งทำให้สหรัฐฯ อับอายเมื่อความพยายามปล่อยดาวเทียมดวงแรกของตนระเบิดออกอากาศสดทางโทรทัศน์ความสำเร็จของโซเวียตสร้างความหวั่นวิตกอย่างหนัก เพราะในเชิงยุทธศาสตร์แล้ว หากประเทศใดสามารถส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรได้ ก็ย่อมหมายความว่าพวกเขาสามารถส่งอาวุธหรือระเบิดนิวเคลียร์ไปทิ้งที่ใดก็ได้บนโลกเช่นกันการสำรวจอวกาศจึงกลายสภาพเป็นสมรภูมิตัวแทน (Proxy battleground) สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีทางการทหารไปโดยปริยายนอกจากนี้ การไปเยือนดวงจันทร์ยังเป็นเครื่องมือแสดงอันทรงพลังของสหรัฐฯ และสหภาพโซเวียต ด้วยในช่วงเวลาเดียวกันนั้น หลายประเทศในแถบแอฟริกาและเอเชีย เช่น อินเดีย เพิ่งได้รับเอกราชและกำลังหาจุดยืนบนเวทีโลกทำให้ทั้งสหรัฐฯ…
-
มอเตอร์โชว์ 2026 ยอดจอง EV นำโด่ง รวมทุกแบรนด์ทะลุ 130,000 คัน พุ่งสวนทางเศรษฐกิจ
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยตัวเลขยอดจองรถภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 โดยตลอดระยะเวลาการจัดงานสามารถมียอดจองรถยนต์ 132,951 คัน และรถจักรยานยนต์ 2,056 คัน ยอดผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้น 1,798,312 คนตารางยอดจองรถยนต์ภายในงานมอเตอร์โชว์ 2026จากข้อมูลตัวเลขยอดจองได้รับการแจ้งจากบริษัทฯ ที่เข้าร่วมงาน ให้กับทางผู้จัดงานฯ พบว่า 5 อันดับแรกของแบรนด์ได้แก่ BYD ที่สามารถทำยอดจองสูงสุดภายในช่วงการจัดงานที่ 17,354 คัน รองลงมาเป็น TOYOTA จำนวน 15,750 คัน ตามมาด้วย OMODA & JAECOO จำนวน 15,088 คัน MG จำนวน 10,537 คัน และ DEEPAL+NEVO (CHANGAN) จำ นวน 8,573 คันยอดจองรถยนต์ในงานมอเตอร์โชว์ (25 Mar…