Category: ไอที

  • รู้จัก HIMARS จรวดหลายลำกล้องที่กองทัพบกไทย อาจสนใจซื้อจากอเมริกาในปีงบประมาณ 2570 นี้ ?

    กองทัพบกอาจเตรียมจัดหาระบบจรวดหลายลำกล้อง ทำความรู้จัก “HIMARS” (ไฮมาร์ส) ระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องของสหรัฐอเมริกาที่กำลังเป็นกระแสสำคัญ หลังจากที่มีข่าวลือว่ากองทัพบกไทย กำลังให้ความสนใจในการซื้อมาประจำการ หลังมีข่าวว่าเตรียมแผนการจัดหาระบบ HIMARS ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นี้จุดเด่น HIMARS จรวดหลายลำกล้องของอเมริกาHIMARS หรือระบบจรวดปืนใหญ่ความคล่องตัวสูง M142 (M142 High Mobility Artillery Rocket System) เป็นเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องซึ่งพัฒนาขึ้นในปลายทศวรรษที่ 1990 เพื่อใช้งานในกองทัพบกสหรัฐ ที่เป็นได้ทั้งระบบจรวดและปืนใหญ่อัตตาจรในตัวเองระบบ HIMARS ประกอบไปด้วยฐานที่เป็นรถบรรทุก 6 ล้อ ขนาด 5 ตัน ตามมาตรฐานกองทัพบกสหรัฐอเมริกา (Family of Medium Tactical Vehicles: FMTV) กำลัง 330 แรงม้า ทำความเร็วได้สูงสุด 94 กิโลเมตร ระยะปฏิบัติการ (ไม่ใช่ระยะยิงของจรวด) ที่ 480 กิโลเมตรหัวใจคือความหลากหลายของอาวุธที่ได้ยิงได้แต่จุดเด่นสำคัญคือแท่นยิงจรวดซึ่งเลือกได้หลายรูปแบบตามมาตรฐานจรวดขนาด 227 มม. แบบ…

  • ไม่กลัวทะเล ซัมซุงลุยโปรเจกต์ AI สร้าง ดาต้าเซ็นเตอร์ลอยน้ำ

    ดาต้าเซ็นเตอร์ลอยน้ำ ไพ่ตายใหม่จาก Samsung รองรับศึก AI หรือจะเป็นแค่การเอาฮาร์ดแวร์พันล้านไปเสี่ยงกับพายุไต้ฝุ่น? เจาะลึกความจริงที่นี่ยุคนี้ใครๆ ก็พูดถึง AI แต่เบื้องหลังความฉลาดของมันคือความต้องการ โครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดมหึมาที่ต้องใช้พลังงานและพื้นที่บนบกอย่างมหาศาล จนล่าสุดยักษ์ใหญ่เกาหลีใต้อย่าง Samsung Heavy Industries (บริษัทต่อเรือในเครือ Samsung) ตัดสินใจเดินเกมฉีกกฎเดิมๆ ด้วยการพัฒนาแนวคิด Data Center ลอยน้ำ (Floating Data Center – FDC) หวังย้ายระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงออกจากแผ่นดินใหญ่ไปลอยคออยู่ในทะเล ซึ่งขณะนี้โมเดลดังกล่าวได้รับการอนุมัติในเชิงหลักการจากหน่วยงานกำกับดูแลระดับสากลเรียบร้อยแล้วต้องบอกว่า โมเดลนี้ ต่างจากคู่แข่งอย่าง Hitachi ที่เน้นการนำเรือเก่ามาดัดแปลง แต่ Samsung เลือกจับมือกับ Capital Clean Energy Carriers บริษัทเดินเรือสัญชาติกรีซ เพื่อออกแบบและต่อเรือลำใหม่ขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์เพื่อรองรับการเป็น AI Data Center โดยเฉพาะเบื้องต้น Samsung ได้พัฒนาโมเดล FDC ขนาด 50 เมกะวัตต์ (50MW)…

  • เปิดตัว “Eno” หุ่นยนต์มนุษย์ทรงล้อ “ฮิวแมนนอยด์” ปฏิวัติการใช้งานอุตสาหกรรม

    ผลงานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เขย่าโลกแรงงาน กับการเปิดตัว ENO หุ่นยนต์มนุษย์ที่มีฐานทรงล้อ ซึ่งบริษัทบอกเลยว่าใส่ระบบประมวลผลแบบจัดเต็ม หวังตอบโจทย์ตั้งแต่ระดับงานบ้านไปจนถึงงานอุตสาหกรรมเจเนซิส เอไอ (Genesis AI) สตาร์ตอัปสายหุ่นยนต์ไฟแรง ประกาศเปิดตัว อีโน (Eno) หุ่นยนต์เอนกประสงค์ตัวแรกของบริษัท ที่มีเป้าหมายคือการใช้งานในโรงงาน ห้องวิจัย โรงพยาบาล และการใช้งานในครัวเรือนในอนาคตความน่าสนใจของหุ่นยนต์รุ่นนี้ คือการผสานฮาร์ดแวร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเองเข้ากับโมเดลหุ่นยนต์ จีนี (GENE) ซึ่งเป็นโมเดลพื้นฐานด้านหุ่นยนต์ ที่ทำหน้าที่เป็นระบบสมองกลควบคุมการประกอบรวมร่างกันนี้ ทำให้ อีโน (Eno) แตกต่างจากหุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วไป เพราะมันสามารถทำงานในฐานะผู้ช่วยที่เข้าใจเป้าหมาย และประมวลผลขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนได้เองโดยพึ่งพามนุษย์น้อยที่สุดสำหรับจุดเด่นของหุ่นยนต์ตัวนี้ เริ่มจากส่วนที่เห็นได้ชัดอย่าง ฐานแบบล้อหมุน ที่เชื่อมกับโครงสร้างแกนกลาง สามารถปรับความสูง-ต่ำและยืดระยะได้ตามเวลาจริง แถมยังสามารถพับเก็บให้กะทัดรัดได้เมื่อไม่ได้ใช้งานส่วนถัดมาคือ มือกล ซึ่งมีรูปทรงและฟังก์ชันการทำงานเทียบเท่ากับมือมนุษย์ เพื่อให้มันสามารถหยิบจับเครื่องมือทั่วไปที่มีอยู่แล้ว และทำงานในสภาพแวดล้อมที่ถูกสร้างมาเพื่อมนุษย์ได้อย่างไร้รอยต่อและสุดท้ายคือเรื่องของ หน้าจอเสริม (Optional Built-in Screen) ที่จะคอยแสดงกระบวนการคิด สถานะการทำงาน และสิ่งที่หุ่นยนต์กำลังจะทำต่อไปแบบเรียลไทม์ ทำให้มนุษย์คอยมอนิเตอร์ดูความเรียบร้อยได้ง่าย ๆปัจจุบันบริษัทมีแผนจะส่งมอบให้กลุ่มลูกค้าภายในสิ้นปี 2026 นี้ โดยเฟสแรกจะมุ่งเน้นไปที่ภาคการผลิต ภาคโลจิสติกส์ และห้องปฏิบัติการ ก่อนจะขยายไปสู่ภาคบริการ โรงพยาบาล และตลาดผู้บริโภคทั่วไปในลำดับถัดไปข่าวที่เกี่ยวข้องเอมิเรตส์ตะลึง…

  • แก้รถติด ยอมติดไฟแดง 4 นาที แลกความเร็วบนทางด่วน

    แคลิฟอร์เนียทดสอบ Smart Freeway ทางด่วนอัจฉริยะ ยอมกักรถทางเข้าเพื่อวิ่งฉลุยข้างใน ลดรถติดสูงสุด 65% ถ้าใช้ในไทย จุดไหนจะรอดกัน ?แคลิฟอร์เนียเดินหน้าทดสอบ Smart Freeway ระบบทางด่วนอัจฉริยะ ด้วยระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร โดยหันมาใช้ อัลกอริทึมแก้รถติด และคอยคำนวณความเร็วที่เหมาะสมให้คนขับ แทนการทุ่มงบมหาศาลเพื่อขยายช่องจราจรแบบเดิมๆโมเดลนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างคณะกรรมการการขนส่งริเวอร์ไซด์เคาน์ตี้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปลี่ยนถนนที่เคยแน่นขนัดจนขยับไม่ได้ในช่วงเวลาเร่งด่วน ให้ไหลลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจุดเปลี่ยนสำคัญของ ระบบควบคุมรถอัจฉริยะ นี้ อยู่ที่บริเวณทางเข้าทางด่วนทั้ง 3 จุดหลัก โดยอัลกอริทึมจะเข้ามาควบคุมสัญญาณไฟปล่อยรถเข้าสู่ทางหลัก จากเดิมที่ปล่อยรถเป็นรอบเวลาตายตัวไม่กี่วินาที จะถูกเปลี่ยนเป็นการคำนวณตามความหนาแน่นของรถในเวลานั้น ส่งผลให้ผู้ขับขี่อาจต้องจอดรอสัญญาณไฟตรงทางเข้ายาวนานถึง 4 นาทีหรือมากกว่านั้น เพื่อแลกกับการที่เมื่อเข้าสู่ทางด่วนไปแล้ว จะสามารถทำความเร็วได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องเจอวิกฤตรถติดสลับหยุดนิ่งเบื้องหลังเทคโนโลยีนี้ คือเซนเซอร์ตรวจจับจราจรเรียลไทม์ โดยโครงการนำร่องนี้ใช้งบประมาณลงทุนราว 33 ล้านดอลลาร์ และมีกำหนดทดสอบระบบยาวนาน 2 ปี โดยทางเจ้าหน้าที่ย้ำชัดว่าระบบนี้ขับเคลื่อนด้วย เซนเซอร์ตรวจจับจราจร ขั้นสูงที่ฝังอยู่ใต้พื้นผิวถนนเพื่อวิเคราะห์สภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่การใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI อย่างที่หลายคนกังวลดังนั้นข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาประมวลผลเพื่อแนะนำความเร็วที่เหมาะสมผ่านป้ายดิจิทัลข้างทางเท่านั้น ไม่มีระบบจับภาพหรือออกใบสั่งย้อนหลัง ซึ่งโมเดลลักษณะนี้เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในออสเตรเลียเมื่อปี 2020 ที่สามารถลดเวลาเดินทางลงได้ถึง 35-65% และในเมืองเดนเวอร์ที่ลดลงได้ราว…

  • รู้จัก Overview Effect เมื่อมองโลกจากอวกาศ ทำไมนักบินอวกาศจึงเปลี่ยนชีวิต

    เจาะลึก Overview Effect ปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนมุมมองนักบินอวกาศต่อโลก มนุษยชาติ และสิ่งแวดล้อม หลังมองเห็นโลกจากอวกาศนับตั้งแต่ที่นักบินอวกาศอลัน เชเพิร์ด (Alan Shepard) มนุษย์อเมริกันคนแรกได้เดินทางออกไปสัมผัสความเวิ้งว้าง และได้มองเห็นโลกบ้านของเราจากห้วงอวกาศ นักบินอวกาศขององค์การนาซา (NASA) ตลอดจนนักบินอวกาศทั่วโลกจำนวนนับไม่ถ้วน ต่างบอกเล่าถึงความรู้สึกตื่นตาตื่นใจและมุมมองต่อชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเปิดที่มาของคำว่า "Overview Effect"ปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงทางสติปัญญานี้เป็นที่รู้จักกันในวงการอวกาศว่า "Overview Effect" หรือ ปรากฏการณ์ภาพรวม ซึ่งถูกบัญญัติขึ้นในปี ค.ศ. 1987 โดยนักปรัชญาและนักเขียน แฟรงก์ ไวท์ (Frank White)นักวิจัยได้จำกัดความสภาวะนี้ว่าเป็นประสบการณ์ของความตื่นตะลึงอย่างรุนแรง ซึ่งมาพร้อมกับการก้าวข้ามตัวตนที่ถูกกระตุ้นด้วยภาพอันทรงพลังเบื้องหน้า ส่งผลให้ผู้สังเกตการณ์เกิดความรู้สึกเชื่อมโยงกับมนุษยชาติและโลกทั้งใบในฐานะระบบเดียวกันอย่างลึกซึ้งและสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดจากการรวบรวมบันทึกของนักบินอวกาศตลอด 25 ปีของการใช้ชีวิตในวงโคจรระดับต่ำของโลก คือ การค้นพบว่ามุมมองจากโมดูลคิวโปลา (Cupola) บนสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งมีหน้าต่าง 7 บาน ได้สลายมายาคติเกี่ยวกับการแบ่งแยกของมนุษย์ไปจนหมดสิ้นคริสตินา โคช (Christina Koch) นักบินอวกาศจากภารกิจ Artemis II ได้บรรยายไว้อย่างทรงพลังว่า เมื่อเธอมองเห็นเส้นแสงสีเขียวบาง ๆ ของชั้นบรรยากาศโลก เธอตระหนักได้ทันทีว่าทุกชีวิตและทุกคนที่เรารู้จัก ล้วนถูกหล่อเลี้ยงและอาศัยอยู่รวมกันภายใต้เส้นบางๆ นั้น…

  • มนุษย์ต่างดาวเคยมาโลกหรือไม่? 3 เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ยังไม่พบหลักฐาน

    นักวิทยาศาสตร์ชี้ 3 เหตุผลสำคัญที่ทำให้มนุษย์ต่างดาวอาจยังไม่เคยมาเยือนโลก ตั้งแต่ข้อจำกัดการเดินทางข้ามดวงดาว พลังงานมหาศาล และสภาพแวดล้อมของโลกหลังจากการเปิดเผยข้อมูลปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ (UAP) ของรัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1940 จนถึงปัจจุบัน รวมถึงกระแสจากภาพยนตร์เรื่อง Disclosure Day ของผู้กำกับชื่อดังสตีเวน สปีลเบิร์ก ได้จุดประกายความเชื่อที่ว่ามนุษย์ต่างดาวกำลังมาเยือนโลกโดยผลสำรวจในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และอีกหลายพื้นที่พบว่า ประชาชนราวหนึ่งในสามมีความเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวได้มาอยู่บนโลกของเราแล้วอย่างไรก็ตาม ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญอย่าง ศาสตราจารย์ แครอล โอลิเวอร์ (Carol Oliver) ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์และชีวดาราศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย UNSW Sydney ได้ให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ 3 ประการที่ชี้ชัดว่า ทำไมสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาจากนอกโลกจึงอาจจะยังไม่เคยเดินทางมาเยือนโลกของเราเลยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ 3 ประการ1. อวกาศกว้างใหญ่เกินจินตนาการ และข้อจำกัดเรื่อง "การยืดออกของเวลา"ปัญหาแรกสุด คือ ระยะทาง ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ระบบสุริยะของเราที่สุดคือ Proxima Centauri นั้นอยู่ห่างออกไปถึง 4.3 ปีแสง หรือประมาณ 40 ล้านล้านกิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นระยะทางที่ไกลกว่าระยะจากโลกถึงดวงอาทิตย์ถึง 268,000 เท่าหากอ้างอิงเทคโนโลยีปัจจุบัน ยานอวกาศที่เร็วที่สุดของมนุษย์คือ Parker…

  • จีนเปิดตัว WaveFly 5X ยานบินเหนือผิวน้ำสำหรับบุคคลรุ่นแรกของโลก

    Navee เปิดตัว WaveFly 5X ยานบินเหนือผิวน้ำเทคโนโลยี Wing-in-Ground Effect บินเฉียดผิวน้ำได้สูงสุด 85 กม./ชม. เตรียมปฏิวัติการเดินทางแห่งอนาคตบริษัท นาวี (Navee) ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจากเมืองซูโจว ประเทศจีน สร้างความฮือฮาให้กับวงการขนส่งแห่งอนาคต หลังเปิดตัว WaveFly 5X อากาศยานแบบ Wing-in-Ground Effect (WIG) หรือยานบินเหนือผิวน้ำสำหรับผู้บริโภคทั่วไปเป็นครั้งแรกของโลก พร้อมสาธิตการบินต่อสาธารณชนเหนือทะเลสาบไท่หู หนึ่งในทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุดของจีน เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอากาศยาน WaveFly 5XWaveFly 5X เป็นยานพาหนะส่วนบุคคลที่ผสานคุณสมบัติของเรือและเครื่องบินเข้าด้วยกัน โดยใช้โครงสร้างปีกคู่แบบเรียงลำดับและลำตัวคาร์บอนไฟเบอร์เกรดอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ตัวเครื่องสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งได้ไกลประมาณ 80 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และรองรับน้ำหนักผู้โดยสารรวมสัมภาระได้สูงสุด 140 กิโลกรัมหัวใจสำคัญของ WaveFly 5X คือ เทคโนโลยี Wing-in-Ground Effect ซึ่งอาศัยหลักอากาศพลศาสตร์ในการบินเฉียดผิวน้ำเพียงไม่กี่เซนติเมตร ทำให้อากาศถูกกักอยู่ใต้ปีกจนเกิดแรงยกคล้ายเบาะอากาศ ช่วยลดแรงต้านและเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ เทคโนโลยีดังกล่าวมีรากฐานมาจากโครงการวิศวกรรมทางทหารของสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็น และเคยถูกนำไปพัฒนายานขนาดยักษ์ในตำนานอย่าง Caspian Sea MonsterNavee…

  • รู้จัก “AASM Hammer” อาวุธฝรั่งเศสที่กองทัพอากาศไทยอาจสนใจ สำหรับภารกิจบ.ขับไล่โจมตีภาคพื้นดิน ?

    กองทัพอากาศไทยอาจได้อาวุธโจมตีภาคพื้นดินรุ่นใหม่ ? หลังมีรายงานการเจรจาซื้อขาย ทำความรู้จัก เอเอเอสเอ็ม แฮมเมอร์ (AASM Hammer) อาวุธติดตั้งบนเครื่องบินขับไล่จากบริษัทซาฟราห์น (Safran) ของฝรั่งเศส หลังวาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวด้านการทหารชื่อดัง รายงานว่ามีการเจรจาซื้อขายอาวุธรุ่นดังกล่าวกับกองทัพอากาศไทย หลังพลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย และคณะ เข้าเยี่ยมชมส่วนจัดแสดงของบริษัท ในนิทรรศการยูโรซาทอรี (EUROSATORY) ประจำปี 2026 ที่จัดขึ้น ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 15 – 19 มิถุนายนที่ผ่านมาสเปก AASM Hammer อาวุธอากาศสู่พื้นชื่อดังของฝรั่งเศสAASM Hammer เป็นอาวุธอากาศสู่พื้นแบบปรับแต่งได้ (Armement Air-Sol Modulaire ในภาษาฝรั่งเศส) ที่สามารถโจมตีจากระยะไกล (Stand-off weapon) ซึ่งออกแบบมาสำหรับภารกิจสนับสนุนทางอากาศ (CAS: Close Air Support) รวมถึงการโจมตีทางลึก (Deep strike Mission) ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี…

  • “ฝรั่งเศส” เปิดตัวโดรนบิน “The Reaper” ติดขีปนาวุธล่าโดรนสอดแนม

    กองทัพอากาศฝรั่งเศส พลิกโฉมโดรนบินทางการทหาร เอ็มคิว-ไนน์ รีปเปอร์ มาทดสอบใช้งานร่วมกับขีปนาวุธ เพื่อที่จะรับมือกับการรบยุคใหม่ ที่เริ่มเห็นการใช้โดรนบิน หรืออุปกรณ์กึ่งอัตโนมัติ มากขึ้นเรื่อย ๆกองทัพอากาศฝรั่งเศสเปิดตัวขีดความสามารถใหม่ ของโดรนทหารรุ่นเก๋า อย่าง เอ็มคิว-ไนน์ รีปเปอร์ (MQ-9 Reaper) ด้วยการทดสอบติดตั้งขีปนาวุธ เฮลล์ไฟร์ (Hellfire) เพื่อเปลี่ยนบทบาทจากโดรนโจมตีภาคพื้นดิน สู่การเป็นนักล่าโดรนบิน และอากาศยานความเร็วต่ำบนท้องฟ้าโดยกองทัพอากาศได้ทดสอบการบินครั้งนี้ ในการฝึกซ้อมรบ ณ ฐานทัพอากาศ 709 เมือง คอนญัก-ชาโตแบร์นาร์ด (Cognac-Châteaubernard – Charente) ซึ่งโดรนบิน เอ็มคิว-ไนน์ รีปเปอร์ (MQ-9 Reaper) ได้ทดสอบเคลื่อนตัวบนรันเวย์พร้อมติดขีปนาวุธจริง ก่อนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้สำเร็จการทดสอบนี้ถือว่าเป็นมิติใหม่ เนื่องจากเดิมทีขีปนาวุธ เฮลล์ไฟร์ (Hellfire) ถูกออกแบบมาสำหรับภารกิจจากอากาศสู่พื้นดิน หรือ Air-to-Ground เช่น การยิงถล่มรถถังจากทางอากาศ ในขณะที่โดรนบินรุ่นนี้ ก็มักถูกใช้งานในภารกิจโจมตีไปยังภาคพื้นดินเป็นหลักมาตลอดซึ่งการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การใช้โดรนบินร่วมกับขีปนาวุธดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ คือ อากาศยานความเร็วต่ำ (Slow Movers) เช่น โดรนบังคับวิทยุ…

  • “จีน” ทดสอบ “เรือขนส่งอัจฉริยะ” 5,000 ตัน ล่องฉลุยลำแรกบนคลองผิงลู่

    โครงการเรือขนส่งอัจฉริยะในจีน ที่ออกแบบมาด้วยขนาดถึง 5,000 ตัน มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยวางแผนเส้นทาง แจ้งเตือนการชน ระบบมอนิเตอร์ระยะไกล เชื่อมต่อการขนส่ิงสินค้าระหว่างทะเล-แม่น้ำโครงการเมกะโปรเจกต์ของจีนก้าวไปอีกขั้น เมื่อเรือบรรทุกสินค้าอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมลำแรกที่มีขนาดถึง 5,000 ตัน ได้ออกทดสอบการเดินเรือ ณ คลองผิงลู่ (Pinglu Canal) ทางตอนใต้ของจีนเป็นที่เรียบร้อย โดยเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำสู่ทะเลได้อย่างสมบูรณ์แบบเรือลำประวัติศาสตร์นี้มีชื่อว่า เป่ยกัง ยุนเหอ 002 (Beigang Yunhe 002)เป็นเรืออเนกประสงค์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อขนส่งทั้งตู้คอนเทนเนอร์และสินค้าเทกอง (Bulk Cargo) หรือสินค้าที่ขนส่งในปริมาณมากโดยไม่บรรจุหีบห่อตัวเรือได้รับการอัปเกรดเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการผ่านประตูระบายน้ำของคลอง โดยมีฟังก์ชันเด่นเช่นระบบวางแผนเส้นทางอัจฉริยะ ระบบแจ้งเตือนการชน และระบบมอนิเตอร์ด้วยเซนเซอร์ระยะไกลนอกจากนี้ เรือยังออกแบบเป็นพิเศษให้พอดีกับโครงสร้างของประตูระบายน้ำคลองผิงลู่ โดย 1 ประตูสามารถรองรับเรืออัจฉริยะนี้ได้พร้อมกันถึง 6 ลำโดยปัจจุบัน เรืออัจฉริยะชุดแรก จำนวน 4 ลำ ได้ต่อเสร็จสิ้นแล้ว ณ อู่ต่อเรือในเมือง กุ้ยกัง (Guigang) และจะทยอยทดสอบการเดินเรือทีละลำ โดยมีกำหนดการส่งมอบอย่างเป็นทางการภายในเดือนสิงหาคมนี้สำหรับคลองผิงลู่ เป็นคลองที่มีความยาวรวม 134.2 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นจากแม่น้ำผิงถัง (Pingtang River) ไปสิ้นสุดที่อ่าวเป่ยปู้ (Beibu…