Mindblown: a blog about philosophy.
-
ใจหาย “โค้ชชิน” อำลาทีมชาติไทย พูดตรงๆ ถึงแฟนกีฬาชาวไทย
หลังสิ้นสุดสัญญาการทำงานร่วมกับทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยเมื่อช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ก็ถึงเวลาที่ ชิน โยชิดะ (Shin Yoshida) หรือ “โค้ชชิน” นักสถิติชาวญี่ปุ่น เตรียมเดินทางไปเปิดบทใหม่ในเส้นทางวอลเลย์บอล ด้วยการไปรับงานเป็นสต๊าฟโค้ชให้กับสโมสรในประเทศอิตาลี โดยมีกำหนดเริ่มงานในช่วงเดือนตุลาคมนี้ล่าสุด โค้ชชินได้โพสต์ข้อความภาษาไทยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมภาพบรรยากาศที่แฟนวอลเลย์บอลชาวไทยเดินทางไปต้อนรับที่สนามบิน เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกและกล่าวคำขอบคุณถึงคนไทยที่มอบความอบอุ่นให้กับเขาตลอดระยะเวลาที่ทำงานในประเทศไทยโดยโค้ชชินระบุว่า “ถึงทุกคนในวงการวอลเลย์บอลไทย และแฟนวอลเลย์บอลชาวไทยทุกคน ขอบคุณจากใจจริงที่ต้อนรับผมซึ่งเป็น ‘ชาวต่างชาติ’ อย่างอบอุ่นเสมอมา”พร้อมเผยความรู้สึกว่า สำหรับเขาแล้วประเทศไทยเปรียบเสมือนบ้านอีกหลังหนึ่ง เพราะทุกครั้งที่เดินทางกลับประเทศไทยหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันในต่างประเทศ มักจะรู้สึกเหมือนตัวเองได้ “กลับถึงบ้านแล้ว”โค้ชชินยังกล่าวถึงเส้นทางต่อจากนี้ว่า จะเดินทางไปประเทศอิตาลี เพื่อพัฒนาตัวเองให้เติบโตขึ้นทั้งในฐานะคนคนหนึ่งและในฐานะโค้ชวอลเลย์บอล พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีวันลืมทุกประสบการณ์และความอบอุ่นที่ได้รับจากประเทศไทย“ผมจะไม่มีวันลืมทุกประสบการณ์และความอบอุ่นที่ได้รับจากประเทศไทย หวังว่าจะได้พบกับทุกคนอีกครั้งนะครับ ขอบคุณจากใจจริงครับ” โค้ชชินระบุหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป แฟนวอลเลย์บอลชาวไทยต่างเข้ามาคอมเมนต์อวยพรให้โค้ชชินประสบความสำเร็จในเส้นทางใหม่ พร้อมขอบคุณสำหรับการทำงานและช่วงเวลาที่ได้ร่วมงานกับทีมชาติไทยขณะที่ หน่อง ปลื้มจิตร์ ถินขาว อดีตนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย หนึ่งในสมาชิกระดับตำนานของ “7 เซียน” ก็เข้ามาร่วมอวยพร โดยระบุว่า “อวยพรให้คุณโชคดีและประสบความสำเร็จกับการเดินทางนะ ชิน”สำหรับโค้ชชิน ถือเป็นอีกหนึ่งบุคลากรชาวญี่ปุ่นที่ได้รับความรักและความผูกพันจากแฟนวอลเลย์บอลไทยอย่างมาก โดยหลังจากปิดฉากการทำงานกับทีมชาติไทย เจ้าตัวกำลังเตรียมออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ครั้งใหม่ในวงการวอลเลย์บอลอิตาลี ก่อนหวังกลับมาพบกับแฟน ๆ ชาวไทยอีกครั้งในอนาคต
-
นอร์เวย์เล็งคุมเข้มแว่นอัจฉริยะติดกล้อง จ่อห้ามระบบจดจำใบหน้าในที่สาธารณะ หวั่นถูกใช้แอบถ่าย
ภาพไฮไลต์รัฐมนตรีดิจิทัลนอร์เวย์ประกาศตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญร่างกฎใหม่ คุมเข้มแว่นอัจฉริยะที่มาพร้อมกล้อง ทางด้านสภาผู้บริโภคจี้ร้านค้าหยุดขายจนกว่ากฎหมายจะชัดเจนรัฐบาลนอร์เวย์เตรียมออกกฎกำกับดูแลแว่นอัจฉริยะ (Smart glasses) และอุปกรณ์สวมใส่ที่ติดกล้องให้เข้มงวดกว่าเดิม โดยแนวทางหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการห้ามใช้ระบบจดจำใบหน้าเพื่อระบุตัวบุคคลอื่นในที่สาธารณะ หลังอุปกรณ์อย่างแว่นตาอัจฉริยะถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวและการแอบบันทึกภาพผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมคารีอันเนอ ตุง (Karianne Tung) รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลและการบริหารภาครัฐของนอร์เวย์ แถลงเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลจะกำกับดูแลแว่นอัจฉริยะให้เข้มงวดกว่าปัจจุบัน และกำลังพิจารณาห้ามใช้ระบบจดจำใบหน้าในที่สาธารณะตุง กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้มันมีแนวโน้มชัดเจนที่ปัญญาประดิษฐ์จะถูกนำมาผนวกกับกล้องและไมโครโฟนที่ฝังอยู่ในแว่นตา หูฟัง หมวก และข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมย้ำว่าต้องป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เหล่านี้ถูกใช้สอดส่องผู้อื่นในพื้นที่สาธารณะอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประกาศออกมายังไม่ใช่ตัวบทกฎหมาย รัฐบาลนอร์เวย์ยังไม่ได้เปิดเผยร่างกฎหมาย กรอบเวลา หรือแนวทางบังคับใช้ใดๆ หากแต่เป็นเพียงการวางทิศทางและยกตัวอย่างหนึ่งข้อว่ากฎที่เข้มขึ้นอาจมีหน้าตาอย่างไรเท่านั้นตุงระบุว่าจะแต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาให้คำแนะนำรัฐบาลเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมขอให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจัดทำแนวปฏิบัติของตัวเองไปพลางก่อนระหว่างที่กฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนยกร่างอุปกรณ์ที่อยู่ในข่ายพิจารณาคือแว่นตาติดกล้องของบริษัทอย่างเมตา (Meta) และสแนป (Snap) ซึ่งเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้และอาจเพิ่มฟีเจอร์จดจำใบหน้าในเร็ววันนี้ทางด้าน ฟินน์ ลุตซาว-โฮล์ม เมียร์สตัด (Finn Lützow-Holm Myrstad) หัวหน้าฝ่ายนโยบายดิจิทัลของสภาผู้บริโภคนอร์เวย์ แสดงท่าทีสนับสนุนการเคลื่อนไหวของรัฐบาล แต่มองว่ายังไม่เพียงพอ โดยเรียกร้องให้ร้านค้าถอดแว่นอัจฉริยะออกจากชั้นวางจนกว่าสถานะทางกฎหมายจะชัดเจน พร้อมชี้ว่าการห้ามเฉพาะระบบจดจำใบหน้าไม่ได้หยุดยั้งผู้สวมใส่จากการแอบถ่ายคนอื่น และระบุว่าช่องทางการนำไปใช้ในทางที่ผิดนอร์เวย์ไม่ใช่ประเทศเดียวที่ขยับตัวต่อประเด็นในที่สาธารณะ เนื่องจากคณะกรรมาธิการความปลอดภัยออนไลน์ของออสเตรเลีย (eSafety Commissioner) เพิ่งออกคำแนะนำถึงภาคอุตสาหกรรมเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยให้แว่นอัจฉริยะเบลอใบหน้าบุคคลที่ถูกบันทึกภาพโดยอัตโนมัติหากไม่ได้ให้ความยินยอม พร้อมกำหนดสัญญาณแจ้งเตือนขณะบันทึกวิดีโอให้ชัดเจนขึ้น ข้อเสนอนี้ยังรวมถึงสัญญาณไฟแสดงการบันทึกที่ไม่สามารถปิดหรือบดบังได้อย่างไรก็ตาม…
-
“สำนักงาน กสทช.” ขออภัยในความคลาดเคลื่อนข่าวเกี่ยวกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุด
สำนักงาน กสทช. ออกเอกสาร ชี้แจง ขออภัยในความคลาดเคลื่อนและขอแก้ไขข่าวสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569สำนักงาน กสทช. ขออภัยในความคลาดเคลื่อนและขอแก้ไขข่าวสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 คดีระหว่างนายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ผู้ฟ้องคดีและคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดี ดังนี้1.คดีนี้เป็นกรณีที่นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. ว่าไม่มีอำนาจในการพิจารณา ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่จะพิจารณาให้กรรมการซึ่งมีคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา8(2) ได้เนื่องจากอำนาจของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีได้นำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง และมีคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดีด้วย2. ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เห็นว่าผู้ฟ้องคดียังไม่ได้รับความเดือดร้อนหรือความเสียหายหรืออาจจะได้รับความเดือดร้อนหรือความเสียหายอันนี้อาจหลีกเลี่ยงได้ จึงไม่รับฟ้องคดีนี้ไว้ และไม่จำต้องพิจารณาคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาของผู้ฟ้องคดี จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ3. ผู้ฟ้องคดียื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ในประเด็นที่เกี่ยวกับว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายแล้วเนื่องจากเกิดจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ว่าให้พ้นจากตำแหน่งทั้งที่คณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการในเรื่องนี้เลย4. ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569…
-
จับแล้วชายคูเวต ฉีดสเปรย์ใส่เภสัชกร จนเกิดอาการผิดปกติ ต้องหามส่งรพ. พบก่อเหตุหลายครั้ง
จับแล้วชายคูเวต ฉีดสเปรย์ใส่เภสัชกร จนเกิดอาการผิดปกติ ต้องหามส่งรพ. พบก่อเหตุหลายครั้ง ตำรวจส่งขวดสเปรย์ตรวจสอบชนิดของสารเคมีจากกรณีโลกโซเชียลเผยแพร่เหตุการณ์นักท่องเที่ยวชายชาวคูเวตรายหนึ่ง ทำทีเข้ามาขอซื้อยาภายในร้านขายยา “มุกดาฟาร์มาซี” บนถนนพระบารมี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ก่อนใช้สเปรย์ลักษณะคล้ายขวดน้ำหอมฉีดใส่บริเวณลำตัวของเภสัชกรภายในร้านจนผู้เสียหายเกิดอาการผิดปกติ ทั้งลิ้นแข็ง พูดไม่เป็นประโยค ทรงตัวไม่ได้ หัวใจเต้นเร็ว แน่นหน้าอก และมีอาการคล้ายจะวูบ จนต้องเรียกรถฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลป่าตอง เหตุเกิดช่วงกลางดึกวันที่ 2 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นล่าสุด วันที่ 4 ก.ย.2569 ว่าที่ พ.ต.อ.กรกฤช ขันธ์เครือ ผกก.สภ.ป่าตอง, พ.ต.ท.สุชาติ ชุมภูแสง รอง ผกก.สส.ฯ และ พ.ต.ท.นพดล โทนมณี สว.สส.ฯ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.ป่าตอง นำโดย ว่าที่ ร.ต.ต.อรรควัฒน์ ชัยฤกษ์ เร่งลงพื้นที่สืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุเจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนจนทราบตัวและติดตามนำตัวชายชาวคูเวตรายดังกล่าว พร้อมของกลางเป็นขวดน้ำหอมที่ใช้ก่อเหตุ มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้าน พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต…
-
นศ.สาวผวาหนัก! เมื่อรู้น้องชายวัย 16 ถาม AI เรื่องอะไร นำเรื่องแจ้งพ่อแม่ใจสลายซ้ำ
หวาดผวา! นักศึกษาสาวผวาหนัก น้องชายวัย 16 ค้นหา หวาดผวา! นักศึกษาสาวผวาหนัก น้องชายวัย 16 ค้นหา "อยากมีเซ็กซ์กับพี่สาว" พอพ่อแม่รู้กลับถอดประตูห้อง-ขู่ตัดเงินกลายเป็นเรื่องราวสุดสะเทือนใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ของไต้หวัน เมื่อนักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 20 ปี รายหนึ่ง ได้ออกมาเปิดเผยฝันร้ายในครอบครัว หลังจากที่เธอประจันหน้ากับความจริงว่าน้องชายแท้ๆ อายุ 16 ปี แอบใช้ AI ค้นหาข้อความเสื่อมเสียเกี่ยวกับตัวเธอ แต่เมื่อนำเรื่องไปบอกพ่อแม่ กลับถูกมองว่าเรื่องมาก แถมยังถูกพ่อแม่ถอดประตูห้องนอนออกเพื่อไม่ให้ล็อกห้องผวาน้องชายค้นหา AI วิธีขอมีเซ็กซ์กับพี่สาว แต่แม่เชื่อ "ลูกชายไม่รู้ความหมาย"ผู้โพสต์เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน ขณะที่เธอกำลังทำอาหารดึก ได้สังเกตเห็นการแจ้งเตือนเว็บโป๊บนมือถือของน้องชาย จึงตั้งใจถ่ายรูปไว้เตือนแม่ แต่เมื่อปลดล็อกหน้าจอ กลับต้องตกใจจนมือสั่นเมื่อเห็นประวัติการค้นหาที่น้องชายถาม AI ว่า "อยากมีเซ็กซ์กับพี่สาว ต้องพูดอย่างไร" เธอจึงรีบอัดคลิปหลักฐานไว้และแจ้งให้แม่ทราบทันทีทว่าแม่กลับปฏิกิริยาเรียบเฉย และเมื่อเธอไปถามซ้ำ แม่กลับตอบว่าได้ไปคุยกับลูกชายแล้ว และเชื่อคำอ้างของลูกชายที่บอกว่า "ไม่รู้ความหมายของคำเหล่านั้น" โดยแม่ย้ำว่ารู้จักลูกดี และมองว่าเธอกังวลเกินเหตุ เพราะเหตุการณ์ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง การล็อกห้องหนีจึงเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและทำให้บ้านอึมครึม ขณะที่ผู้เป็นพ่อก็สรุปในที่ประชุมครอบครัวว่าเป็นความคิดชั่ววูบของวัยรุ่น และสั่งให้ทั้งสองฝ่ายขอโทษกันกังวลจนต้องล็อกห้องตลอด พ่อทนไม่ไหวใช้เครื่องมือ "ถอดประตูห้อง"ตลอด 4…
-
“ณัฐวุฒิ” ขอโทษประชาชน ปัดทำร้าย “สมชัย” อ้างตกใจสะดุ้งทำอีกฝ่ายล้มเอง!
โฆษก ตร. ลงพื้นที่ สน.ทองหล่อ กำชับคดีปะทะเดือดหน้าโรงพัก ระหว่าง เมื่อวันที่ 4 ก.ย. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาที่ สน.ทองหล่อ พร้อมเปิดเผยเกี่ยวกับกรณีความขัดแย้งระหว่าง นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม อดีตทนายความ กับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีการผลักอกกระทบกระทั่งกันจนทำให้นายสมชัยล้มลงจากรถจักรยานได้รับบาดเจ็บ โดยระบุว่า ขณะนี้ตำรวจได้ดำเนินการตามกฎหมาย เบื้องต้นทราบว่าผู้เสียหายได้ดำเนินคดีกับผู้ที่ผลักอก ในข้อหาเกี่ยวกับเรื่องทำร้ายร่างกาย ดูหมิ่นซึ่งหน้า และทำให้เสียทรัพย์ยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เมื่อพบเหตุก็มีการเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ ทราบว่าทางผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหาได้ยื่นขอประกันตัวตามสิทธิ์ ส่วนการจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้น ขอให้เป็นไปตามดุลพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณา แต่เชื่อว่าการทำคดีจะเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ส่วนมาตรการป้องกันในกรณีดังกล่าว หลังจากนี้อาจจะต้องมีการป้องกันไม่ให้คู่กรณีเกิดการเผชิญหน้ากันจนเกิดเหตุลักษณะนี้อีก โดยเฉพาะสถานที่แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ราชการขณะที่ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยว่า เห็นข่าวแล้ว ซึ่งขณะนี้ตนเองอยู่ต่างประเทศ ย้ำว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตนเองและเป็นเรื่องส่วนตัวของนายณัฐวุฒิ กับ นายสมชัย เพราะตนเองไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับนายสมชัย จึงไม่สามารถเข้าไปห้ามได้ เพราะนายณัฐวุฒิไม่ใช่ลูกน้อง ที่ปรึกษา หรือ คณะทำงานของตนเองโดยตรงต่อมา…
-
วุ่นทั้งวัน! ‘ฝ่ายค้าน’ ขอนับองค์ประชุม เถียงกันนัว โวย สส.ไม่มีข้าวกิน ประธานฯ ตัดบทสั่งปิดประชุม
วุ่นทั้งวัน! 'ฝ่ายค้าน' ขอนับองค์ประชุมระหว่างถกญัตติด่วนชายแดนใต้ 'โรม' หวั่นไม่จบคืนนี้จะยืดเยื้อ กระทบรายงานกกต.วีคหน้า 'กรวีร์-ปกรณ์วุฒิ' เถียงกันนัว ด้าน 'ศุภชัย' ป้อง 'โสภณ' ซัดฝ่ายค้านไร้น้ำใจ จะให้ประธานเป็นลมคาบัลลังก์ ขณะที่ 'นันทนา' โวย สส.ไม่มีข้าวกิน-ต้องออกไปกินยาข้างนอก เสนอถ้าจะนับขอแบบขานชื่อ ก่อนยกประท้วงวุ่น สุดท้าย 'ประธานสภาฯ' ตัดบทสั่งปิดประชุม4 ก.ย. 2569 – เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ก.ย.การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระการพิจารณาญัตติด่วน ขอให้สภาฯ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ ที่มีพรรคการเมืองเสนอจำนวน 7 พรรคภายหลังสมาชิกได้เสนอหลักการและเริ่มอภิปรายแล้ว ปรากฎว่า เวลา 20.00 น. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นขอสอบถามว่าตอนนี้เข้าสู่ผู้อภิปรายแล้ว และมีผู้อภิปรายจำนวนมาก การตกลงกันระหว่างวิป 2 ฝ่าย เมื่อวานนี้ ไม่ว่าจะเรียงลำดับแบบไหน วิปรัฐบาลยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าอย่างไรญัตติด่วนชายแดนใต้ก็ต้องจบวันนี้…
-
“จอนนี่มือปราบ” สนธิกำลังตำรวจเข้าควบคุมตัว “อำนาจ” โดยละม่อม ส่งต่อโรงพยาบาลรักษาอาการทางจิต
“จอนนี่มือปราบ” หรือ ด.ต.ยุทธพล ศรีสมพงษ์ อดีตตำรวจคนดัง ร่วมกับทีมงานพลเมืองดีและเจ้าหน้าที่ตำรวจ วางแผนเข้าควบคุม อำนาจ รื่นเริง อดีตแชมป์โลกมวยสากล อย่างละมุนละม่อม หลังเจ้าตัวมีอาการทางคล้ายมึนเมา และมีอาการทางประสาทกำเริบหนักจนควบคุมตัวเองไม่ได้ หลังเดินทางกลับบ้านที่ชลบุรี โดย “จอนนี่” ในฐานะผู้ปกครอง ยืนยันนำตัวอำนาจ เข้ารับการรักษาตามแนวทางแพทย์ ณ โรงพยาบาลพิบูลย์มังษาหาร เพื่อประเมินและระงับอาการในเบื้องต้นหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะส่งตัว อำนาจ รื่นเริง ไปรักษาต่อยัง โรงพยาบาลศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านจิตเวช เพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอาการทางระบบประสาทอย่างเต็มรูปแบบ“จอนนี่มือปราบ” เปิดเผยว่า การเข้าช่วยเหลือในครั้งนี้จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยยืนยันว่าการกลับมารักษาในรอบนี้ เป้าหมายหลักคือต้องรักษาอาการทางประสาทให้หายขาดก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นจึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการดูแลฟื้นฟูสภาพร่างกาย จิตใจ และสมรรถภาพ เพื่อให้อดีตแชมป์โลกคนเดิมกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคมได้อย่างปลอดภัยwebsite : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO
-
วิเคราะห์บอล อิปสวิช vs ลิเวอร์พูล 4 ก.ย. 69 : หงส์แดงยุคใหม่ลุ้นปลดล็อกเฮ
ลิเวอร์พูลยังตามหาชัยชนะนัดแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เตรียมบุกเยือนอิปสวิชที่พอร์ทแมน โร้ด คืนวันศุกร์ ขณะที่เจ้าถิ่นหวังเลี่ยงความพ่ายแพ้ยับอีกเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษอิปสวิช – ลิเวอร์พูลเวลา : 02.00 น. ถ่ายทอดสด : MONOMAXสนาม : พอร์ทแมน โร้ดอิปสวิช – แกรี่ โอนีล อดีตโค้ชทีมเยาวชน "หงส์แดง" ช่วงปี 2020-21 จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เจเดน ฟิโลจีน ปีกซ้ายที่มีอาการบาดเจ็บข้อเท้า ขณะที่ เอเแมร์ซอนน์ กองหน้าตัวเป้าชาวบราซิเลียนยังต้องรอเช็กความฟิตจากปัญหาที่หัวเข่า หากไม่พร้อมลงสนาม คาดว่า ชูบา อัคปอม จะได้โอกาสเสียบแทนหลังเพิ่งลงสำรองยิงปิดท้ายในเกมพ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-5 โดยมี อับดุล ฟาตาวู และ ไดเซ็น มาเอดะ คอยสนับสนุนริมเส้น ส่วน ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่ จะรับหน้าที่หมายเลข 10 ส่วนแดนกลางมีปัญหาเช่นกัน อาซอร์ มาตูซิว่า มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ…
-
ครับจารย์! ไมค์ ดีน รับเคยยอมฝืนใจไม่ยอมเป่าฟาวล์ทั้งที่ฟาวล์ให้กับหลายทีมมาแล้ว เพราะอยากท้าทาย
อันเชิญคู่กรณี ไมค์ ดีน อดีต ผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีก อ้างว่าเขาเคยมีส่วนร่วมในการใช้วิชามารแบบลับๆ ขณะทำหน้าที่ตัดสิน รวมถึงการพยายามยืนอยู่ในวงกลมกลางสนามให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเขาสารภาพว่า “เป็นการพูดเล่น” ในระหว่างการแข่งขันเท่านั้น คำกล่าวนี้ ซึ่งมาจากหนึ่งในผู้ตัดสินที่มีชื่อเสียงที่สุดในวงการฟุตบอลอังกฤษ ได้สร้างความงุนงงให้กับผู้ตัดสินคนอื่นๆ ที่กล่าวว่าไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่าเคยมีพฤติกรรมเช่นนั้นเกิดขึ้นจริงดีนเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ตัดสินชั้นนำมากว่าสองทศวรรษก่อนจะเกษียณในปี 2022 และหลังจากนั้นก็ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินช่วยวิดีโอ (VAR) ช่วงสั้นๆ ในการให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ของเจมี่ วาร์ดี้ในสัปดาห์นี้ ดีนได้เล่าเรื่องราวจากช่วงเวลาที่เขาเป็นผู้ตัดสินในลีกสูงสุดในยุคก่อน VAR “เราเคยพูดกันว่า ‘เอาล่ะ เริ่มกันเลย มาดูกันว่าเราจะเล่นกันได้นานแค่ไหนโดยไม่ต้องเป่านกหวีด’ ” เขากล่าว “ผมเคยทำแบบนั้นมาหลายครั้งในพรีเมียร์ลีก ก่อน VAR แน่นอน [ผม] ทำได้ 20-25 นาทีโดยที่ไม่เป่านกหวีดเลยอ่ะจั๊ฟ”“ผมเคยทำแบบนี้อีกด้วยนะ ผมเคยยืนอยู่ตรงกลางสนาม แล้วดูว่าผมจะยืนอยู่ได้นานแค่ไหนก่อนที่จะต้องออกไป อันนั้นเป็นแค่การพูดเล่นนะครับ ครั้งหนึ่งผมเคยยืนอยู่ได้ประมาณ 15 นาทีอันนี้เรื่องจริง”เจ้าหน้าที่ภายในองค์กรผู้ตัดสิน Pro Ref เข้าใจว่ารู้สึกงงงวยกับข้อกล่าวอ้างดังกล่าว โดยยกตัวอย่างเช่น ข้อเสนอแนะที่ว่าผู้ตัดสินสามารถยืนอยู่กลางสนามเป็นเวลา 15 นาทีโดยไม่มีใครสังเกตเห็นนั้น ถือว่าเป็นไปได้ยากมากๆนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดีนสร้างความขัดแย้งในการให้สัมภาษณ์หลังเกษียณ ดีนถูกพักงานจากบทบาท VAR ในปี…
Got any book recommendations?