Mindblown: a blog about philosophy.

  • ผู้ดูแลคลองถม แจงปมไฟไหม้ โต้ข่าวปิดตำนาน ย้ำ ไม่ใช่เจ้าของโครงการ รอ พฐ.ตรวจสาเหตุ

    ผู้ดูแลคลองถม แจงปมไฟไหม้ โต้ข่าวปิดตำนาน ย้ำ ไม่ใช่เจ้าของโครงการ รอ พฐ.ตรวจสาเหตุเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่คลองถมเซ็นเตอร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ตลาดคลองถมเซ็นเตอร์ เมื่อค่ำวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้นล่าสุดนักข่าวได้สอบถาม ผู้ดูแลพื้นที่และโครงการคลองถมเซ็นเตอร์ ถึงข้อสงสัยต่างๆ โดยผู้ดูแลโครงการระบุว่า ขณะนี้ยังคงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุให้ปลอดภัยก่อน เนื่องจากเอกสารสำคัญ รายละเอียดเนื้อที่ หรือจำนวนไร่ รวมถึงข้อมูลสัญญาเช่าต่างๆ เก็บไว้อยู่บนชั้นบนของอาคาร ซึ่งในขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าไปนำออกมาตรวจสอบได้ จึงยังไม่สามารถระบุตัวเลขพื้นที่หรือจำนวนผู้ค้าได้อย่างชัดเจนสำหรับสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ผู้ดูแลโครงการยืนยันว่า ยังอยู่ระหว่างรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม เรื่องที่นับว่าโชคดีที่สุดในเหตุการณ์ครั้งนี้คือ “ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต” ส่วนเรื่องมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยต่างๆ จะต้องนำมาพิจารณาและหารือร่วมกันอีกครั้งหลังจากนี้เมื่อถามถึงมาตรฐานและความพร้อมของระบบป้องกันอัคคีภัย ผู้ดูแลโครงการชี้แจงว่า ที่ผ่านมาได้มีการเดินตรวจและทดสอบระบบร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่เป็นประจำ ยืนยันว่าเมื่อช่วงวันก่อนหน้าเกิดเหตุ ระบบสปริงเกลอร์ยังคงทำงานได้ตามปกติ ส่วนในวันเกิดเหตุจะทำงานสมบูรณ์หรือไม่ ต้องรอให้ทาง พฐ.เข้าไปตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง ขณะที่ระบบระบบไฟฟ้า มีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยหลังเวลา 2 ทุ่มของทุกวันจะมีการสับคัตเอาต์ใหญ่ เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าภายในอาคารทั้งหมดเมื่อถามถึงประเด็นที่มีกระแสข่าวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นการปิดตำนานคลองถมเซ็นเตอร์เลยหรือไม่ ผู้ดูแลโครงการได้ปฏิเสธข่าวนี้ทันที โดยระบุว่ายังไม่มีข้อมูลหรือข้อสรุปใดๆ ในเรื่องนี้เมื่อถามย้ำว่าผู้ดูแลพื้นที่เป็นเจ้าของที่นี่เลยใช่หรือไม่ ผู้ดูแลโครงการ ยืนยันว่าพื้นที่คลองถมส่วนที่ตนดูแลมีอยู่เพียงจุดเล็กๆ ไม่ได้ครอบครองพื้นที่ทั้งหมด…

  • ‘ศุภชัย’ ย้อนศร ‘อภิสิทธิ์’ เคยบอยคอตเลือกตั้ง 2 ครั้ง ก่อนวิกฤตจบด้วยรัฐประหาร ‘ล้มล้างการปกครองหรือไม่’

    28 ส.ค.2569-นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ตอบโต้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หลังตั้งคำถามพรรคการเมืองส่งคน “ยึดครองวุฒิสภา” และอาจใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองหรือไม่ ย้ำข้อกล่าวหาร้ายแรงต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ไม่ใช่เพียงข้อสันนิษฐานทางการเมือง พร้อมย้อนประวัติศาสตร์ประชาธิปัตย์ เคยไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งมาแล้ว 2 ครั้ง ทั้งปี 2549 และ 2557 ชี้หากกล่าวหา “สว.สีน้ำเงิน” หรือ ภท. ส่งคนเข้าไปยึดครองวุฒิสภา ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า “ใครส่งใคร ส่งอย่างไร มีคำสั่งหรือข้อตกลงอะไร” ก่อนเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย โดยมีข้อความที่โพสดังนี้“ก่อนกล่าวหาภูมิใจไทยยึดครองวุฒิสภา ลองย้อนดูประวัติศาสตร์ประชาธิปัตย์” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามว่า พรรคการเมืองจะ “โดยเปิดเผยหรือแอบ” ส่งคนมายึดครองวุฒิสภา เข้ามาอยู่ในองค์กรอิสระ เพื่อช่วยเหลือไม่ให้ฝ่ายบริหารหรือวุฒิสภาผิด และทำให้ไม่มีใครตรวจสอบองค์กรอิสระได้หรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าคนเหล่านี้กำลังใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อ “ล้มล้างการปกครองหรือเปล่า” คำถามนี้รุนแรง และพาดพิงถึงรากฐานของระบอบประชาธิปไตยโดยตรงพรรคภูมิใจไทยจึงมีสิทธิถามกลับเช่นเดียวกันว่า ก่อนจะกล่าวหาพรรคการเมืองอื่นว่า “ยึดครองวุฒิสภา” หรือถึงขั้น “ล้มล้างการปกครอง” เราควรใช้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หรือใช้เพียงความรู้สึกและข้อสันนิษฐานทางการเมือง?หากมีหลักฐานว่าพรรคภูมิใจไทยหรือบุคคลใดกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา…

  • ไทย จับไต๋ ‘ฮุนเซน’ เสนอตั้ง ‘คณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภา’ หวังใช้พิพากษาเขตแดน

    เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ระบุถึงกรณีถ้อยแถลงของฮุน เซน เสนอคณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภาหยุดยิง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชายแดนขยายตัวว่า ประเทศไทยสนับสนุนทุกความพยายามที่นำไปสู่สันติภาพ ซึ่งคำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะตั้งคณะใหม่กี่คณะ แต่กลไกที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้แล้ว ใช้ให้เต็มประสิทธิภาพหรือยังเรามีช่องทางทวิภาคี มีกลไกด้านชายแดน และมีกลไกผู้สังเกตการณ์ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือทุกฝ่ายต้องเคารพข้อตกลงเดียวกัน ใช้ข้อเท็จจริงชุดเดียวกัน และไม่พยายามให้กลไกสังเกตการณ์กลายเป็นเครื่องมือตัดสินข้อพิพาทเรื่องอธิปไตย ผู้สังเกตการณ์มีหน้าที่สังเกตการณ์ ไม่ใช่ผู้พิพากษาเขตแดนเมื่อถามว่า ฮุน เซน บอกว่า “ข้อตกลงหยุดยิงอาจเป็นเพียงกระดาษหนึ่งแผ่น ที่ไม่สามารถรับประกันสันติภาพยั่งยืน เห็นอย่างไร พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ตนเห็นต่างในหลักการ ข้อตกลงหยุดยิงจะเป็นเพียงกระดาษ ก็ต่อเมื่อฝ่ายที่ลงนามไม่ปฏิบัติตาม แต่ถ้าทุกฝ่ายเคารพสิ่งที่ตกลงร่วมกัน กระดาษแผ่นนั้นคือคำมั่นระหว่างรัฐ และเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดในการรักษาชีวิตประชาชนและกำลังพลของทั้งสองประเทศดังนั้น แทนที่จะลดคุณค่าของข้อตกลง เราควรถามว่า เราทำตามสิ่งที่ลงนามไว้ครบถ้วนหรือยังสันติภาพไม่ได้เกิดจากการตั้งกลไกใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการรักษาคำพูดและสร้างความไว้วางใจผ่านการปฏิบัติส่วนกรณีที่ ฮุน เซน ระบุถึงSalami Slicing หรือ การรุกคืบยึดพื้นที่ทีละเล็กทีละน้อย เหมือนกำลังพาดพิงประเทศไทย พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ถ้าจะใช้ศัพท์ทางยุทธศาสตร์ เราก็ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะคำศัพท์ไม่ได้เป็นหลักฐาน…

  • “ไชยชนก” ไม่หวั่นฝ่ายค้านซักฟอก “TH-AI Passport” เร่งจับมือเครือข่ายภาครัฐชวนคนลงทะเบียนเพิ่ม

    รมว.ดีอี โต้เดือดปมฟ้อง-ฮั้วบิ๊กเทค 'AI Passport' ซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยันโปร่งใสทุกบาท พร้อมชนฝ่ายค้านซักฟอก ยอดลงทะเบียนทะลุ 1.3 ล้านแล้ว เตรียมผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ เพื่อช่วยกันรณรงค์กระจายข่าวสารให้เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดงานเปิดตัวโครงการ TH-AI Passport (ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต) อย่างเป็นทางการ โดยมี นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เป็นประธาน พร้อม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี และผู้บริหารกระทรวงดีอี และภาคเอกชนเข้าร่วมงานนายไชยชนก กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิล่วงหน้าเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 1.3 ล้านคน ภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ สะท้อนความตื่นตัวและความต้องการเข้าถึงเทคโนโลยีเอไอ ของคนไทยอย่างชัดเจน ก่อนที่แพลตฟอร์ม เอไอ…

  • ลุง “แอ๊ด คาราบาว” ควัก 1 ล้านบาท ให้กำลังใจ “น้องเนเน่” ลุยคว้าแชมป์ AGT มาฝากชาวไทย

    ลุง "แอ๊ด คาราบาว" ควัก 1 ล้านบาท ให้กำลังใจ "น้องเนเน่" ลุยคว้าแชมป์ AGT มาฝากชาวไทย ขอเป็นกำลังใจให้น้องเนเน่ไปทำภารกิจนี้แทนชาวไทยวันที่ 29 ส.ค.69 เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก เมื่อตำนานเพลงเพื่อชีวิตอย่าง แอ๊ด คาราบาว หรือ ยืนยง โอภากุล ออกชื่นชม “น้องเนเน่ รอยัล” สาวน้อยจากภูเก็ตสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยบนเวที America’s Got Talent (AGT)โดยโพสต์ข้อความระบุ "เนเน่ ครับตอนนี้หนูอยู่ไหน อยู่เมืองไทยหรือเปล่าครับ ลุงแอ๊ด ปลื้มหนูมากๆ หนูเก่งจริงจ้ะ เเละยังทำให้เด็กๆ คนไทยอยากเป็นแบบหนู เชื่อไหมหลังเวทีคอนเสิร์ตลุงแอ๊ดน่ะ จะมีคุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยๆ พร้อมหอบหิ้วกีต้าร์มาข้อลายเซ็นลุงนี่เป็นปรากฏการณ์ที่มันหนาตาขึ้นผิดปกติ เพราะกระเเสจากความนิยมในความสามารถของหนูนี่เเหละ ถ้าเป็นหลังเวทีของหนู ลองนึกดูเอาละกันว่ามันจะถล่มทลายขนาดไหน 55555ลุงแอ๊ดขอมอบเงินสดส่วนตัว 1 ล้านบาท ให้หนูเพื่อจะได้ใช้เป็นค่าเดินทางค่าใช้จ่ายเพื่อไปพิชิตชัยชนะมาฝากชาวไทยและประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา ลุงขอเป็นกำลังใจดวงเล็กๆ อีกดวงให้หนูไปทำภารกิจนี้แทนชาวไทยด้วยเด้อ รอบชิงเอาให้หรอยจังฮู้เลยนะลูกนะที่มา : Add Baoข่าวที่เกี่ยวข้องน้องเนเน่ เปิดที่มาชุดไม่ธรรมดา ให้โลกได้เห็นความเป็นไทย…

  • “พีท กันตพร” แจงชัด! ไม่ใช่ผู้บริจาค 100 ล้าน หลังคนเข้าใจผิด พร้อมเผยครอบครัวทำบุญโรงพยาบาลปีนี้แล้ว 141 ล้าน

    กลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หลังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเผยแพร่ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า มีผู้มีจิตศรัทธา ซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม บริจาคเงินจำนวน 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างอาคารบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในแบบพรีเมียม ขนาด 6 ชั้น พื้นที่ใช้สอยกว่า 4,350 ตารางเมตรหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นและอนุโมทนาบุญเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันมีชาวโซเชียลบางส่วนเข้าใจว่า ผู้บริจาคเงินก้อนดังกล่าวอาจเป็น “พีท กันตพร หาญพาณิชย์” นักธุรกิจหนุ่ม สามีของ “แก้มบุ๋ม ปรียาดา สิทธาไชย” เนื่องจากครอบครัวของพีทมีประวัติทำบุญและบริจาคให้โรงพยาบาลเป็นประจำล่าสุด “พีท กันตพร” ได้ออกมาไลฟ์พูดถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า ข่าวการบริจาคเงิน 100 ล้านบาทโดยไม่ประสงค์ออกนามนั้น ไม่ใช่ตนเป็นผู้บริจาค แม้จะมีหลายคนเข้ามาคอมเมนต์และเข้าใจผิดก็ตามพีทยังเผยถึงการทำบุญของครอบครัวว่า โดยปกติครอบครัวจะทำบุญกับโรงพยาบาลสวนดอก จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเป็นสถาบันที่คุณพ่อของพีทเคยศึกษา โดยคุณพ่อจะทำบุญกับโรงพยาบาลของคณะเป็นประจำสำหรับปีนี้ ครอบครัวได้บริจาคให้โรงพยาบาลไปแล้วรวม 141 ล้านบาท พร้อมกล่าวอนุโมทนาบุญกับผู้บริจาคเงิน 100 ล้านบาท และมองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนโรงพยาบาลทั้งนี้ พีทย้ำชัดเจนว่า เงินบริจาค 100 ล้านบาทที่เป็นข่าว ไม่ใช่เงินบริจาคจากตน ส่วนยอด…

  • นายกฯ ลงพื้นที่ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ชื่นชมทุกฝ่ายควบคุมสถานการณ์รวดเร็ว

    ภาพไฮไลต์“อนุทิน” ลงพื้นที่ติดตามเหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ล่าสุดคุมเพลิงได้แล้ว เร่งฉีดน้ำดับความร้อน ห่วงควันกระทบสุขภาพ กำชับเฝ้าระวังสินค้าที่เหลือหวั่นคนฉวยโอกาส ชื่นชมควบคุมสถานการณ์ได้รวดเร็วเมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ตลาดคลองถมเซ็นเตอร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ดูแลโครงการคลองถมเซ็นเตอร์ ร่วมตรวจสอบในพื้นที่ด้วยทั้งนี้ เมื่อมาถึงนายกรัฐมนตรีติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จากนั้นเปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ยังคงมีความร้อนหลงเหลืออยู่เป็นหย่อมๆ ในบางจุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถฉีดน้ำเข้าไปถึงด้านในได้ จึงจำเป็นต้องใช้รถแบ็กโฮเข้าดำเนินการเคลียร์และเปิดทางเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถฉีดน้ำเข้าไปควบคุมความร้อนได้อย่างทั่วถึงนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องการปะทุของเพลิงซ้ำ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำเลี้ยงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้คือสถานการณ์ด้านควันและคุณภาพอากาศ จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดน้ำเพื่อลดปริมาณควันให้ได้มากที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่ไม่มีความจำเป็นหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้ามาในบริเวณจุดเกิดเหตุ แต่หากมีความจำเป็นต้องเข้าพื้นที่ขอให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการสูดดมควันและสารปนเปื้อน เนื่องจากวัสดุหรือเคมีภัณฑ์บางส่วนภายในอาคารอาจเกิดการเผาไหม้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจสำหรับการบรรเทาและป้องกันเหตุ นายกรัฐมนตรีเผยว่า กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยสามารถควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนและอาคารของประชาชนในบริเวณใกล้เคียงได้ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาพยาบาลแล้ว ส่วนผู้ที่มีอาการสาหัส ขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว สำหรับทรัพย์สินและสินค้าของผู้ประกอบการที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เพิ่มมาตรการสอดส่องและเฝ้าระวังการลักขโมยทรัพย์สิน หากพบผู้กระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมขอความร่วมมือไม่ให้มีการฉวยโอกาสนำทรัพย์สินของผู้ประกอบการออกจากพื้นที่ เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการและเจ้าของตลาดต่างได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น…

  • เสียหายเป็นล้าน! เสียงผู้ค้าย่านคลองถม แฉไม่เคยตรวจระบบไฟ ไม่มีสปริงเกอร์

    เสียงผู้ค้าย่านคลองถม หนักสุดในรอบ 30 ปี! สต็อกถูกเผาวอด เสียหายกว่า 1 ล้านบาท แฉไม่เคยเห็นตรวจระบบไฟ-ระบบความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ไม่มีสปริงเกอร์ บางรายกังวลไม่ได้รับเยียวยาเพราะเป็นแผงลอยเสียงผู้ค้าย่านคลองถม เจ้าของร้านกุญแจ เปิดใจหนักสุดในรอบ 30 ปี! สต็อกถูกเผาวอด เสียหายกว่า 1 ล้านบาท แฉไม่เคยเห็นตรวจระบบไฟ-ระบบความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ไม่มีสปริงเกอร์ บางรายกังวลไม่ได้รับเยียวยาเพราะเป็นแผงลอยหนึ่งในนั้นคือเจ้าของร้านกุญแจ "เฮียย้ง" เล่าว่าร้านของตนเองตั้งอยู่ใกล้กับศาลเจ้าแม่ไทรทอง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดต้นเพลิงที่เป็นร้านขายลำโพง ในช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 20.00 น. ร้านค้าปิดหมดแล้วและไม่มีใครอยู่ภายในร้านต่อมาลูกสาวได้เดินทางมาดูพื้นที่ แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปด้านใน เนื่องจากไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างหนักและมีโครงสร้างเริ่มถล่ม การเข้าพื้นที่จึงเสี่ยงต่ออันตรายสำหรับความเสียหายในครั้งนี้ สินค้าประเภทกุญแจและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สต็อกไว้ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเจอมาตลอด 30 ปี ที่ประกอบอาชีพอยู่ที่นี่ จากที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุไฟไหม้ในพื้นที่บ้างแต่ก็สามารถควบคุมเพลิงและดับได้ทันทุกครั้งนอกจากนี้ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุและการลุกลามของเพลิงไหม้ครั้งนี้ว่า เพลิงได้ลุกลามมาตามสายไฟฟ้าจนเข้ามาถึงตัวร้าน ทั้งที่โดยปกติแล้วเมื่อถึงเวลาปิดร้านช่วง 20.00 น. ร้านค้าในพื้นที่รวมถึงจุดเกิดเหตุจะมีการสับคัทเอาท์เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าลงทั้งหมดตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เคยให้ข้อมูลไว้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดไฟจึงยังสามารถลัดวงจรหรือลุกลามมาตามสายไฟฟ้าได้อีกขณะเดียวกันเมื่อสอบถามถึงระบบป้องกันอัคคีภัยในพื้นที่ ให้ข้อมูลว่าที่ผ่านมาไม่เคยเห็นการเข้ามาตรวจเช็กระบบความปลอดภัยหรือระบบไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ และในพื้นที่คลองถมไม่มีระบบสปริงเกอร์ฉีดน้ำ มีเพียงช่วง 2-3 วัน…

  • สภาพล่าสุด’คลองถมเซ็นเตอร์’หลังโดนไฟไหม้เหลือแต่ซาก

    not found

  • สุดสะเทือนใจ! เมียเล่านาทีเพิ่งลงจากรถ ผัวถูกเก๋งพุ่งชน ดับสลดต่อหน้าต่อตา

    เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ศูนย์สั่งการกู้ชีพปราการ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์หลายคัน บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อภายในซอยมหาชัย ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ศูนย์สั่งการกู้ชีพปราการ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์หลายคัน บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อภายในซอยมหาชัย ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย เป็นทั้งชายและหญิง ส่วนใหญ่เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และประชาชนที่อยู่บริเวณวินรถจักรยานยนต์หน้าร้านสะดวกซื้อ เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาล ก่อนทยอยนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรับการรักษา บริเวณจุดเกิดเหตุยังพบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชาย อายุ 57 ปี เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่และดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนจากการตรวจสอบ พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลพลังงานไฟฟ้าทะเบียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ จอดอยู่ท่ามกลางรถจักรยานยนต์หลายคันในสภาพได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยมีชิ้นส่วนรถยนต์และสิ่งของกระจัดกระจายอยู่บนพื้นถนน เบื้องต้นพบรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายประมาณ 9 คัน ขณะที่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตได้รับความเสียหายอย่างหนักจนแทบไม่สามารถใช้งานได้ด้านภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุสามีเพิ่งออกจากบ้านพักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ เพื่อเดินทางไปซื้อกาแฟ โดยเธอนั่งรถจักรยานยนต์มาด้วย ก่อนลงจากรถบริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุต่อมาขณะที่ผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบริเวณสามแยก ได้มีรถเก๋งพลังงานไฟฟ้าขับเข้ามาและพุ่งผ่านบริเวณสามแยก ก่อนชนรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตอย่างรุนแรง…

Got any book recommendations?