Mindblown: a blog about philosophy.

  • เสื่อมขั้นสุด คู่รักพิเรนทร์พลอดรักกลางสุสาน ไม่สนบรรพบุรุษจนชาวบ้านต้องแจ้งตำรวจ

    กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาโซเชียลมีเดียในมาเลเซียถึงกับลุกเป็นไฟ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Lion Wong ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอสุดช็อกที่กำลังเป็นไวรัลอย่างหนักในขณะนี้ ซึ่งเผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ของคู่รักคู่หนึ่งที่กำลังทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในสถานที่ที่ไม่ควรอย่างยิ่ง โดยระบุข้อความประกอบว่า"震惊!华裔墓园惊现男女不雅行为视频!Mengejutkan! Video tingkah laku tidak senonoh antara lelaki dan wanita ditemui di tanah perkuburan Cina!" (ช็อก! พบคลิปวิดีโอพฤติกรรมไม่เหมาะสมของชายหญิงภายในสุสานจีน!)คลิปคู่รักในคลิปปรากฏภาพพื้นที่ภายในสุสานชาวจีนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีบรรยากาศเงียบสงบ แต่กลับพบเงาร่างของชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังนัวเนียทำกิจกรรมบางอย่างอยู่บริเวณหลุมศพ ท่ามกลางแสงแดดจ้า โดยไม่แคร์สายตาใครหรือความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แม้แต่น้อยหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตมาเลเซียต่างพากันแห่เข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อน ส่วนใหญ่เป็นการตำหนิถึงความไม่กาลเทศะ และตั้งข้อสงสัยถึงเชื้อชาติของคนในคลิป รวมถึงแสดงความสังเวชต่อพฤติกรรมดังกล่าว เช่น"Melayu ? India? warga asing ?" (มลายู? อินเดีย? หรือชาวต่างชาติ?)"Yzm Yusof mcm warga asing but not sure la" (ดูเหมือนชาวต่างชาติแต่ก็ไม่แน่ใจนะ)"Omg shame on u people" (พระเจ้า น่าอายจริงๆ…

  • ช็อก! แจ็ก แปปโฮ ประกาศข่าวร้ายเลิกทำรายการ อยากไปเติบโตจากจุดเดิม

    แจ็ก แปปโฮ ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ประกาศชัดเจนเลิกทำรายการ ขายของ เพราะอยากไปเติบโตจากจุดเดิม ย้ำมีออีพีอื่นๆรออยู่23 มีนาคม 2569 แจ็ก แปปโฮ ยูทูบเบอร์ชื่อดังของไทย โพสต์เฟซบุ๊ก สวัสดีครับผมแจ็กแปปโฮ เผยข่าวเศร้าให้แฟนคลับและชาวเน็ตว่า ไม่ขายแล้วตอนแรกก็ไม่คิดไม่ฝันหรอกครับ ว่างานเลี้ยงจะต้องมีวันเลิกลา ที่ผมตัดสินใจเลิกทำอีพีขายของก็เพราะว่า… เราควรโตจากจุดเดิมๆและทำอะไรใหม่ๆที่เราอยากทำจริงๆสุดท้ายนี้ขอขอบคุณ คนที่ติดตาม “สวัสดีครับผมแจ็กแปปโฮ” รายการอาชีพ ที่เคยเป็นทั้งแรงบันดาลใจ เป็นทั้งความบัญเทิงในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ยังทำอีพีอื่นๆอยู่นะ รอติดตามความบันเทิงได้เลย ไม่ทำแค่ขายของ.. https://www.facebook.com/photo?fbid=1558893022260186&set=a.591462519003246657135993 1558893025593519 2353662980592542828 n

  • อาลัย นางฟ้าสู้มะเร็ง เสียชีวิตในวัย 29 ปี สุดเศร้าโพสต์สุดท้าย

    กลายเป็นข่าวเศร้าที่สร้างความสะเทือนใจให้กับแฟนคลับจำนวนมาก หลังมีรายงานว่า หวัง เว่ยเฉียน อินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดังในดินแดนไต้หวัน ได้จากไปอย่างสงบในวัยเพียง 29 ปี ภายหลังต่อสู้กับ โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มาอย่างยาวนาน โดยตลอดช่วงเวลาที่เข้ารับการรักษา เธอเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ป่วยที่มีพลังบวกและไม่ยอมแพ้ต่อโรคร้าย จนได้รับฉายาจากผู้ติดตามว่าเป็น “นางฟ้าผู้ต่อสู้กับมะเร็งที่สวยที่สุด”รายงานระบุว่า หวัง เว่ยเฉียน ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน จุดเริ่มต้นมาจากการที่เธอสังเกตพบอาการปวดบวมบริเวณใต้รักแร้ ซึ่งในตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการกล้ามเนื้อตึงจากการยกของเท่านั้น แต่หลังเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด แพทย์กลับพบก้อนเนื้อผิดปกติ ก่อนยืนยันว่าเป็นโรคมะเร็งแม้ต้องเผชิญกับการรักษาที่หนักหน่วง โดยเฉพาะการทำเคมีบำบัดซึ่งทำให้เส้นผมร่วงจนต้องโกนศีรษะ แต่เธอยังคงปรากฏตัวต่อหน้ากล้องอย่างเข้มแข็ง พร้อมแบ่งปันเรื่องราวการต่อสู้กับโรคผ่านโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อกำลังใจและประสบการณ์ให้กับผู้ป่วยคนอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญเส้นทางเดียวกันก่อนหน้านี้ หวัง เว่ยเฉียน เคยเปิดใจถึงอาการของตัวเองว่า เนื้องอกเติบโตเร็วมาก แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังพยายามใช้ชีวิตด้วยทัศนคติเชิงบวก และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ติดตามจำนวนไม่น้อยบนโลกออนไลน์กระทั่งล่าสุด บริษัทต้นสังกัดของเธอได้ออกมาแจ้งข่าวเศร้าว่า หวัง เว่ยเฉียน ได้จากไปอย่างสงบแล้วในวัย 29 ปี หลังพยายามต่อสู้กับโรคร้ายมาอย่างถึงที่สุด ส่งผลให้แฟนคลับและชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้าไปแสดงความอาลัยผ่านโซเชียลมีเดียกันอย่างล้นหลามหนึ่งในสิ่งที่ยิ่งทำให้หลายคนรู้สึกสะเทือนใจ คือข้อความสุดท้ายที่เธอโพสต์ไว้ในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าว่า “เจอกันใหม่ปีหน้า” ซึ่งในเวลานี้ กลับกลายเป็นประโยคอำลาที่บีบหัวใจผู้ติดตามอย่างมาก เพราะคำว่า “เจอกันใหม่” ของเธอ ได้กลายเป็นการจากลาที่ไม่มีโอกาสพบกันอีกแล้วภายหลังข่าวการเสียชีวิตถูกเผยแพร่ออกไป แพทย์ในดินแดนไต้หวันยังได้ออกมาเตือนประชาชนให้สังเกตสัญญาณเริ่มต้นของ…

  • หัวอกพ่อสลาย! เจอคลิปลูกชายป.5 ถูกเพื่อนรุมยำ-เท้าเหยียบหัวคาห้องเรียน

    หัวอกพ่อสลาย! เจอคลิปลูกชาย ป.5 ถูกเพื่อนรุมยำ-เท้าเหยียบหัวคาห้องเรียน แฉซ้ำจงใจปล่อยคลิปประจาน ลั่นไม่รับคำขอโทษ เตรียมเอาผิดโรงเรียนถึงที่สุดหัวอกพ่อสลาย! เจอคลิปลูกชาย ป.5 ถูกเพื่อนรุมยำ-เท้าเหยียบหัวคาห้องเรียน แฉซ้ำจงใจปล่อยคลิปประจาน ลั่นไม่รับคำขอโทษ เตรียมเอาผิดโรงเรียนถึงที่สุดวันที่ 23 มี.ค. 69 นายอนุสร (สงวนนามสกุล) ผู้ปกครองน้องอาร์ม (นามสมมติ) อายุ 12 ปี นำคลิปภาพขณะที่ลูกชายถูกเพื่อน 3 คน รุมทำร้าย และใช้เท้าเหยียบศีรษะในห้องเรียน ระหว่างที่ถูกทำร้ายเพื่อนร่วมห้องเรียนได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปเก็บเอาไว้ กระทั่งจบการศึกษาจึงนำคลิปโพสต์ลงในโซเชียลเมื่อคืนที่ผ่านมาเมื่อนายอนุสร ผู้ปกครองเห็นคลิปลูกชายถูกทำร้าย ทำให้รับไม่ได้ จึงไม่ปล่อยผ่านนำคลิปให้ผู้สื่อข่าว เพื่อเอาผิดกับครูและผู้บริหารโรงเรียนนายอนุสร เปิดเผยว่า ลูกชายศึกษาชั้นประถมปีที่5 โรงเรียนมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งใน อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่งหลังจากบุตรชายเลิกเรียนกลับบ้าน ไม่เคยบอกตนเองเลยว่าถูกเพื่อนทำร้ายอย่างไรบ้าง เพราะกลัวตนเองจะเครียด กระทั่งบุตรชายเรียนจบชั้นประถมปีที่5 และตนจะพาไปศึกษาโรงเรียนแห่งใหม่ เมื่อคืนที่ผ่านมาตนเองพบเห็นคลิปลูกถูกเพื่อนทำร้ายในห้องเรียน และจับตัวไปขังในน้ำ ทำให้ตนเองรับไม่ได้และหลังจากที่คลิปภาพโพสต์ลงในโซเชียลมีคนสั่งให้ลบคลิปทั้งหมด แต่มีคลิปหนึ่งที่โพสต์ และยังไม่ทันลบออก ตนเองจึงนำมาเป็นหลักฐาน ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นตนเองจะไม่ปล่อยผ่าน และไม่รับคำขอโทษจากผู้บริหารโรงเรียนเพียงคำเดียว เพราะเป็นคำพูดที่ง่ายเกินไป

  • ย้อนรอย 12 ปี “ตำนาน 3.1 ล้าน” มัดมือชกขอเงินคุณตัน… บทเรียนราคาแพงที่ยังไม่มีวันชดใช้

    ครบรอบ 12 ปี 'ปฏิบัติการมัดมือชก' ย้อนไทม์ไลน์กลุ่มเยาวชนบุกขอเงิน 'ตัน ภาสกรนที' 3.1 ล้านบาท อ้างไปแข่งชิงแชมป์โลก สรุปบทเรียนหนี้เกียรติยศที่แลกด้วยชื่อเสียงโรงเรียนดัง และพฤติกรรมสุดช็อก 'ได้เงินแล้วไปตายซะ' ที่ยังตามหลอนจนถึงปัจจุบันกลายเป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียล เนื่องจากวันนี้ (23 มี.ค.) ครบรอบ 12 ปี กับเหตุการณ์ วงโยธวาทิตโรงเรียนสตรีวิทยา 2 มัดมือชกขอเงิน "ตัน ภาสกรนที" เพื่อไปเข้าร่วมแข่งขันชิงแชมป์วงโยธวาทิตที่เนเธอร์แลนด์ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถูกขนานนามว่า "ปฏิบัติการยืมเงินกลางดึก" เมื่อกลุ่มเยาวชนและผู้ควบคุมวงโยธวาทิต บุกปักหลักหน้าตึกชาญอิสสระ เพื่อกดดันขอเงินจากนักธุรกิจชื่อดัง "คุณตัน ภาสกรนที" จนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ถูกพูดถึงจนถึงปัจจุบันเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อสมาชิกวงโยธวาทิตจำนวนหนึ่ง อ้างว่าขาดงบประมาณในการเดินทางไปแข่งขันรายการระดับโลกที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยต้องการเงินด่วนจำนวน 3.1 ล้านบาท ภายในเช้าวันรุ่งขึ้นเพื่อจองตั๋วเครื่องบินภาพของเด็กนักเรียนที่มานั่งรวมตัวกันข้ามคืน สร้างความกดดันให้แก่สังคมและคุณตันเป็นอย่างมาก จนในที่สุดช่วงเช้ามืด คุณตันต้องเดินทางมามอบเงินสดจำนวน 3.1 ล้านบาท พร้อมประโยคที่กลายเป็นไวรัลมานานนับทศวรรษ"ขอโทษนะ ผมไม่ใช่โรงทาน… แต่เห็นว่าพวกเธอจะไปในนามประเทศไทย ผมจะให้ยืมก้อนนี้ไปก่อน แต่ต้องสัญญาว่าจะเอามาคืน"ความกตัญญูที่สังคมคาดหวัง กลับกลายเป็นความโกรธแค้นเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อมีการขุดคุ้ยพฤติกรรมของสมาชิกในวงผ่านโลกโซเชียลข้อความจากสมาชิกบางคนในเชิงเยาะเย้ยสังคม เช่น "ได้เงินแล้วไปตายซะ" หรือการตอบโต้คอมเมนต์ด้วยถ้อยคำรุนแรงมีภาพปรากฏว่าสมาชิกบางส่วนไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย…

  • เจาะเขี้ยวเล็บ “คอร์รัมชาห์-4” ขีปนาวุธอิหร่านยิงไกล 4,000 กม. ท้าทายความมั่นคงโลก

    สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางพุ่งสูงถึงขีดสุดเมื่อวันที่ 21 มี.ค.2569 เมื่อกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้ตัดสินใจยิงขีปนาวุธนำวิถีจำนวน 2 ลูก มุ่งเป้าไปยังเกาะดิเอโกการ์เซีย ซึ่งเป็นฐานทัพยุทธศาสตร์สำคัญของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ในมหาสมุทรอินเดีย แม้ว่ารายงานระบุว่าขีปนาวุธลูกหนึ่งจะล้มเหลวกลางทางและอีกลูกถูกยิงสกัดโดยเรือรบสหรัฐฯ ที่ใช้ระบบ SM-3แต่สารทางการเมืองและทางทหารที่ส่งออกมานั้น "ชัดเจน" ยิ่งกว่าผลลัพธ์ของการทำลายล้างระยะทางจากชายฝั่งอิหร่านถึงเกาะดิเอโกการ์เซียนั้นอยู่ที่ประมาณ 3,800-4,000 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สร้างความตระหนกให้กับวงการความมั่นคงโลก เพราะก่อนหน้านี้อิหร่านเคยประกาศอย่างเป็นทางการว่าขีปนาวุธของตนมีรัศมีทำการสูงสุดเพียง 2,000 กิโลเมตรเท่านั้นการโจมตีในครั้งนี้จึงเท่ากับการ "เพิ่มระยะยิงเป็น 2 เท่าในชั่วข้ามคืน" และพิสูจน์ให้เห็นว่าเมืองหลวงในยุโรปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นลอนดอน ปารีส หรือเบอร์ลิน ต่างตกอยู่ในรัศมีสังหารของอิหร่านอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตามการรายงานของ Jerusalem Postเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบที่ดุเดือดในปฏิบัติการ "True Promise 4" และความพยายามของอิหร่านในการตอบโต้การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่อโรงงานนิวเคลียร์และฐานทัพในดินแดนของตน การที่อิหร่านสามารถซ่อนเร้นขีดความสามารถที่แท้จริงของขีปนาวุธรุ่นนี้ไว้ได้นานหลายสัปดาห์หรืออาจจะหลายปี ได้สะท้อนถึงความล้มเหลวครั้งใหญ่ของหน่วยข่าวกรองตะวันตกที่มา : U.S. Military Strength"คอร์รัมชาห์-4" อาวุธสังหารต่อยอดจาก "เกาหลีเหนือ-รัสเซีย"ข้อมูลจาก Middle east monitor ขีปนาวุธ "คอร์รัมชาห์-4" (Khorramshahr-4) หรือที่ทางการอิหร่านเรียกว่า "เคย์บาร์"…

  • NEW MG4 MY2026 เปิดราคาพิเศษ 579,900 บาท ในงานมอเตอร์โชว์ 2026 พร้อมรถตู้รุ่น V+ ราคาพิเศษ 1.799 ล้านบาท

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นปรับโฉมใหม่ กับ NEW MG MAXUS 9 รุ่น V+ e-MPV ขนาด 7 ที่นั่ง และ NEW MG4 MY2026 ที่อัปเกรดในทุกมิติ ทั้งดีไซน์ภายนอก ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร และสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังมากขึ้นถึง 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร รวมถึงระยะการขับขี่ที่ไกลขึ้นเป็น 540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งสามารถสัมผัส และทดลองขับในงาน MOTOR SHOW 2026 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5…

  • “ราคาทองวันนี้” ราคาทองล่าสุด 23 มี.ค. 2569 นักลงทุนกระสับกระส่าย

    ราคาทองวันนี้ 23 มี.ค. 2569 ยังคงเคลื่อนไหวอย่างคึกคักตลอดช่วงเช้า โดยสมาคมค้าทองคำมีการประกาศปรับราคาไปแล้วถึง 18 ครั้ง สะท้อนความผันผวนของตลาดทองคำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ท่ามกลางแรงหนุนจากราคาทองคำตลาดโลกที่ขยับขึ้นต่อเนื่องจากข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 11:01 น. ซึ่งเป็นการประกาศครั้งที่ 18 พบว่า ราคาทองคำในประเทศปรับเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนหน้าอีก 100 บาท ส่งผลให้ ทองคำแท่ง รับซื้ออยู่ที่ 68,100 บาทต่อบาททองคำ และขายออกที่ 68,300 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ ทองรูปพรรณ ฐานภาษีอยู่ที่ 66,734.32 บาท และขายออกที่ 69,100 บาทต่อบาททองคำขณะเดียวกัน ราคาทองคำตลาดโลก หรือ Gold Spot อยู่ที่ 4,366.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนค่าเงินบาทอยู่ที่ 33.02 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการขยับตัวของราคาทองในประเทศหากย้อนดูความเคลื่อนไหวตั้งแต่เปิดตลาดช่วงเช้า จะเห็นได้ว่าราคาทองมีการปรับขึ้นลงสลับกันหลายรอบ เริ่มต้นประกาศครั้งแรกเวลา 09:00 น. โดยทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 68,600 บาท ก่อนจะขยับขึ้นแรงในช่วงต้นตลาด แตะระดับสูงระหว่างวันหลายครั้ง และมีจังหวะย่อตัวลงสลับกันเป็นระยะช่วงที่ราคาทองในประเทศขึ้นไปสูงที่สุดของเช้าวันนี้…

  • ราชกิจจาฯ เผยแพร่ คำสั่งนายกฯ ปรับมาตรการน้ำมัน มีผลทันที

    ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2)วันที่ 22 มีนาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 โดยนายกรัฐมนตรีได้ลงนามประกาศเพื่อปรับปรุงมาตรการรับมือสถานการณ์น้ำมันให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันคำสั่งฉบับดังกล่าวมีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวอาศัยอำนาจตามมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 โดยกำหนดให้ยกเลิกความในข้อ 4 และข้อ 5 ของคำสั่งฉบับเดิม เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการน้ำมันสำรองของประเทศสำหรับคำสั่งฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป โดยลงนามเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 เพื่อรองรับสถานการณ์พลังงานที่มีแนวโน้มผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในต่างประเทศ

  • ‘สส.เพื่อไทย’ เซ็ง แบ่ง‘รมต.’ไม่ลงตัว เอาแต่คนใกล้ชิด ลั่น พร้อมย้ายพรรค

    ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยขณะนี้บรรดาพรรคร่วมรัฐบาลได้ส่งรายชื่อถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติ อย่างไรก็ตาม รายชื่อในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย อย่างน้อย2รายชื่อที่ติดโผเป็นรัฐมนตรีว่าการ มีความสุ่มเสี่ยงเรื่องคุณสมบัติ เนื่องจากมีคดีในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองที่ดินของรัฐ มีโอกาสสูงที่จะถูกตีกลับรายชื่อเพื่อเสนอบุคคลที่เหมาะสมแทนผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ความเคลื่อนไหวของสส.เพื่อไทย ในหลายจังหวัดทั้งในภาคอีสานและภาคกลาง ได้พูดคุยหารือถึงแนวทางการบริหารงานพรรคหลังเลือกตั้ง รูปแบบการบริหารจัดการภายในมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นายหญิงน้อย ที่กำลังยกระดับความเป็นผู้นำจิตวิญญาณคนใหม่ของพรรค มีบทบาทกำหนดทิศทางตัวจริงอย่างเบ็ดเสร็จ และมีส่วนสำคัญในการพิจารณารายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จนเกิดคำถามต่อคนในพรรคมากมายถึงความเหมาะสมของหลายคน ท่ามกลางข้อสังเกตว่าเลือกเฉพาะบุคคลใกล้ชิดผู้มีอำนาจในพรรคเท่านั้น ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ สส.ที่มีบทบาทในหลายพื้นที่ที่สร้างผลงานได้เป็นอย่างดี หรือป้องกันแชมป์มาหลายสมัยผู้สื่อข่าวรายงานว่า สส.หลายคนมองตรงกันว่าหากแกนนำของพรรคไม่ให้ความสำคัญในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีตามความเหมาะสมในแต่ละภาค หรือพิจารณาตามผลงาน จะเสียโอกาสในการรักษาและต่อยอดพื้นที่ของพรรคอย่างมาก และสส.มองตรงกันว่าก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่กับพรรคต่อไป“ถ้าเขาไม่เห็นค่าจะอยู่ไปทำไม เดี๋ยวคงไปมอบตัว” แหล่งข่าวระบุ

Got any book recommendations?