Mindblown: a blog about philosophy.

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (29 ส.ค. 69) อัปเดต ราคาน้ำมันล่าสุด ปั๊มใหญ่

    เกาะติดราคาน้ำมันวันนี้ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ราคาน้ำมัน 29 ส.ค. 69 อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศเกาะติดสถานการณ์ราคาน้ำมันล่าสุดในประเทศไทย ทั้งราคาน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล รวมถึง แก๊สโซฮอล์ สำหรับผู้ที่ใช้ยวดยานพาหนะ อย่าลืมเช็กก่อนล้อหมุนในช่วงวันหยุดประจำสัปดาห์ราคาน้ำมัน ปตท. 29 ส.ค. 69ดีเซล 38.39 บาท/ลิตรดีเซล B20 ราคา 33.39 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 28.63 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 32.69 บาท/ลิตรเบนซิน ราคา 46.68 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 37.32 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 37.69 บาท/ลิตรซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ราคา 50.05 บาท/ลิตรซูเปอร์พาวเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 47.79 บาท/ลิตรซูเปอร์พาวเวอร์ X 99…

  • ไม่ทนแล้ว!! ประเสริฐ สั่งด่วน! รายงานข้อมูลโดยด่วนหากพบเหตุผิดปกติ เจอข่าวปลอมข่มขู่ก่อความรุนแรงในโรงเรียนถี่ยิบ

    รมว.ศธ.ลั่น! หากพบว่าข่มขู่ก่อความรุนแรงในโรงเรียนเป็นข้อมูลเท็จ ให้ตรวจสอบต้นตอ และจะดำเนินการตามกฎหมายผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายประเสริฐ จันทรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีมีการโพสต์ข้อความข่มขู่หรือแจ้งเหตุร้ายที่ไม่หวังดีต่อสถานศึกษาในช่วงนี้ ว่า การเผยแพร่ข้อมูลหรือข่าวปลอมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งในขณะนี้ ถือเป็นการสร้างความสับสนและความกังวลให้แก่สถานศึกษา จนบางแห่งต้องหยุดการเรียนการสอนหรือปิดโรงเรียนชั่วคราวดังนั้น ศธ.จะไม่ละเลยปัญหาดังกล่าว และอยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาของข้อมูล รวมถึงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ โดยจะประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง ทั้งนี้หากพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ เราสามารถตรวจสอบต้นตอได้ และจะดำเนินการตามกฎหมาย เพราะการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เป็นความจริงจนก่อให้เกิดความวุ่นวายและกระทบต่อสถานศึกษา ถือเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง“การโพสต์ข้อความข่มขู่ในโรงเรียนเพื่อสร้างความกลัวนั้น เราจะต้องตรวจสอบก่อนว่าข้อมูลมีมูลความจริงหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อความเท็จ ศธ.จะพิจารณาปิดกั้นการเผยแพร่และดำเนินคดีกับผู้ที่ส่งหรือเผยแพร่ข้อความตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายร้ายแรงจากกรณีดังกล่าว แต่ได้กำชับผู้บริหารที่เกี่ยวข้องให้ติดตามสถานการณ์และรายงานข้อมูลโดยด่วนหากพบเหตุผิดปกติ แต่เราไม่ต้องการให้โซเชียลมีเดียกลายเป็นช่องทางสร้างความหวาดกลัวจนกระทบโรงเรียน บุคลากร และนักเรียน เพราะแม้โรงเรียนจะหยุดการเรียนเพียง 1 วัน ก็มีความหมายต่อการศึกษา จึงขอความร่วมมือทุกฝ่ายตรวจสอบข้อมูลก่อนโพสต์หรือส่งต่อ และช่วยกันทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน” รมว.ศธ.กล่าว#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

  • ทายาทแจง ที่ดิน “บิ๊กคิงส์ บางใหญ่” ไม่ใช่ของเจ้าของห้าง ปัดข่าวดีล “เจ้าสัวเจริญ”

    จากกรณีที่มีกระแสข่าวการเจรจาซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของอดีตห้างบิ๊กคิงส์ บางใหญ่ จ.นนทบุรี เนื้อที่กว่า 17 ไร่ ให้กับกลุ่มของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ล่าสุดทายาทของเจ้าของที่ดินตัวจริงออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกับฐานเศรษฐกิจ โดยยืนยันว่ายังไม่มีการประกาศขายอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีการเจรจาซื้อขายกับผู้ใดโดยตรงเจ้าของที่ดินตัวจริงคือ "บุญช่วย คณิตทรัพย์" ไม่ใช่ของเจ้าของบิ๊กคิงส์ประเด็นสำคัญที่ทายาทออกมาชี้แจงคือ ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของนายบุญช่วย คณิตทรัพย์ ไม่ใช่ที่ดินของนางวนิดา บดินทร์ภักดีกุล เจ้าของห้างบิ๊กคิงส์ ตามที่มีการกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์หลังโฉนดที่สำนักงานที่ดิน เพื่อความชัดเจนว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของบุคคลใดกันแน่ยืนยัน "ราคา–ค่าโอน" จุดแตกหักดีล “เจ้าสัวเจริญ”ไม่จริงส่วนกรณีมีรายงานข่าวจากแวดวงอสังหาริมทรัพย์ระบุรายละเอียดของดีลว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ 1 งาน 56 ตารางวา โดยเจ้าของที่ดินตั้งราคาขายทั้งแปลงไว้ที่ประมาณ 2,100 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขให้ผู้ซื้อและผู้ขายรับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์คนละครึ่ง ต่อมาเมื่อกลุ่มเจ้าสัวเจริญให้ความสนใจ ได้มีการเจรจาต่อรองราคาลงมาเหลือประมาณ 1,900 ล้านบาท หรือต่ำกว่าราคาตั้งขายราว 200 ล้านบาท แต่ตกลงเรื่องค่าธรรมเนียมการโอนไม่ได้ทำให่การเจรจาที่ไม่ลงตัวนั้น ทายาทเจ้าของที่ดินยืนยันว่ารายละเอียดทั้งหมดข้างต้น ทั้งตัวเลขราคาซื้อขายและเงื่อนไขค่าธรรมเนียมการโอน ไม่เป็นความจริงยืนยันยังไม่ประกาศขาย – ชี้ป้าย-การอ้างชื่อเป็นของนายหน้าทายาทนายบุญช่วยระบุว่า ที่ดินแปลงนี้ยังไม่มีการประกาศขายอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีการเจรจาหรือติดต่อซื้อขายโดยตรงแต่อย่างใดส่วนป้ายประกาศขายที่ปรากฏบริเวณหน้าแปลงที่ดิน รวมถึงการกล่าวอ้างชื่อบุคคลสำคัญและผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สนใจซื้อที่ดินนั้น เป็นการดำเนินการของนายหน้าที่ระบุขึ้นเอง ไม่ได้มาจากเจ้าของที่ดิน ดังนั้นข้อมูลราคาเสนอขายและตัวเลขการต่อรองที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้…

  • อาสพลธ์ เผยแชตหลุดมัด ‘พ.ต.ท.’ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ดีเอสไอ โยง คดีโกงสอบท้องถิ่น

    ” แฉเครือข่ายตบทรัพย์สอบท้องถิ่นโยง ดีเอสไอ ยศ “พ.ต.ท.”โชว์หลักฐานแชทไลน์มัด เตรียมทำ เอ็มโอยู กับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน 11 ก.ย.ปราบทุจริตเมื่อวันที่ 28 ส.ค. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย ถึงกรณีที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “ผู้ใหญ่เฮง” อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย หลังเรียกรับเงิน 650,000 บาท โดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้อาจจะโยงไป “บิ๊กบอส” หรือ นักการเมือง หรือ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ก่อนหน้านี้มีหลักฐานจากแชทไลน์ที่ผู้เสียหายทวงเงินคืนจากอดีต ส.ส.สอบตก ซึ่งเครือข่ายในจังหวัดศรีสะเกษพบว่ามี ผู้ใหญ่เฮง เป็นเบอร์หนึ่งในจังหวัดนายอาสพลธ์ กล่าวว่า จากเบอร์หนึ่งจะโยงไปที่ส่วนกลางใครนั้นยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และในส่วนของจังหวัดขอนแก่นก็มีเครือข่ายลักษณะเดียวกัน แต่เป็นเครือข่ายอื่นที่ไม่ใช่ของ “ผู้ใหญ่เฮง” ส่วนในแชทไลน์ที่ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่เชื่อมโยงกับ “ผู้ใหญ่เฮง”…

  • ‘ยิ่งชีพ’ ชี้หาก กกต.สั่งไม่ฟ้อง 229 คนในคดีฮั้ว สว. ไม่มีทางทำอะไรได้อีก สีน้ำเงินจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    'ยิ่งชีพ' ชี้หาก กกต. สั่งไม่ฟ้อง 229 คนในคดีฮั้ว สว. ไม่มีทางทำอะไรได้อีก สีน้ำเงินจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน คุมทิศทางยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คุมองค์กรอิสระ-กระบวนการตรวจสอบทุจริตได้หมด จะฟ้องเอา กกต. ติดคุกระบบก็ยังอยู่เมื่อวันที่ 28 ส.ค. นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ช่วงนี้มีคำถามเข้ามาเยอะจากประชาชนผู้เป็นห่วงเป็นใย และโดยเฉพาะสื่อมวลชนทุกสำนัก ถามว่า ถ้าหาก กกต. สั่งไม่ฟ้องใครเลยในคดีการโกงเลือก สว. ที่มีผู้ต้องหา 229 คน แล้วจะทำอย่างไรต่อ?? จะทำยังไงที่จะเอาผิดพวกเขาได้??เพราะถ้าตอบตรงๆ ไม่ถนอมน้ำใจคนถามก็คือ "ไม่มีทาง" อะไรอีกแล้วครับ หาก กกต. สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 229 คน ผลที่จะตามมาเป็นดังนี้1. ผู้ต้องหาทั้ง 229 คน ซึ่งมีทั้งแกนนำพรรคภูมิใจไทย สส. และ สว. อีก 138 คน จะรอดตัวจากข้อกล่าวหานี้ ลอยตัวด้วยคำสั่งที่มีกฎหมายรองรับ หลังจากนี้หากใครขุดเรื่องการโกงเลือก…

  • เป็นแบบนี้! ชาวเน็ตเผยสาเหตุ เขมรจ่ายค่าหมอ แต่หาว่าโรงพยาบาลไทยโกง

    เป็นแบบนี้! ชาวเน็ตเผยสาเหตุ เขมรจ่ายค่าหมอแล้ว แต่สุดท้ายหาว่าโรงพยาบาลไทยโกง แฉพฤติกรรมนายหน้า อมเงินไม่จ่ายโรงพยาบาลจากประเด็นเดือดในโซเชียลหลังชาวกัมพูชารายหนึ่งอ้างว่าโรงพยาบาลใน จ.สุรินทร์ ค้างเงินอยู่จำนวน 20,000 บาท ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของชาวกัมพูชาที่มีกระแสโรงพยาบาลสุรินทร์ได้เปลี่ยนป้ายโดยการถอดตัวอักษรเขมรออก จนชาวไทยรายหนึ่งออกมาอัดคลิปโต้ประเด็นดังกล่าวล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict โพสต์ความคิดเห็นที่มาจากชาวเน็ตรายหนึ่ง โดยระบุว่า”มันเคยมีประเด็นที่เคยพูดกันแบบนี้ค่ะจ่า สมัยตอนที่ยังไม่รบกัน การที่คนกัมพูชาที่ชอบเข้ามารักษาในโรงพยาบาลประเทศไทยมากมาย เพราะทาง กัมพูชาเขามีธุรกิจที่มีนายหน้าพาคนมารักษาที่โรงพยาบาลไทย (นึกถึงเอเจนซี่ไทยที่พาคนไปศัลยกรรมที่เกาหลีแบบนั้น)แต่ทางนายหน้าเขมรจะขอเก็บเงินค่าบริการทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่ารักษา ค่ายา ฯลฯ ทั้งหมดก่อน แล้วบอกลูกค้าเขมรว่า จ่ายจบที่นายหน้าไม่ต้องเสียอะไรเพิ่ม แล้วก็เอาลูกค้า (คนไข้เขมร) มาหย่อนให้โรงพยาบาลไทยรักษาFB/ Drama-addictนายหน้าเขมรรู้ว่า โรงพยาบาลการรักษาหลายเคสฟรี (เบิกงบหลวงจากภาษีคนไทยมาสนับสนุน) แล้วนายหน้าเขมรไม่เคยเอาเงินมาจ่ายให้โรงพยาบาลไทยจริง ๆ แล้วบางเคส คนไข้เขมรจ่ายเงินให้นายหน้าเขมรไปหมดแล้ว แต่พอมารักษาจริง โดนโรงพยาบาลไทยเรียกเก็บค่ารักษา ก็โวยวาย ว่ากูจ่ายเงินไปแล้ว นายหน้าเขมรก็ตีมึนบอกไม่รู้เรื่อง จ่ายเงินให้โรงพยาบาลไทยไปแล้ว คนไข้เขมรบางคนก็ยอมจ่าย บางคนก็ไม่จ่ายแล้วที่นี่พอคนไข้เขมรพวกนี้กลับประเทศไปก็ไปบอกว่า โรงพยาบาลไทยโกง เรียกเก็บค่ารักษาซ้ำซ้อน จะเรียกเงินที่จ่ายไปคืน แต่พวกเขาไม่รู้ความจริงคนที่โกงเงินไปจริง ๆ คือ นายหน้าเขมร แล้วแน่นอน นายหน้าเขมรมันจะยอมรับหรอว่ามันโกง มันก็โบ้ยโรงพยาบาลไทยสิ มันคงไปตอแxล…

  • ศิษย์เก่า-ชาวบ้านบุกโรงเรียน หลัง ผอ. สั่งตัดโค่น 23 ต้นไม้อายุร้อยปี

    (28 ส.ค. 69) ที่โรงเรียนใน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นายวิวัฒน์ กล้าวิจารณ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียน นายประสงค์ ปาลลา ประธานชมรม STRONG ต้านทุจริตจังหวัดกาฬสินธุ์ กรรมการสถานศึกษา พร้อมคณะศิษย์เก่า คณะครูและครูเกษียณ และนักเรียนชั้นมัธยมหลายระดับเกือบ 100 คน ได้ร่วมกันยืนชูป้ายตะโกนเรียกร้องด้วยข้อความ #SAVEต้นไม้ #คืนพื้นที่สีเขียว #เรารักต้นไม้ เป็นสัญลักษณ์และเป็นการแสดงพลังที่หน้าป้ายสวนเฉลิมพระเกียรติภายในโรงเรียน หลังจากพบว่าต้นไม้จำนวน 23 ต้น อายุร้อยปี ถูกตัดหายไป โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้ได้สร้างความเจ็บช้ำให้กับคณะศิษย์เก่าและนักเรียน เพราะต้นไม้ทั้งหมดเคยมีพิธีบวชต้นไม้มาแล้วทั้งนี้ คณะศิษย์เก่าและนักเรียนได้พาไปดูต้นไม้ที่ถูกตัดเหลือแต่ตอไม้และขอนไม้ ประกอบไปด้วย ไม้สมอพิเภก ไม้มะฮอกกานี ไม้กระถินณรงค์ และไม้ยูคา ในจำนวนนี้มีไม้หวงห้ามประเภท ก ได้แก่ ไม้สมอพิเภกและไม้มะฮอกกานีที่มีอายุร้อยปี บางต้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 ฟุต ความเจ็บช้ำได้ทิ้งร่องรอยจีวรผ้าเหลืองที่หล่นอยู่บริเวณตอไม้สร้างความเวทนาโดย นายรัตนชัย ตัวแทนศิษย์เก่า เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ของสมาคมผู้ปกครองและครูและศิษย์เก่า เพื่อเรียกร้องให้เอาผิดต่อผู้กระทำการตัดต้นไม้ของโรงเรียน ในแถลงการณ์ระบุว่าการตัดต้นไม้เกิดจากข้ออ้างของผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ได้อนุญาตให้ตัดตกแต่งกิ่งต้นไม้ในช่วงวันที่ 25 พฤษภาคม 2569…

  • อาลัย “คุณฝ้าย เรือทอง” เสียชีวิตแล้ว เคยออกรายการโหนกระแส ปมก๋วยเตี๋ยว 5.25 ล้าน

    คุณฝ้าย เจ้าของแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวเรือทอง และหนึ่งในผู้เสียหายที่เคยออกรายการโหนกระแสเรียกร้องเงินกว่า 5 ล้านบาทจากข้อพิพาทธุรกิจก๋วยเตี๋ยวสำเร็จรูป เสียชีวิตแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. 69 เว็บไซต์ โหนกระแส รายงานว่า คุณฝ้าย เรือทอง หนึ่งในผู้เสียหายจากข้อพิพาทธุรกิจก๋วยเตี๋ยวสำเร็จรูปที่เคยได้รับความสนใจจากการออกรายการโหนกระแส เสียชีวิตแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอายุ สาเหตุการเสียชีวิต และกำหนดการพิธีศพหลายคนรู้จักคุณฝ้ายจากรายการโหนกระแสเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งพูดคุยข้อพิพาทระหว่างกลุ่มผู้เสียหายกับ น้ำแข็ง AF7 และภรรยา เกี่ยวกับธุรกิจก๋วยเตี๋ยวสำเร็จรูป คุณฝ้ายเข้าร่วมรายการในฐานะดีลเลอร์รายใหญ่ และระบุว่ามีความเสียหายประมาณ 5.25 ล้านบาท จากเงินที่จ่ายไปล่วงหน้าแต่ไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงคุณฝ้ายระบุในรายการว่า มีความเสียหายจาก ค่าสินค้าประมาณ 5.25 ล้านบาท ซึ่งเป็นคนละส่วนกับปัญหาเกี่ยวกับบ้านที่ถูกนำไปขายฝาก เธอเล่าว่าในช่วงที่ธุรกิจมีปัญหา เงินทุนจำนวนมากติดอยู่กับการสั่งสินค้า ขณะที่ต้องรับผิดชอบคำสั่งซื้อจากลูกค้าและภาระหนี้ของครอบครัวหลังธุรกิจเดิมมีปัญหา คุณฝ้ายตัดสินใจเริ่มต้นใหม่กับน้องชายและทำก๋วยเตี๋ยวภายใต้แบรนด์ “เรือทอง” โดยยืนยันกลางรายการว่าเป็นแบรนด์ที่สร้างขึ้นหลังจากไม่สามารถเดินหน้ากับธุรกิจเดิมได้ พร้อมนำประสบการณ์และช่องทางการขายที่มีอยู่กลับมาใช้สร้างรายได้อีกครั้งอีกปัญหาที่ตามมาคือบ้านของครอบครัว ซึ่งคุณฝ้ายเคยกังวลว่าจะสูญเสียจากการขายฝาก กระทั่งวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เธอโพสต์ภาพครอบครัวยืนหน้าบ้านพร้อมแจ้งว่า บ้านถูกยึดแล้ว และเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นบทเรียนราคาแพงจากการไว้ใจเพื่อนเวลานั้นมีผู้ติดตามจำนวนมากเข้ามาถามถึงที่อยู่อาศัยของครอบครัว คุณฝ้ายจึงชี้แจงว่าได้ย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่แล้ว ส่วนบ้านที่ถูกยึดเป็นบ้านหลังเก่าที่เคยประกาศขาย ก่อนเกิดปัญหาเกี่ยวกับการเช่า…

  • นศ.แพทย์กำลังเรียนปริญญาเอก เสียท่าแก๊งคอล ถูกตุ๋นเงิน 11 ล้านภายใน 3 วัน

    นศ.แพทย์กำลังเรียนปริญญาเอก เสียท่าแก๊งคอล ถูกตุ๋นเงิน 11 ล้านภายใน 3 วัน เพิ่งรู้ความจริงหลังไปเล่าให้ครอบครัวฟัง โร่ร้องสายไหมต้องรอดวันที่ 28 ส.ค.69 ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด หนุ่มนักศึกษาแพทย์ระดับปริญญาเอก หอบหลักฐานเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ หลังถูกแก๊งคอลหลอกเงินเกือบ11 ล้านบาท ภายใน 3 วันนศ.แพทย์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. มีโทรศัพท์อ้างเป็นพนักงานค่ายมือถือ แจ้งว่ามีผู้นำชื่อตนไปเปิดเบอร์ที่ จ.เลย เพื่อใช้หลอกลวงผู้อื่น หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้รีบติดต่อ สภ.เมืองเลย เพื่อปิดเบอร์ จากนั้นได้โอนสายให้ชายที่อ้างเป็นตำรวจ แล้วแอดไลน์และวิดีโอคอลโชว์ตัวเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นก็ข่มขู่ว่าหากไม่ทำตาม สิ่งที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมาจะสูญเปล่า และพ่อแม่จะถูกจับกุมไปด้วย พร้อมออกอุบายให้ไปโกหกครอบครัวว่าต้องการเงินไปเรียนต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้วยความหวาดกลัว ตนจึงโอนเงินไปในวันที่ 23 ส.ค. จำนวน 11 ครั้ง ไปยัง 6 บัญชี เป็นยอดเงิน 4.5 ล้านบาท แต่มิจฉาชีพอ้างว่ายอดเงินยังไม่เพียงพอ สั่งให้เตรียมเงินสดแล้วจะส่งคนไปรับถึงที่พัก และก็ได้มีคนมารับเงินสดถึง 3 วันติด ได้แก่ วันที่…

  • กระแสชัง“ยิว”ทำไมลามไกล ลามเร็วไปทั่วโลก!!

    แทบไม่น่าเชื่อว่าในตอนนี้กระแส “ไม่ชอบ” ชาวอิสราเอล หรือ “ชาวยิว” จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจเรียกได้ว่ากำลังลุกลามกลายเป็น “กระแสเกลียดชัง” มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนไทย แม้ว่าอาจจะเป็นเพียงแค่ “บางพื้นที่” ที่มีชุมชนชาวยิวอาศัยอยู่ เช่น ที่ภูเก็ต เกาะสมุย หรือ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น ซึ่งอารมณ์แบบนี้ถือว่าเปลี่ยนแบบหักมุมกันเลยทีเดียว เพราะหากย้อนกลับไปไม่กี่เดือนก่อน ช่วงที่อิสราเอลทำสงครามปราบปรามกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา เมื่อ 7 ธันวาคมปี 2567 ในตอนนั้นมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ยังเชียร์อิสราเอล หรือแม้แต่ช่วงที่สู้รบกับอิหร่าน คนไทยจำนวนหนึ่งก็ยังเชียร์ และมีคนไทยจำนวนนับหมื่นคน ที่ไปทำงานด้านเกษตรที่นั่นแต่ไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านมาเพียงไม่กี่เดือน ความรู้สึกกลับพลิกกลับมาเป็นด้านลบอย่างรวดเร็ว และตามรายงานข่าวที่เผยแพร่ออกมาเกือบทั้งหมดล้วนเป็นลักษณะ “รับไม่ได้กับพฤติกรรมแย่” กับกลุ่ม “ชมชนชาวยิว” ที่มาตั้งรกรากในไทยมากขึ้น การไม่เคารพกฎหมายไทย รวมไปถึงพวกนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่เข้ามาก็มักมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน เพราะคนพวกนี้นอกจากไม่เคารพกฎหมาย ระเบียบแล้ว ยังมีพฤติกรรมที่ข่มขู่ จนหลายพื้นที่เริ่มทนไม่ได้ และเริ่มรวมตัวออกมาต่อต้าน เช่นที่ ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพงัน เป็นต้นล่าสุดต้องมีการเพิกถอนวีซ่าชาวอิสราเอล หลังจากมีพฤติกรรมถึงขั้นบังอาจขู่ฆ่านักธุรกิจชาวไทยที่เกาะสมุย และเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ จะมีการเคลื่อนไหวต่อต้าน “ชุมชนชาวยิว” ในไทยออกมาให้เห็นเรื่อยๆตามรายงานข่าวที่ออกมาบอกว่า…

Got any book recommendations?