Mindblown: a blog about philosophy.

  • วัดป่าอดุลยาราม ขอนแก่น ประกาศปิดเมรุ 15 วัน ซ่อมใหญ่ครั้งแรก ยันไม่เกี่ยวกับกระแสข่าว

    เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ออกประกาศแจ้งงดใช้เมรุเผาศพเป็นเวลา 15 วัน เริ่มวันจันทร์นี้ เพื่อซ่อมแซมใหญ่ครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี ชี้ใช้สิทธิอยู่ในระยะประกันโดยวัดไม่เสียค่าใช้จ่าย ย้ำไม่มีการเปิดเรี่ยไรเงิน พร้อมออกตัวไม่ได้ทำเพื่อเกาะกระแสสังคมเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 22 ส.ค. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้ออกประกาศแจ้งประชาชนและญาติโยมว่า ทางวัดจะงดใช้เมรุเป็นเวลา 15 วัน เพื่อดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุง หลังเมรุแห่งนี้ก่อสร้างและเปิดใช้งานมาเกือบ 10 ปีพระครูอดุลสารนิเทศ เปิดเผยว่า การซ่อมแซมเมรุในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวหรือกระแสสังคมใด ๆ เนื่องจากเมรุของวัดสร้างและใช้งานมาเกือบ 10 ปีแล้ว จึงถึงเวลาที่ต้องดำเนินการซ่อมบำรุง โดยขณะนี้ยังอยู่ในระยะเวลาการรับประกัน ทำให้สามารถดำเนินการซ่อมแซมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และถือเป็นการซ่อมแซมครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดใช้งานเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวมีกำหนดเริ่มงานในวันจันทร์ และจะปิดปรับปรุงเมรุเป็นเวลา 15 วัน เพื่อให้ช่างดำเนินการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ให้กลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานต่อไปพร้อมกล่าวย้ำว่า“อย่าว่าหลวงพ่อเกาะกระแสนะ เมรุของวัดหลวงพ่อสร้างมาเกือบ 10 ปีแล้ว จึงจำเป็นต้องซ่อม แต่ไม่เสียเงิน เพราะยังอยู่ในระยะประกัน โดยงานจะเริ่มวันจันทร์ และปิดปรับปรุงเมรุเป็นเวลา…

  • น้ำท่วมน่านเริ่มคลี่คลาย! เตือนฝนระลอกใหม่ 23 ส.ค. เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง

    รัฐบาลเตือนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมน่าน แม้ระดับน้ำหลายพื้นที่เริ่มลดลง แต่จับตาฝนระลอกใหม่ 23 ส.ค. คาดตอนบนลุ่มน้ำน่านมีฝนสะสม 50–70 มม. หวั่นดินยังชุ่มน้ำ ทำให้น้ำไหลลงพื้นที่ลุ่มเร็วขึ้น พร้อมสั่งหน่วยงานเตรียมกำลังและอุปกรณ์ช่วยเหลือประชาชนเตรียมพร้อมรับฝน 23 ส.ค.นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง หลังระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มทรงตัวและทยอยลดลงพร้อมเตรียมความพร้อมรองรับฝนที่คาดว่าจะกลับมาตกเพิ่มบริเวณพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่านในวันที่ 23 สิงหาคม 2569 โดยเน้นติดตามข้อมูลฝน มวลน้ำ และสภาพพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงประมาณ 50–70 มิลลิเมตรจากการประเมินของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่านที่ต้องติดตามในวันที่ 23 สิงหาคม ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอสองแคว อำเภอเชียงกลาง และอำเภอทุ่งช้าง ซึ่งอาจมีปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงประมาณ 50–70 มิลลิเมตร โดยปริมาณฝนที่คาดการณ์ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับช่วงฝนหนักที่ผ่านมาอย่างไรก็ตาม เนื่องจากดินในบางพื้นที่ยังมีความชื้นสะสมจากฝนที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดดินยังมีความชื้นสะสม“แม้ฝนระลอกนี้คาดว่าจะไม่สูงเท่ากับช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อดินยังมีความชื้นสะสม ความสามารถในการรองรับน้ำฝนใหม่จะลดลง และน้ำอาจไหลลงสู่ลำน้ำได้เร็วขึ้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลและการแจ้งเตือนอย่างรวดเร็วหากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง” นางสาวลลิดากล่าวนางสาวลลิดา…

  • เกิดเหตุสลด! กลางสวนเบญจสิริ ชายถูกทำร้าย ถูกโยนลงสระดับ

    เกิดเหตุสลด! กลางสวนเบญจสิริ เมื่อวานนี้ 21 ส.ค. 69 เวลา 21.17 น. ร.ต.อ. ภาณุรุจ ลิ้มสังกาศ รอง สว. (สอบสวน) สน.ทองหล่อ รับแจ้งเหตุชายตกน้ำภายในสวนเบญจสิริ ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ จึงประสานกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูและชุดประดาน้ำเข้าตรวจสอบ โดยพยานให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุมีชาย 2-3 คน ทะเลาะวิวาทกันบริเวณริมสระ ก่อนที่ชายคนหนึ่งถูกทำร้ายจนหมดสติ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้จับร่างโยนลงไปในสระน้ำแล้วหลบหนีเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชุดประดาน้ำร่วมกันค้นหา พบร่างชายไม่ทราบชื่ออยู่ภายในสระเสียชีวิต โดยไม่พบเอกสารประจำตัว ทำให้ยังไม่ทราบชื่อและสัญชาติ ทั้งแจ้งหมอนิติเวชโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุให้แน่ชัดขณะที่ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบเหตุการณ์ลักษณะสอดคล้องกับคำให้การของพยาน พบผู้ลงมือหลัก 1 คนทำร้ายผู้เสียชีวิต ก่อนนำร่างโยนลงสระน้ำ โดยตำรวจ สน.ทองหล่อ อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนี เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนสาเหตุและรายละเอียดของเหตุการณ์อยู่ระหว่างการสอบสวนขอบคุณภาพและข้อมูล หัวหน้าต็อก ดับเพลิงมูลนิธิดวงประทีป

  • รัสเซียส่งโดรนถล่มศูนย์การค้าในยูเครน ดับ 16 ราย เจ็บกว่า 130 คน

    โดรนรัสเซียโจมตีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในภาคกลางของยูเครน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย บาดเจ็บกว่า 130 คน ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีประณามเป็น “การก่อการร้าย” และลั่นยูเครนจะตอบโต้สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ว่าทางการเมืองครีวี ริห์ ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ทางตอนกลางของยูเครน รายงานว่าโดรนหลายลำของรัสเซียโจมตีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในพื้นที่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 130 คน โดยในจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ มีเด็กรวมอยู่ด้วย 22 คนด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ประณามเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เป็นการกระทำที่ “ป่าเถื่อน” และ “ไร้ความปรานีอย่างยิ่ง” จากการที่โดรนรัสเซียลำที่สองโจมตีศูนย์การค้าหลังลำแรกประมาณ 30 นาที ซึ่งฝ่ายยูเครนมองว่า อาจเป็นเจตนาโจมตีเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินซึ่งกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยผู้นำยูเครนกล่าวด้วยว่า การโจมตีลักษณะนี้ไม่ต่างจากการก่อการร้าย พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกดำเนินการให้รัสเซียรับผิดชอบ และยืนยันว่า ยูเครนจะตอบโต้อย่างแน่นอนนอกจากนี้ ยังเกิดเหตุโดรนรัสเซียโจมตีสถานที่ในเมืองมิโคลาอิฟ ทางตอนใต้ของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย รวมถึงเด็ก 3 ราย และผู้หญิงได้รับบาดเจ็บอีก…

  • “อย่าเหมาเข่ง” สาวน่านซัดดราม่าภูเขาหัวโล้น ชี้ชาวบ้านแค่ปลายเหตุทุนนิยม

    ขอโปรย 2 บรรทัด สาวน่านเปิดใจดราม่า “น้ำท่วมน่าน” ซัดกระแสโซเชียลชี้นิ้วโทษชาวบ้านทำภูเขาหัวโล้น ชี้เป็นเพียงปลายเหตุของห่วงโซ่ทุนนิยม รัฐ-นายทุน ต้องร่วมรับผิดชอบโครงสร้างปัญหาจากกรณีสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ จ.น่าน โดยเฉพาะ อ.ปัว เมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 19 ส.ค. 2569 ซึ่งมีรายงานปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงสูงถึง 339.6 มิลลิเมตร ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน ถนนได้รับความเสียหาย สะพานขาด และโรงเรียนบางแห่งต้องปิดการเรียนการสอนอย่างกะทันหัน ขณะที่หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจนต้องประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับปัญหาป่าไม้และภูเขาหัวโล้นของ จ.น่าน โดยมีบางส่วนแสดงความคิดเห็นในลักษณะว่า “ปล่อยให้น่านจมน้ำไปเถอะ” รวมถึงตำหนิคนในพื้นที่ว่าเป็นผู้ตัดไม้ทำลายป่าจนเกิดปัญหาภูเขาหัวโล้นล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ระบุว่าเป็นคนน่านที่เกิดและเติบโตในพื้นที่ ได้โพสต์ข้อความยาวสะท้อนมุมมองต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยเริ่มจากการเล่าความทรงจำในวัยเด็กเกี่ยวกับเดือน ส.ค. ซึ่งในอดีตมีอากาศเย็น ลมแรง และสามารถออกไปเล่นว่าวได้ ขณะที่แม่น้ำน่านในพื้นที่ต้นน้ำยังเป็นลำน้ำสายเล็ก ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ไหลรวมจากตาน้ำ ลำห้วย และภูเขาเจ้าของโพสต์ระบุว่า เมื่อเติบโตขึ้นกลับพบว่าภูมิประเทศและสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดือน ส.ค. ที่เคยเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำ กลายเป็นช่วงเวลาที่ต้องเตรียมรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วม พร้อมระบุว่า “หมดแล้ว…

  • รวบหนุ่มพก ปืนเถื่อน ซุกในรองเท้า บอกคิดว่าไม่มีใครเห็น อ้างทำเอง

    รวบหนุ่มพก ปืนเถื่อน ซุกในรองเท้า บอกคิดว่าไม่มีใครเห็น อ้างทำเองเห็นตำรวจแล้วตกใจ หนุ่มพิรุธออก เจอเรียกตรวจพบ ปืนเถื่อน ซุกในรองเท้า อ้างประดิษฐ์ขึ้นมาเอง "คิดว่าไม่มีใครเห็น" ก่อนถูกรวบดำเนินคดีทันทีวันที่ 22 ส.ค.2569 พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน พร้อมด้วย พ.ต.ท.คณิณ ค้ำคูณ รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.อดุลย์ โพธากาญ สวป. สั่งการให้ ร.ต.ต.เอกยุทธ์ ทองใบใหญ่ รอง สวป.และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว สน.บางเขนร่วมกันจับกุม นายไพรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์ปืนปากกา 1 กระบอก และกระสุนปืน 1 นัดอยู่ในรังเพลิง โดยจับกุมได้บริเวณท้ายซอยพหลโยธิน 63 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.ปืนเถื่อนเห็นตำรวจแล้วตกใจ หนุ่มพิรุธออก เจอเรียกตรวจพบ ปืนเถื่อน ซุกในรองเท้า อ้างประดิษฐ์ขึ้นมาเอง "คิดว่าไม่มีใครเห็น" ก่อนถูกรวบดำเนินคดีทันทีสืบเนื่องจากขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว สน.บางเขน…

  • น้าเขยโหด! คว้าไม้กอล์ฟกระหน่ำตีหลาน 7-11 ขวบ ไม่ยั้ง เหตุไม่ยอมไปโรงเรียน น้องๆ ยกมือไหว้ขอชีวิต ก็ไม่ยอมฟัง

    เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 21 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสายชล นิตย์ขำ และนายไกรธวัช ธรรมธาดา ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนนทบุรี เขต 7 ลงพื้นที่บริเวณชุมชนซอยสุเหร่าปากคลองลำรี ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังได้รับเรื่องขอความช่วยเหลือเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 21 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสายชล นิตย์ขำ และนายไกรธวัช ธรรมธาดา ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนนทบุรี เขต 7 ลงพื้นที่บริเวณชุมชนซอยสุเหร่าปากคลองลำรี ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังได้รับเรื่องขอความช่วยเหลือจากครอบครัวของ ด.ช.ป๋อง (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี และ ด.ช.แป๋ง (นามสมมุติ) อายุ 7 ปี หลังถูกนายดอน ซึ่งเป็นน้าเขย ใช้ไม้กอล์ฟทำร้ายบริเวณศีรษะ ใบหน้า และลำตัวหลายครั้ง…

  • ‘ใครๆ ก็รุมรักเขมร’

    ไม่ได้เมาท์เรื่องเขมรกันนานวันนี้เอาซะหน่อยเพราะเพื่อนกำลัง “ได้ดิบ-ได้ดี”เรียกว่ากำลัง “ขึ้นหม้อ” ว่างั้นเถอะ!จีนก็โอ๋ ขนสารพัดอาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งเรือบิน เรือรบ รถถัง กะละมังรั่ว มาให้ไอ้กันก็โอ๋รื้อฟื้นคืนดีกับเขมรอีกครั้ง หลัง “รักร้าง-แรมไกล” กันไปนานสี่ซ้าห้าวันก่อนส่ง “รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ”บินมากะหนุงกะหนิงกับ “ฮุน มาเนต” ถึงพนมเปญต่างเออออห่อหมกจะฝึกซ้อมรบทางทหารร่วมกันอีกครั้ง ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ“อังกอร์เซนติเนล 2027”!ซ้ายก็จีน ขวาก็สหรัฐ เขมรเป็น “ไข่แดง” อยู่ตรงกลางไทยเห็น แต่ไทยเฉยๆเพราะไทย บรรลุ "โสดาบัน” เรื่องเขมรมานานแล้ว!“ฮุน เซน-ฮุน มาเนต” จึงคึกมากทหารตามแนวหน้าก็คึกตาม ทั้งที่ซมไข้มาลาเรียจากยุงป่าหน้าฝนบ้าง จากเอดส์ “กันเอง” บ้าง!?ชาวบ้านเขมรในหลายจังหวัดก็คึกด้วยบุญบารมีท่านผู้นำฮุน เซน บันดาลให้ฝนตกหลายร้อยห่า ทำให้ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว”แต่ห่าใหญ่ไปหน่อย น้ำจึงท่วมลึกเป็นเหวข้าวในนาชาวบ้านเลย “มรณภาพ” ไปสิ้น!ถึงกระนั้น “สองขุนพลพ่อลูก” ก็ยังคิดทำศึกหวังชิงแผ่นดินไทยไปเป็นของตนทั้งด้านอีสานใต้ตลอดแนวและด้านตะวันออกที่ สระแก้ว-ตราดคึกครั้งนี้ ก็ด้วยแรงส่งจากอาวุธยุทโธปกรณ์จากจีนคือ มีแล้วมันคันอยาก “ลองของใหม่” กับไทยอีกซักตั้งบวกกับได้ใจ ด้วยเหิมว่า….มีมหาอำนาจ “ทั้งจีน-ทั้งสหรัฐฯ”เป็น “องครักษ์” ให้ทั้งซ้ายและขวาด้วยคิดว่า ถ้าพลาดท่า-เสียทียังไงเสีย ๒…

  • คดีพลิก! ตา 83 ปี ร้องเงินหาย 6.1 แสน วงจรปิดจับชัดเบิกเองกับมือ ตำรวจเตรียมสั่งไม่ฟ้อง

    ตำรวจ สน.ยานนาวา คลี่คลายคดีคุณตาอดีตพนักงานวัย 83 ปี ร้องเรียนเงินหายเกือบหมดบัญชี 6.1 แสนบาท ตรวจกล้องวงจรปิดพบภาพชัดเจนว่าเป็นผู้เดินทางมาเบิกเงินและรับเงินสดไปเองกับมือครบถ้วน แต่ยังไม่ยอมรับความจริงและเดินสายร้องเรียนต่อ พนักงานสอบสวนเตรียมสรุปสำนวนสั่งไม่ฟ้อง พร้อมเตือนธนาคารและตำรวจอาจพิจารณาฟ้องกลับตามกฎหมายจากกรณี นายธนพล (ผู้เสียหาย) อายุ 83 ปี อดีตพนักงานบริษัท ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ อ้างว่าถูกถอนเงินออกจากธนาคารแห่งหนึ่ง สาขายานนาวา เกลี้ยงบัญชี รวมกว่า 615,600 บาท โดยที่ตนเองไม่เคยทำรายการ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า เงินฝากจำนวน กว่า 2 ล้านบาท ที่เริ่มฝากตั้งแต่ปี 67-68 กลับไม่มีการปรับสมุดบัญชีดังกล่าว จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ยานนาวา เพื่อไว้เป็นหลักฐาน ตามที่เสนอข่าวให้ทราบนั้นตาวัย 83 ร้องสื่อเงินในบัญชี 6.1 แสนถูกถอนปริศนา ซ้ำฝากเพิ่ม 2 ล้านยอดไม่ขยับ แจ้งความคดีเงียบล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา เปิดเผยว่า คดีนี้เงินไม่ได้หายแต่อย่างใด…

  • นายกฯ เพิ่งตื่น “ไทย” โอ๋รถ EV จีน หลังมิตรเก่า “ยักษ์ใหญ่” ค่ายญี่ปุ่นกระทุ้ง

    ไม่รู้ช้าเกินไปหรือเปล่า เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างเยือนต่างประเทศ ออกมาสยบข่าวลือทุนญี่ปุ่นย้ายฐานผลิตจากเมืองไทย โดยยืนยันไม่ทิ้งมิตรเก่านักลงทุนจากญี่ปุ่น ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตมายาวนาน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาคอุตสาหกรรมไทยไปแล้วรวมทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ส่วนประกอบหลักไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ ตัวถัง แชสซี หรือระบบต่าง ๆ ล้วนผลิตภายในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ของญี่ปุ่นทั้งสิ้นจึงถือเป็นเรื่องที่ทิ้งกันไม่ได้ และต้องทำให้นักลงทุนไม่ทิ้งไทยด้วยเช่นกันโดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง พิจารณาแนวทางการดูแลเพื่อให้ไม่เกิดการเสียเปรียบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของที่ญี่ปุ่น โดยจะปรับโครงสร้างในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและความเชื่อมั่นหลังจากรัฐบาลไทยตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้การสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนอย่างออกหน้าออกตา ผ่านมาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5 ซึ่งให้สิทธิประโยชน์แก่ค่ายรถยนต์ของจีนที่เข้ามาทำตลาดและตั้งฐานการผลิตในประเทศด้วยเหตุผลข้ออ้างลดมลภาวะเป็นพิษ อากาศบริสุทธิ์ ไม่มีปล่อยไอเสียและควันจากท่อทั้งเรื่องอุดหนุนเงินสด สนับสนุนคนซื้อรถยนต์ EV ที่ร่วมโครงการ ตั้งแต่คันละ 70,000-150,000 บาท ลดภาษีอากรนำเข้า ภาษีสรรพสามิต รวมทั้งเงื่อนไขการผลิตชดเชยกระทั่งยอดขายรถจีนในไทยพุ่งกระฉูด ทั้งที่ยังไม่มีโรงงานผลิตจริงในไทย การนำเข้าทะลัก สัดส่วนรถ EV นำเข้าสำเร็จรูปจากจีนครองตลาดสูงถึง 55% มากกว่าการผลิตจริงในประเทศส่วนค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นยอดขายตกลงเรื่อย…

Got any book recommendations?