Category: การเมือง
-
‘หมอเดชา’ แปลกใจ ‘มาร์ค’ เห็นดัวย ‘เท้ง’ ในการต่อต้าน ‘ระบอบสีน้ำเงิน’
27 พ.ค.2569- นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เจ้าของสูตรน้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า·วันก่อน ผมเขียนถึง "ระบอบสีน้ำเงิน" ที่หัวหน้าพรรคประชาชนอ้างว่า อยู่เหนือรัฐบาลว่าเป็นการกล่าวหา "สถาบันพระมหากษัตริย์" ทางอ้อม ไม่ได้หมายถึงพรรคภูมิใจไทยวันนี้คุณไอติม ออกมา "เล่นใหญ่" โดยอ้างพลัง 21 ล้านเสียง ออกมาชน "ระบอบสีน้ำเงิน"ไม่แน่ใจว่า 21 ล้านเสียงของคุณไอติม เป็นเสียงที่ลงคะแนนให้พรรคประชาชนหรือไม่หากใช่ ก็ยังไม่ถึง 1 ใน 3 ของจำนวนคนไทยทั้งประเทศ (ที่มีอยู่ราว 67 ล้านคน)ที่สำคัญกว่านั้นคือ แน่ใจหรือว่า ทั้ง 21 ล้านเสียง จะออกมาชน "ระบบอบสีน้ำเงิน" ด้วยยิ่งถ้า "ระบอบสีน้ำเงิน" หมายถึง สถาบันพระมหากษัตริย์จริง ก็คงเป็นแค่ "ฝันกลางวัน"ผมไม่แปลกใจคุณไอติม ที่ออกมารับลูกคุณเท้ง (ณัฐพงษ์ฯ) เพราะอยู่พรรคฯ เดียวกันแต่แปลกใจ (มาก) ที่คุณอภิสิทธิ์ฯ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมา "รับลูก" กับเขาด้วยการให้สัมภาษณ์ว่า…"ระบอบสีน้ำเงิน…
-
ทักษิณ จะขอพระราชทานอภัยโทษ และปลดกำไล EM
รมว.ยุติธรรม เปิดเงื่อนไข 3 กรณี ถ้า ทักษิณ จะขอพระราชทานอภัยโทษ ในการถอดกำไลEMได้ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะขอพระราชทานอภัยโทษ และปลดกำไลอีเอ็ม โดยพล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า…มีหลักเกณฑ์อยู่ 3 เรื่อง คือ ความเจ็บป่วย การประกอบอาชีพ และอีกเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นคือ ภูมิลำเนาไม่มีไฟฟ้า อินเตอร์เน็ตซึ่งในข้อ 1 และข้อ 2 ก็ไม่เข้าเกณฑ์ ไม่น่าที่จะเป็นเงื่อนไขในการถอดกำไลอีเอ็มได้ เพราะไม่เข้าเงื่อนไขทั้ง 3 กรณี ซึ่งใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสนึงที่ได้ปลดกำไลอีเอ็ม แต่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ
-
บุกจับ ชวนนท์ อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ หนีคดีเช็คเด้ง เหยื่อเพียบ เสียหายทะลุ 100 ล้าน
อดีตโฆษกประชาธิปัตย์ หนีไม่รอด ปทส.บุกจับคาคอนโดฯ หนีคดีเช็คเด้ง พบผู้เสียหายเพียบ เสียหายกว่า 100 ล้านประชาธิปัตย์ – เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ ทองจำรูญ รอง ผกก.5 บก.ปทส. นำหมายจับของศาลอาญาพระโขนงเหนือ ที่ 275/2568 ลงวันที่ 20 เม.ย.2568 เข้าจับกุม นายชวนนท์ หรืออ๊อฟ อินทรโกมาลย์สุต อดีตโฆษก และ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาธิปัตย์ ตามหมายจับคดีความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค ในข้อหา “ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น”จากการจับกุมทราบว่า เมื่อปี 2566 นายชวนนท์ ถูกผู้เสียหายหลายรายร้องทุกข์ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.เช็ค มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท ก่อนมีการเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหาย พร้อมออกเช็คเพื่อชำระหนี้ตามข้อตกลงอย่างไรก็ตาม ภายหลังกลับปรากฏว่าเช็คหลายฉบับที่ออกเพื่อชำระหนี้ ไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ กลายเป็นเช็คเด้ง ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีอีกครั้ง ขณะที่นายชวนนท์ได้หลบหนีและไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้ศาลอาญาพระโขนงเหนือออกหมายจับไว้ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. สืบทราบว่านายชวนนท์ ผู้ต้องหา หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านพระโขนง จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ…
-
คำสารภาพจาก ‘เท้ง’
ครับ…ไม่ต้องไปตีความอะไรให้เสียเวลาแล้ววานนี้ (๒๕ พฤษภาคม) "เท้ง" เฉลยสถานะ "ระบอบสีน้ำเงิน" ในความคิดของเขาจนชัดเจน และต้องจารึกไว้ว่า พรรคส้มกำลังจะทำอะไร"…ผมมองว่าระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย…"แล้วองค์กรไหนที่ใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย พรรคแกนหลักของรัฐบาลอนุทิน ที่ชนะการเลือกตั้งได้ สส. ๑๙๑ ที่นั่ง มากกว่าพรรคส้มเกือบเท่าตัวที่จริงคำเฉลยก็อยู่ในบทสัมภาษณ์ของ "เท้ง" นั่นเอง "… การที่ผมสื่อสารเรื่องระบอบสีน้ำเงินก็พยายามสื่อสารให้ประชาชนและสังคมเห็นว่าระบอบการเมืองที่ผูกขาดที่สังคมและผมตั้งคำถามว่าตกลงแล้วรัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยกำลังมีอำนาจรัฐในฝ่ายบริหารและกลุ่มก้อนการเมืองนี้มีอำนาจเหนือวุฒิสภาหรือไม่ เพราะวุฒิสภาก็เลือกองค์กรอิสระมา ภายใต้การผูกขาดเช่นนี้ทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลในประเทศนี้ล้มเหลว ประเทศขาดความโปร่งใส ดัชนีชี้วัดการทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มขึ้นทุกปีกลายเป็นว่าดัชนีการทุจริตเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประชาชนและผู้ประกอบการ หาก สว.เห็นด้วยกับการยกระดับการตรวจสอบถ่วงดุลก็ควรที่จะเปิดกว้างเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่น เชื่อถือมากที่สุดว่า สว.ไม่ได้เข้ามาขัดขวางกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ…”ถอดคำพูดแล้ว "เท้ง" บอกว่า รัฐบาลภูมิใจไทยใหญ่กว่า วุฒิสภาวุฒิสภาเป็นคนเลือกองค์กรอิสระภายใต้การผูกขาดนี้มีการคอร์รัปชันมโหฬารเพราะการตรวจสอบถ่วงดุลประเทศนี้ล้มเหลวก็สรุปได้ว่า รัฐบาลอนุทินอยู่เหนือ วุฒิสภา องค์กรอิสระหากย้อนไปยังการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม เรื่อง "จากรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ สู่การเมืองระบอบสีน้ำเงิน" ก็จะพบความจริงว่า "องค์กรอิสระ" ที่ "เท้ง" อ้างถึงนั้นคือ ทุกองค์กรอิสระ"…ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และวุฒิสภา จึงไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องระบอบประชาธิปไตยแต่กำลังทำลายหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยทำลายหลักที่ยึดถือให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนทำลายหลักที่รัฐต้องเคารพสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมือง ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินศาลรัฐธรรมนูญ…
-
รถ EV-ครอบครัวใหญ่กระอัก! ‘ศุภโชติ’ จี้ค้านค่าไฟจ่อทะลุ 5 บาท ซัดรัฐบาลอุ้มนายทุนขูดรีดประชาชน
สส.พรรคประชาชน อัดโครงสร้างค่าไฟใหม่ส่อพุ่งเกิน 5 บาท/หน่วย ชี้ตรรกะพัง วันที่ 25 พ.ค.69 นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า[ สุดท้ายรัฐบาลก็ยัง “ไม่ฟังเสียงประชาชน”! ไม่ยอมปรับ “โครงสร้างค่าไฟใหม่” ให้เป็นธรรม แถมคนที่อยู่ในครอบครัวใหญ่ ตกที่นั่งลำบาก ต้องจ่ายค่าไฟทะลุ 5 บาทต่อหน่วย ]นี่แหละครับที่เขาเรียกว่า “โยนภาระมาให้ประชาชนแบกไว้เอง”ก่อนหน้านี้ประชาชนจำนวนมากออกมาส่งเสียงชัดเจนแล้วว่า “คนใช้ไฟเยอะ ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนรวย” แต่สิ่งที่รัฐบาลและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องโครงสร้างค่าไฟใหม่ในวันนี้ กลับยังเดินหน้าแนวคิดเดิมคือการผลักภาระให้คนที่ใช้ไฟมากขึ้นต้องจ่ายแพงขึ้น จนบางกรณีค่าไฟส่อทะลุ “5 บาทกว่า/หน่วย” นั่นหมายความว่า คนบางกลุ่มอาจต้องรับภาระเพิ่มขึ้นเกือบ “1 บาทต่อหน่วย”รัฐบาลที่เคยหาเสียงว่าจะ “แก้โครงสร้างพลังงาน” ดูเหมือนจะเป็นแค่ลมปาก พูดไว้ แต่ไม่ทำพลัส! เพราะสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่การปฏิรูปโครงสร้างอะไรเลย ต้นตอของค่าไฟแพงยังคงอยู่ครบทุกอย่าง – ทั้งสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรม- ค่าความพร้อมจ่ายที่ประชาชนต้องแบกทั้งที่ไม่ได้ใช้ไฟจริง-โครงสร้างตลาดไฟฟ้าที่เอื้อให้นายทุนพลังงานบางกลุ่ม รับผลประโยชน์กันต่อไปแบบไม่สะเทือนอะไร แทนที่รัฐบาลจะใช้ความกล้าหาญทางการเมืองไปแตะปัญหาที่เป็นต้นเหตุให้ประชาชนต้องแบกค่าไฟแพงเหล่านี้ กลับเลือกวิธีที่ง่ายที่สุด คือการโยนภาระมาให้ประชาชนแบกรับกันเองบ้านที่อยู่กันหลายคนเพื่อแชร์ค่าใช้จ่าย ใช้ไฟรวมกันสูงขึ้นก็โดนค่าไฟแพง! คนที่พยายามปรับตัวหนีราคาน้ำมันแพง หันมาใช้รถ…
-
“เทพไท” ตั้งคำถามคนแห่ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” สะท้อนเศรษฐกิจวิกฤต หรือสังคมติดประชานิยม?
">วันที่ 26 พ.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท – คุยการเมือง ระบุว่า…ทำไม???คนแห่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสหลังจากรัฐบาลประกาศให้มีการลงทะเบียน โครงการไทยช่วยไทยพลัส จำนวน 30ล้านสิทธิ์ ในวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเมื่อวานเป็นวันแรกของการลงทะเบียน บรรยากาศเป็นไปโดยความคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ผมจึงขออนุญาตปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น จากการที่ประชาชนแห่กันลงทะเบียน โครงการไทยช่วยไทยพลัส ของรัฐบาลใน4ประเด็น คือ1.เป็นความสำเร็จของรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ผลักดันพรก.กู้เงิน 4แสนล้านบาท และนำเงินกู้ 2แสนล้านบาท มาใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส เมื่อประชาชนแห่กันเช่นนี้ รัฐบาลก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เห็นได้จากท่าทีของนายภราดร ปริศนานทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่า เปิดลงทะเบียน 5 ชั่วโมง เหลือสิทธิ์8ล้านสิทธิ์เท่านั้น ถือว่าประสบความสำเร็จ และในขณะเดียวกันตลอดทั้งวัน พบว่ามีประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิ์รวมแล้วประมาณ 24ล้านสิทธิ์ คงเหลืออีก 6ล้านสิทธิ์ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะลงทะเบียนใช้สิทธิ์ทั้ง 30 ล้านสิทธิ์ ก่อนวันที่ 29…
-
“จตุพร” ติง “เท้ง-ปชน.” วิจารณ์ระบอบสีน้ำเงินเสี่ยงขัดแย้งบานปลาย ชี้แก้รัฐธรรมนูญยากผ่านด่าน สว.
วันที่ 26 พ.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan – จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า…ติง “เท้ง-ปชน” ชงวิจารณ์ระบอบสีน้ำเงินกินรวบ ปท. ก่อขัดแย้งบานปลาย ย้อนจำ MOA สีส้มต้นกำเนิดสีน้ำเงิน ย้ำองคมนตรีร่วมประชุม ขรก. มีมากว่า 10 ปี ซัดไม่จำบทเรียนถูกยุบพรรคและดันหลังแนวร่วมเข้าคุก เชื่อแก้ รธน.ของ ปชน. ยากจะสำเร็จ เหตุ สว.ตั้งด่านสกัดเมื่อ 25 พ.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยวิจารณ์นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง”หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน จุดประกายอำนาจระบอบสีน้ำเงินกินรวบการเมืองไทยเบ็ดเสร็จ จนทำให้สังคมเกิดความขัดแย้งบานปลายในขณะนี้อย่างไรก็ตาม การขยายความขัดแย้งยังลุกลามไปปลุกให้กรณีองคมนตรีร่วมสังเกตการณ์ประชุมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กับนายอนุทิน ชาญวิรกูล ในฐานะ รมว.มหาดไทย กลายเป็นประเด็นใหญ่ไปด้วย ทั้งที่กรณีเช่นนี้เคยมีมาร่วม 10 ปีแล้วดังนั้น…
-
‘แก้วตา’ ตอก ‘เท้ง’ หน้าแหก! มโนระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าภูมิใจไทย แค่พาตัวเองหนีจากอาชญากรรมทางการเมืองที่ตัวเองลงมือ
26 พ.ค. 2569-แก้วตา-ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า การมโนว่า “ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าภูมิใจไทย” อาจฟังดูเหมือนวิเคราะห์ลึก แต่เอาเข้าจริงมันคือการพยายามพาตัวเองหนีออกจากฉากอาชญากรรมทางการเมืองที่ตัวเองมีส่วนลงมือใช่ค่ะ ระบอบอำนาจนิยมไม่ได้เกิดจากคนคนเดียวแต่คำถามง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้สติปัญญาซับซ้อนอะไรมากก็คือแล้วใครโหวตให้อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี?จะอ้างรัฐธรรมนูญ 2560จะอ้างองค์กรอิสระจะอ้างยุทธศาสตร์ชาติจะอ้างโครงสร้างอำนาจที่ไม่ยึดโยงประชาชนอ้างได้หมดค่ะ แต่การอ้างโครงสร้างเพื่อกลบการกระทำของตัวเอง ไม่ใช่การวิเคราะห์ทางการเมือง มันคือการแถแบบดูถูกความทรงจำประชาชนประชาชนไม่ได้ความจำสั้นขนาดนั้นและไม่ได้ไร้เดียงสาทางการเมืองถึงขั้นแยกไม่ออกว่า “โครงสร้าง” กับ “คนที่ยกมือให้โครงสร้างนั้นมีอำนาจต่อ” มันเกี่ยวข้องกันอย่างไรปัญหาไม่ใช่ว่าคุณไม่รู้ว่าระบอบนี้เป็นปัญหาปัญหาคือคุณรู้ แต่ก็ยังโหวตแล้ววันนี้กลับมาพูดเหมือนตัวเองเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ ทั้งที่ในทางประวัติศาสตร์การเมือง คุณคือหนึ่งในคนที่ทำให้สมการอำนาจนี้เกิดขึ้นจริงนี่ไม่ใช่ความผิดพลาดเล็กน้อยนี่คือการใช้เสียงประชาชนไปผลิตซ้ำอำนาจที่ประชาชนจำนวนมากไม่ต้องการเพราะฉะนั้น อย่ามโนว่าการพูดคำใหญ่ ๆ อย่าง “ระบอบ” จะล้างความรับผิดชอบได้ระบอบอาจใหญ่กว่าภูมิใจไทยแต่การโหวตอนุทินเป็นนายกฯ คือการตัดสินใจของคุณเองรับผิดค่ะ ไม่ใช่แถและอีกอย่างที่ชัดมากคือ คุณเท้งตอบคำถามทางการเมืองแบบไม่มีชั้นเชิงเลยเวลาอยู่บนเวทีหรืออยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีใครถามย้อน อาจพูดคำใหญ่ ๆ ได้ ดูเหมือนเฉียบคม ดูเหมือนกล้าชน ดูเหมือนมีหลักการ แต่พอต้องตอบคำถามจริง ๆ ที่แตะความรับผิดชอบของตัวเอง กลับเหลือแค่การแถ การมโน และการโยนความผิดให้ “โครงสร้าง” แบบสำเร็จรูปนักการเมืองที่มีวุฒิภาวะทางการเมือง ไม่ใช่คนที่เก่งแต่จิกกัด แซะคนอื่น หรือพูดประโยคให้กองเชียร์เอาไปตัดคลิปนักการเมืองที่มีวุฒิภาวะ ต้องตอบให้ได้ว่าเมื่อการตัดสินใจของตนส่งผลทางประวัติศาสตร์การเมืองตนจะรับผิดชอบอย่างไรแต่สิ่งที่เห็นคือ พอถูกถามเรื่องโหวตอนุทิน กลับตอบเหมือนคนที่ยังไม่เข้าใจน้ำหนักของการใช้อำนาจรัฐสภาการโหวตนายกรัฐมนตรีไม่ใช่การกดไลก์ไม่ใช่การเล่นเกมการเมืองรายวันไม่ใช่เรื่องที่จะล้างได้ด้วยวลีว่า “มองไปข้างหน้า”เพราะการเมืองมีผลจริงประชาชนต้องอยู่กับผลของการตัดสินใจนั้นจริงและประเทศต้องจ่ายราคาจริงที่น่าเศร้าคือ…
-
‘จตุพร’ ตีปาก ‘เท้ง’ ย้อนความจำ MOA สีส้มต้นกำเนิดสีน้ำเงิน ชี้ประเด็นองคมนตรีไม่จำบทเรียนถูกยุบพรรค
26 พ.ค.2569-นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยวิจารณ์นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง”หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน จุดประกายอำนาจระบอบสีน้ำเงินกินรวบการเมืองไทยเบ็ดเสร็จ จนทำให้สังคมเกิดความขัดแย้งบานปลายในขณะนี้อย่างไรก็ตาม การขยายความขัดแย้งยังลุกลามไปปลุกให้กรณีองคมนตรีร่วมสังเกตการณ์ประชุมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กับนายอนุทิน ชาญวิรกูล ในฐานะ รมว.มหาดไทย กลายเป็นประเด็นใหญ่ไปด้วย ทั้งที่กรณีเช่นนี้เคยมีมาร่วม 10 ปีแล้วดังนั้น ตนเห็นว่า พรรคประชาชนควรมุ่งหน้าไปสู่เรื่องอื่นมากกว่ามาจุดประกายความขัดแย้งในกรณีนี้ ดังนั้น พรรคควรสะสมบทเรียนว่า ต้องการเน้นอะไร โดยไม่เน้นแต่นโยบายที่เคยทำให้ยุบพรรคมาแล้ว เช่น กรณี ม.112"ถ้าต้องการเป็นผู้ปกครองประเทศ แต่กลับละทิ้งโอกาสเมื่อไปทำ MOA ยกมือให้พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล แม้เคยอ้างคำประกาศว่า ไม่พร้อมเป็นรัฐบาล แต่ไม่เคยประกาศจะไม่ยกมือให้พรรคภูมิใจไทยเหมือนกัน ที่สำคัญ MOA ได้ทำให้เกิดสีน้ำเงินขึ้นมาได้อย่างแข็งแรงในวันนี้ก็มาจากสีน้ำส้มไปเปิดประตูให้โดยอ้างสัญญาแก้ รธน."อีกทั้งกล่าวว่า เมื่อมาถึงประเด็นองคมนตรี แล้วขยายจนถึงขั้นยกเลิกองคมนตรีทั้งที่เป็นพระราชอำนาจของพระเจ้าแผ่นดินที่จะเลือกตั้งใคร ดังนั้น บทเรียนของพรรคประชาชนถ้าต้องการให้แก้ รธน.แล้ว ควรข้ามการวิพากษ์วิจารณ์ในบางเรื่องบ้างสิ่งสำคัญ การชูประเด็นระบอบสีน้ำเงินที่มีมาตั้ง 12 ปีนั้น ถ้าพรรคประชาชนรู้อย่างนั้นแล้ว ไปยกมือให้เป็นรัฐบาลได้อย่างไร เมื่อนำเรื่องสถาบันกษัตริย์มาเป็นกระแสหลัก ดังนั้น การแก้ รธน.ต้องถูกแบ่งเป็นสองทางและอยู่ตรงข้ามกันสิ้นเชิงนอกจากนี้การแก้…
-
‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา’ เสด็จงานเลี้ยงรับรองเฉลิมฉลองการจัด’นิทรรศการราชพัสตราสู่สากล’
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จงานเลี้ยงรับรองเฉลิมฉลองการจัดนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส ‘นายกฯ ภริยา’ เข้าร่วมด้วยเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา เวลา 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง) ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs (MAD) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปในงานเลี้ยงรับรองเฉลิมฉลองการจัดนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล “La Mode en Majesté – Royal Thai Dress: From Tradition to Modernity” ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง (Musée des Arts…