Category: การเมือง

  • เริ่มต้นใหม่ กับคนเดิม อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2

    วันนี้ (19 มีนาคม 2569) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเกินครึ่งให้ อนุทิน ชาญวีรกูล สส.แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทยสำหรับการดำรงตำแหน่งนายกฯ ครั้งนี้ของอนุทิน ถือเป็นการดำรงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 2 หลังจากที่เคยดำรงตำแหน่งครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ที่พรรคประชาชนโหวตให้ตาม MOA ที่จัดทำขึ้นระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยทั้งนี้ โดยในการโหวตเลือกครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรมงดออกเสียง ขณะที่พรรคเพื่อไทรวมพลังโหวตเลือก ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบัน

  • ผลโหวตนายกฯ “อนุทิน” ชนะแบบไม่พลิกโผ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ต่อ

    ภาพไฮไลต์ผลโหวตนายกฯ 2569 ที่ประชุมสภาฯ เสียงข้างมาก เลือก “อนุทิน ชาญวีรกูล” ชนะแบบไม่พลิกโผ 293 ต่อ 119 ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ต่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ภายหลังปิดการอภิปรายคุณสมบัติ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเริ่มเข้าสู่การโหวตแบบขานชื่อรายคนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั้ง 499 คน โดยมี 2 ชื่อแคนดิเดตถูกเสนอ คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เมื่อเวลา 12.12 น.ผลโหวตนายกฯ 2569กระทั่งการออกเสียงจนถึง เมื่อเวลา 13.06 น. ผลการออกเสียงพบว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับคะแนนเสียงมากกว่า 251 เสียงแล้ว ถือว่าได้ความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก ให้เป็นนายกรัฐมนตรีกระทั่งการออกเสียงเสร็จเสิ้นเมื่อเวลา 13.17 น. ผลการออกเสียงเป็นดังนี้นายอนุทิน…

  • ชนะขาด! สภาโหวต “อนุทิน” นั่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 32

    วันที่ 19 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ณ อาคารรัฐสภา ผลปรากฏว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” หลังคะแนนปัจจุบันพุ่งทะลุเกิน 250 เสียง หรือเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ของสภาที่ผู้ที่ต้องได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องได้คะแนนเกินจำนวนดังกล่าวของสภาโดยกระบวนการหลังจากนี้จะมีการนำรายชื่อบุคคลที่ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งรัฐบาล ต่อด้วยการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเพื่อบริหารราชการแผ่นดินต่อไป โดยคาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการไม่เกินช่วงต้นเดือนเมษายน และก่อนเทศกาลสงกรานต์ รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน จะสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้เต็มรูปแบบต่อไป

  • ด่วน! สภามีมติ 293 เสียง เห็นชอบ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี คนที่ 33

    ด่วน! สรุปผลการลงมติโหวตเลือก นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ด้วยคะแนน 293 เสียง19 มี.ค. 2569 ภายหลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ผลปรากฏว่า สภามีมติเห็นชอบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงคะแนนเสียงสนับสนุนจำนวน 293 เสียง คะแนนเสียงดังกล่าวเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เป็นไปตามเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 159ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ได้รับคะแนนเสียงจำนวน 119 เสียง และงดออกเสียงจำนวน 86 เสียง ผลการลงคะแนนทั้งหมดส่งผลให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทยYT/ TPchannelโดยในประชุมก่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรคการเมือง รวมฐานเสียง 292 เสียง พรรคภูมิใจไทย นำโดย…

  • ด่วน ผลโหวตนายกฯ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ เสียงพรรคร่วมปึ้ก ผงาดนั่งนายกฯคนที่ 32 สมัย 2

    สรุปมติที่ประชุมสภาฯ ผลโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 32 สมัยที่ 2 “อนุทิน ชาญวีรกูล” ได้เสียงเห็นชอบท่วมท้นโดยในวันนี้ (19 มีนาคม 2569) เวลา 10.00 น. นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ห้องประชุมสุริยัน) ชั้น 2 อาคารรัฐสภาเพื่อพิจารณาเรื่องด่วนในการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 โดยบรรยากาศภายในรัฐสภาเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางการจับตามองของประชาชนทั่วประเทศถึง ผลโหวตนายกฯ ในครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นการชี้ชะตาทิศทางการเมืองไทยภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569ขั้นตอนการโหวตนายกฯ ตามกฎหมายกระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ดำเนินไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ซึ่งมีขั้นตอนสำคัญดังนี้:การเสนอชื่อ: แคนดิเดตต้องมาจากพรรคที่มี สส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 (25 ที่นั่ง) และต้องมี…

  • เท้งอภิปรายอำลา! บอกไม่รู้ว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่

    'เท้ง' ลั่นไม่เคยคิดตั้ง รบ.แข่ง เหตุรู้หน้าตารัฐบาลตั้งแต่ 8 ก.พ.แล้ว ยอมรับวิถีทางของ ปชน.เป็นแบบนี้ เลยเป็นฝ่ายค้าน ฝาก 'อนุทิน' ตรวจสอบคนในของตัวเองให้ดี จะได้กอบกู้ศรัทธาประชาชนได้19 มี.ค.2569 – นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อภิปรายว่า ก่อนอภิปรายการโหวตนายกฯ ขอฝากประธานสภาฯ ไปยังเพื่อนสมาชิกทุกคนว่าพวกตนมีความเห็นว่าวันนี้เราสามารถใช้เวลาในสภาฯให้เกิดประโยชน์มากกว่าการโหวตนายกฯได้ นั่นคือเรื่องการพิจารณาญัตติด่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาน้ำมันในปัจจุบัน ซึ่งการอภิปรายที่ผ่านมาก็สนับสนุนให้พิจารณาญัตตินี้หลังโหวตนายกฯ“สิ่งที่สมาชิกพรรคประชาชนเสนอชื่อผม เป็นนายกฯแข่งนั้น พวกเราไม่ได้ต้องการที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่งแต่อย่างใด เพราะประชาชนทั่วทั้งประเทศ ต่างรู้ดีว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นในสภาฯวันนี้ แต่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.จนถึงวันก่อนโหวตนายกฯ ผมยืนยันว่าที่ผ่านมาในช่วงเวลที่ผ่านมาเวลาดังกล่าว พรรคประชาชน ไม่เคยมีการดำเนินการ หรือความพยายามใดๆ ในการที่จะไปดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใขไทย ซึ่งเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง อยากให้พวกเรายึดถือหลักการนี้ไว้ร่วมกันว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พวกเราจะต้องทำ ในระบบการเมืองระบบรัฐสภา ที่ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งอีกครั้ง ไม่ว่าพรรคใดจะชนะการเลือกตั้งมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งควรจะต้องได้รับสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน”นายณัฐพงษ์ กล่าวนายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นเวทีที่จะอภิปรายในวันนี้จึงไม่ใช่วิธีที่จะมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเวทีที่จะมาแสดงวิสัยทัศน์ แต่เป็นเวทีที่แสดงข้อห่วงใยต่อประเทศชาติของเรา ข้อห่วงใยดังกล่าวจะสามารถแก้ไขได้ เชื่อมั่นว่าต้องประกอบไปด้วยรัฐบาลที่มีความชอบธรรม มีเจตจำนงทางการเมือง และมี ครม.ที่มีหน้าตาที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาประเทศนายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เริ่มตั้งแต่ระยะใกล้ตัวที่สุด…

  • “อนุทิน” ขอบคุณทุกเสียงเสนอนั่งนายกฯ พร้อมทำงานร่วมทุกพรรค

    วันนี้ (19 มี.ค. 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ได้อภิปรายขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกคนที่เสนอชื่อตนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และขอขอบคุณสำหรับการรับรองเสียงในการเสนอชื่อในสภาฯทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่า ไม่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคใดจะลงคะแนนเสียงสนับสนุนให้ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ในหัวใจของตน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนคือผู้แทนของปวงชนชาวไทย เสียงของทุกคนมีความสำคัญเท่ากัน และตนพร้อมที่จะรับคำแนะนำ คำวิพากษ์วิจารณ์ และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปปฏิบัติ หากตนมีโอกาสได้ทำหน้าที่บริหารประเทศในฐานะหัวหน้ารัฐบาล"ผมขอให้คำยืนยันต่อพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ตลอดจนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านว่า ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำงานร่วมกันอย่างสุดกำลังความสามารถกับผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกคน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศอันเป็นที่รักของเราและประชาชน ผมจะน้อมรับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระราชทานในคราวเปิดประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา ว่า ขอให้ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใด ๆ ที่จะมีขึ้นในสภาแห่งนี้ จะได้ดำเนินไปในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ และสำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง"อนุทิน ชาญวีรกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ยังกล่าวว่า ตั้งแต่ได้พบกันในสภา ถือว่าทุกคนเป็นมิตรและเป็นเพื่อนที่ดีของตน และยิ่งไปกว่านั้นคือมีเป้าหมายร่วมกัน คือประโยชน์ของประเทศและประชาชน ดังนั้น หากตนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตนและรัฐบาลจะให้การสนับสนุนงานด้านนิติบัญญัติร่วมกับรัฐสภาแห่งนี้อย่างเต็มที่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ตนขอน้อมรับการตัดสินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน และในโอกาสนี้ต้องขอขอบคุณทุกเสียงที่เคยมอบให้ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา รวมถึงข้าราชการและพี่น้องประชาชนทุกคน…

  • พรรคส้มเปิดหัวเดือด! ทุบอนุทินขาดคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริต

    สภาฯโหวตเลือกนายกฯ69! "พรรคส้ม"เปิดหัวกระซวกเดือด ยกวิกฤตน้ำมัน-เลือกตั้ง 69 สุดสกปรก-ฮั้ว สว. ทุบ"อนุทิน"ขาดคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตาม ม.160 ทำประชาชนขาดศรัทธา19 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซาซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ที่ประชุมรับทราบนอกจากนี้ ประธานฯ ยังได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร ให้ผู้มีรายชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็น สส.แทนตำแหน่งที่ว่าง คือ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แทน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ลาออกจาก สส. รวมถึง นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ลาการประชุมสภาฯ…

  • สภาคึกคัก โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี “อนุทิน-ณัฐพงษ์” ชิงดำ

    ประชุมสภาคึกคัก โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี “ไชยชนก” เสนอชื่อ “อนุทิน” ด้านพรรคประชาชนส่ง “ณัฐพงษ์ " ท้าชิงที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ได้มีการประชุมนัดแรก โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระสำคัญที่สุดคือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159ในช่วงเริ่มต้นประชุม นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จากนั้น สส. ใหม่ 2 ท่าน ได้แก่ นายไชยชนก ชิดชอบ (พรรคภูมิใจไทย) และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี (พรรครวมไทยสร้างชาติ) ได้กล่าวปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ปัจจุบันมี สส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้รวม 499 คนต่อมา นายโสภณ ประธานในที่ประชุม ได้ชี้แจงขั้นตอนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยจะใช้วิธี "ลงคะแนนแบบเปิดเผย" ด้วยการขานชื่อตามหมายเลขประจำตัว สส. รายบุคคล ซึ่งผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ หรือต้องได้ 251…

  • มติเป็นเอกฉันท์ “กล้าธรรม” งดออกเสียงโหวต นายกรัฐมนตรี คนที่ 33

    มติเป็นเอกฉันท์ “กล้าธรรม” งดออกเสียงโหวต นายกรัฐมนตรี คนที่ 33 “ธรรมนัส” ย้ำ ห้ามแตกแถวเด็ดขาด ยัน พรรคนี้ไม่มีเถียงกัน แม้ เห็นแย้งก็ให้จบในห้องประชุม ลั่น ไม่อยากให้เป็นการเมืองน้ำเน่าเมื่อเวลา 09.51 น. วันที่ 19 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวในที่ประชุมสส.พรรค เพื่อพิจารณาถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรี ว่าพรรคเราอยู่กันแบบพี่แบบน้อง แบบคนในครอบครัว เวลาจะโหวตใดๆก็ตาม เราขอให้เป็นเอกฉันท์ว่ามาจาก มติสส.ของพรรค ทั้ง 58 ชีวิตตัดสินใจร่วมกันว่าจะเป็นในทิศทางใด แล้วยืนยันว่าต้องไปทิศทางเดียวกันห้ามแตกแถวเด็ดขาด ถ้าจะแตกแถว ให้แตกแถวในห้องประชุมนี้ เถียงกันในห้องประชุม และเมื่อได้มติฟังเสียงคนส่วนใหญ่แล้ว ด้วยเหตุผล ก็จะต้องไปโหวตในทิศทางเดียวกัน นี่คือหลักการของพรรคเราแต่ ณ เวลานี้ เราทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภา ขอให้เป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์จริงๆ ปัญหาอะไรก็ตาม ที่จะพูดในสภาพูดแล้วให้มันเกิดประโยชน์ ต่อประชาชนในพื้นที่ของท่าน เกิดประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง…