Category: การเมือง
-
ปอเนาะ
ครับ…ผลจากคำพูดของแม่ทัพภาคที่ ๔ “พล.ท.นรธิป โพยนอก” ทำพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาเป็นที่สนใจกันอีกครั้งก็เป็นไปตามที่้เขียนไว้เมื่อช่วงวันสงกรานต์ คำพูดของท่านจะกลายเป็นเงื่อนไข และมีเหยื่อจากสถานการณ์นี้เกิดเงื่อนไขอะไรขึ้น และใครเป็นเหยื่อ ก็เป็นที่รับรู้กันไปแล้วครับเห็นฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันนัวเนียแต่นั่นแค่น้ำจิ้ม เพราะเหตุการณ์ใหญ่ยังไม่มี คงรอบ่มเพาะกันอยู่กลุ่มที่มีบทบาทในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้หลักๆ วันนี้มีอยู่ไม่กี่กลุ่มกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เรียกร้องเอกราชด้วยความรุนแรง อ้างว่าเพราะรัฐไทยใช้ความรุนแรงก่อนกลุ่มนักการเมือง แอบแฝงอยู่ข้างหลัง แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันที่ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องแค่ไหนกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ ถูกมองว่าเป็นผู้ข่มเหงรังแก แต่ก็ถูกสังหารไปเยอะกลุ่มสื่อมวลชน เป็นกระบอกเสียงของทั้ง ๒ ฝ่าย ตามแต่แนวคิดของแต่ละคนและกลุ่มชาวบ้าน กลุ่มนี้ซวยสุดๆ ตกเป็นเหยื่อเจ็บตายมาแล้วเยอะแยะมากมายฉะนั้นไม่ง่ายหรอกครับกับการแก้ปัญหาที่เรื้อรังมานาน ที่สำคัญการรบกับความเชื่อ แทบจะมองหาชัยชนะไม่เจอแต่วันนี้อยากพูดถึงโรงเรียนปอเนาะครับ เพราะเรื่องลุกลามไปถึงโรงเรียนสอนศาสนาแล้วโรงเรียนปอเนาะ คืออะไรตามตำรา คือ สถาบันการศึกษาอิสลามดั้งเดิม ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมมุสลิม โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยคำว่า "ปอเนาะ" มาจากภาษามลายูปัตตานีว่า "Pondok" ซึ่งแปลว่า กระท่อมหรือที่พัก สะท้อนถึงลักษณะเดิมที่เป็นกระท่อมเล็กๆ สำหรับนักเรียนและโต๊ะครู (ผู้สอน)ปอเนาะมีลักษณะเฉพาะ เป็นโรงเรียนประจำ ผู้เรียนจะมาพักอาศัยอยู่ในกระท่อม (ปอเนาะ) ที่จัดเตรียมไว้ให้ภายในบริเวณโรงเรียน เน้นการศึกษาศาสนาอิสลามเชิงลึก หลักสูตรจะมุ่งเน้นวิชาการศาสนาขั้นสูงเช่น การศึกษาคัมภีร์อัลกุรอาน, ภาษาอาหรับ, นิติศาสตร์อิสลาม (ฟิกฮ์) และจริยธรรมอิสลามครูผู้สอนหลักเรียกว่า…
-
ฝากให้คิด ‘อ.ไชยันต์’ สมมุติ 3 จว.ใต้เป็นอิสระ จะปกครองตนเองรูปแบบใด ใครจะเป็นผู้นำ?
22 เม.ย. 2569 – ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กจนสมมติว่า สามจังหวัดใต้เป็นอิสระ จะปกครองตนเองอย่างไร ?1. ถ้าเป็นการปกครองโดยเชื้อสายเจ้าครองนครเดิม และใช้กฎหมายอิสลามเป็นรัฐธรรมนูญปัญหา:1. 1 เชื้อสายเจ้าไม่ได้มีคนเดียว จะตกลงกันอย่างไร?2.1 เมื่อสถาปนากฎหมายและวัฒนธรรม ประเพณีอิสลามเต็มตัวความเสมอภาคของบุคคลที่อย่างน้อยเคยมีและให้หลักประกันไว้ในรัฐธรรมนูญไทยจะหายหรือลดน้อยลงไป เช่น ความเสมอภาคระหว่างหญิง-ชาย ฯลฯ…….2. ถ้าปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขปัญหา:2.1 ใครจะเป็นราชาธิบดี ดู ข้อ 1.1 ข้างต้น2.2 เมื่อมีการเลือกตั้ง ผลจะออกมาไม่ต่างที่เป็นอยู่ขณะนี้ แล้วใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ก็คงเดากันได้2.3 หากไม่ได้เป็นรัฐอิสลามเต็มตัว เหมือนข้อ 1 ก็อาจจะมีปัญหาระหว่างผู้สนับสนุนการเป็นอิสลามเข้มข้น กับ อิสลามสมัยใหม่เพราะการได้มาซึ่งเอกราช อยู่บนข้ออ้างการเป็นอิสลามเข้มข้น ปัญหาความเสมอภาคระหว่างหญิง-ชาย จะเป็นประเด็นหนึ่งที่โต้เถียงกัน.3. ถ้าปกครองแบบสาธารณรัฐปัญหา:3.1 จะเป็นระบอบประธานาธิบดี หรือระบอบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา ?3.1.1 ถ้าเป็นระบอบประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง (มีอำนาจมาก เพราะรวบตำแหน่งประมุขของรัฐกับนายกรัฐมนตรีไว้ที่คนๆเดียว) ผลการเลือกตั้ง ก็เดาได้ว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีคนแรก ดูข้อ 2.23.1.2 ถ้าเป็นระบอบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา จะต้องถกเถียงกันอีกว่า…
-
ย้อนการก่อตั้ง ‘โรงเรียนปอเนาะ’ ต้องรักษากรอบของ ‘ราชอาณาจักรไทย’ ไม่ใช่ ‘มุสลิมมาลายู’
CR : เฟซบุ๊ก Vachara Riddhagni22 เม.ย.2569- พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี หรือ เสธ.นิด อดีตนายทหารนักบินกองทัพอากาศ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ว่าโรงเรียนปอเนาะเกิดขึ้นในช่วง ๒๔๗๖ หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองและเกิดรัฐประหารครั้งแรก ด้วยหะยีสุหลงกลับมาจากเมกกะเห็นอิสลามปัตตานีปฏิบัติผิดหลักศาสนาและยังเชื่อภูตผีปีศาจจึงหาทุนสร้างรร.สอนศาสนาและ”พยาพหลพลพยุหเสนา”ให้ทุนเพิ่มจึงเกิดโรงเรียนปอเนาะเป็นแห่งแรกที่ปัตตานีซึ่งการนี้น่าจะผ่านการประสานของ “แช่ม พรหมยงค์ อดีตนักประชาธิปไตยมุสลิม เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เกิดที่สมุทรปราการ เป็นเสรีไทยยุคสงครามมหาเอเชียบูรพาและเป็นผู้ริเริ่มอภิวัฒน์มุสลิม หรือทำให้คนมุสลิมมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นดีขึ้น มีฐานะทัดเทียมกับศาสนาอื่นๆในสยามและเป็นจุฬาราชมนตรี สุหนี่คนแรก ๒๔๘๘ และมีส่วนร่วมแก้ปัญหาภาคใต้ในทางการเมืองนั้นใกล้ชิดกับราชวงศ์พอสมควรแต่สนิทกับอาจารย์ปรีดี พนมยงค์มากๆวัตถุประสงค์ คือ สอนหลักธรรมของอิสลามที่ถูกต้องตามแบบฉบับ ผลพวงที่ต้องสอนเพิ่ม คือ ภาษาอาหรับ ดังนั้นโรงเรียนปอเนาะจึงมีหน้าที่สอนศาสนาอิสลามและภาษาอาหรับรวมทั้งภาษาท้องถิ่นเท่านั้น หลักสูตรควรจะมีแค่นี้ แต่วิชาสามัญและภาษาไทยต้องเข้มข้นเพื่ออนาคตของเยาวชนไทยมุสลิมซึ่งต้องใช้ชีวิตในประเทศไทย (ยกเว้นว่าว่าเขาจะไปอยู่ที่อื่นเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้ว)วัตถุประสงค์ของปอเนาะชัดเจน ดังนั้น โรงเรียนปอเนาะ ครูปอเนาะต้องรักษากรอบการเป็นโรงเรียนของราชอาณาจักรไทย (ไม่ใช่มุสลิมมาลายู)ทางการไทยต้องสามารถตรวจสอบหลักสูตรได้ ในส่วนที่เป็นวิชาอิสลามก็ต้องเป็นไปตามหลักศาสนาที่หะยึสุหลงเริ่มต้นไว้ ส่วนวิชาสามัญนั้นต้องเป็นไปตามหลักสูตรที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ตรวจสอบได้ ครูวิชาสามัญต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน กิจกรรมนอกเหนือจากวิชาอิสลามศึกษาและวิชาสามัญแล้วต้องเสนอศึกษาจังหวัดเพื่อตรวจสอบ (เหตุการณ์เป็นถึงขนาดนี้แล้วเพื่อความบริสุทธิ์ใจฝ่ายเอกชนโรงเรียนปอเนาะต้องให้ความร่วมมือผมเป็นเด็กไทยพุทธที่เรียนในโรงเรียนคริสเตียนโปรเตสแตนต์ เป็นเด็กประจำและต้องทำตามกฎ ๑. ต้องเข้า Chapel ทุกเช้าเว้นเสาร์/อาทิตย์ ฟังพระธรรมจากพระคัมภีร์ ร้องเพลงสวด สวดมนตร์…
-
วิโรจน์ โพสต์ เป็นลาง? ไม่ว่ามันจะจบลงแบบไหน ต่อให้ตนและเพื่อน ไม่ได้เป็น สส.อีกแล้ว ก็จะไม่อาลัยอาวรณ์
วิโรจน์ ฝากถึงสส.พรรคประชาชน ใช้กลไกของอำนาจนิติบัญญัติแก้ปัญหาประชาชน ติดตามเรื่องให้ถึงที่สุด มากกว่าเอามาพูดในสภาไม่กี่นาที แล้วปล่อยจอย หรือไม่ก็แค่ไปถ่ายรูปชี้โน่นชี้นี่ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า…ผมในฐานะเป็นหนึ่งใน 44 สส. เอาจริงๆ ผมไม่ได้ยึดติด หลงใหล ได้ปลื้ม หรืออาลัยอาวรณ์กับความเป็น สส. อะไรมากนัก เพราะที่ผ่านมา ผมไม่ได้มาเป็น สส. เพราะอยากเป็น สส. หรือมาเป็น สส. เพราะว่าอยากจะใช้ตำแหน่ง สส. ไปหาผลประโยชน์อะไรสิ่งที่ดีใจที่สุดในการที่ได้มาเป็น สส. ของพรรค ก็คือ การได้เป็นตัวแทนของประชาชน ในการขับเคลื่อนอุดมการณ์ร่วมกันกับพรรค เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่เขาต้องการให้ผมเป็นตัวแทนของพวกเขา พร้อมกับการสร้างการเปลี่ยนแปลง และพาสังคมไปข้างหน้า ซึ่งผมเชื่อว่าที่ผ่านมา สิ่งที่ผมทำร่วมกันกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของผม เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเรื่องของคดีความ พวกผมสู้เต็มที่ สู้ยิบตา อยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วง ในส่วนของผม ผมสามารถยืนยันในความสุจริตของตัวผมได้อยู่แล้ว ไม่ว่าสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร ประชาชนจะได้เห็นทั้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย ตลอดจนตรรกะเหตุผล ในการหักล้างทุกข้อกล่าวหาที่มีต่อตัวผมอย่างแน่นอน เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ใช้วิจารณญาณ…
-
“วิโรจน์”ไม่สนเก้าอี้หลุด! ลั่นสู้ตายคดี 112 ฟาด สส. รุ่นใหม่เลิกทำตัวเป็นอินฟลูฯ ถ่ายเซลฟี่อวดชุดในสภา
“ผมไม่ได้รักตำแหน่ง แต่รักอุดมการณ์” วิโรจน์ โพสต์สะท้อนบทบาท สส. ต้องยืนข้างประชาชนจริง มากกว่าการสร้างภาพในโซเชียล พร้อมฝากการบ้านถึงนักการเมืองรุ่นใหม่ให้ลงพื้นที่ทำงานมากกว่าทำคอนเทนต์เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 69 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ในหัวข้อ 44 สส.ของพรรคประชาชน ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดปมแก้ไข 112 โดยมีรายละเอียดดังนี้“ตนในฐานะเป็นหนึ่งใน 44 สส. เอาจริงๆ ไม่ได้ยึดติด หลงใหลได้ปลื้ม หรืออาลัยอาวรณ์กับความเป็น สส. อะไรมากนัก เพราะที่ผ่านมาตนไม่ได้มาเป็น สส. เพราะอยากเป็น สส. หรือมาเป็น สส. เพราะว่าอยากจะใช้ตำแหน่ง สส. ไปหาผลประโยชน์อะไรสิ่งที่ดีใจที่สุดในการที่ได้มาเป็น สส. ของพรรค ก็คือ การได้เป็นตัวแทนของประชาชน ในการขับเคลื่อนอุดมการณ์ร่วมกันกับพรรค เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่เขาต้องการให้ผมเป็นตัวแทนของพวกเขา พร้อมกับการสร้างการเปลี่ยนแปลง และพาสังคมไปข้างหน้า ซึ่งเชื่อว่าที่ผ่านมา สิ่งที่ตนทำร่วมกันกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของตน เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเรื่องของคดีความ พวกตนสู้เต็มที่ สู้ยิบตาอยู่แล้ว…
-
ด่วน! นิติพล ผิวเหมาะ ประกาศลาออกจากพรรค เผยสาเหตุแท้จริง
วันที่ 22 เมษายน 2569 นายนิติพล ผิวเหมาะ สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาประกาศลาออกจากพรรคประชาชน ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัววันที่ 22 เมษายน 2569 นายนิติพล ผิวเหมาะ สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาประกาศลาออกจากพรรคประชาชน ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว Nitipon Piwmow – นิติพล ผิวเหมาะ โดยระบุว่า ทุกท่านครับ ผมได้ทบทวนเส้นทางทางการเมืองของตัวเองอย่างจริงจัง และตัดสินใจว่า ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องก้าวออกจากพรรคประชาชนภาพจากเฟซบุ๊ก Nitipon Piwmow – นิติพล ผิวเหมาะโดยเจ้าตัวให้เหตุผลว่า เพราะผมเชื่อว่า ผมสามารถทำงานเพื่อประชาชนได้มากกว่านี้ ผมยังคงเคารพพรรคประชาชน และเพื่อนร่วมงานทุกคน ที่เราเคยร่วมกันทำงานมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล ผมจึงขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาชน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนอกจากนี้ นายนิติพล ยังระบุทิ้งท้ายประกาศดังกล่าวด้วยว่า จากนี้ไป ผมจะเดินหน้าทำงานการเมืองต่อ พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากทุกฝ่ายโพสต์ดังกล่าวเรียบเรียง สยามนิวส์
-
ทิ้งพรรคส้ม! นิติพล ผิวเหมาะ ไขก๊อกลา ปชน. ลั่นเดินหน้าเส้นทางการเมืองใหม่
ทิ้งพรรคส้ม! นิติพล ผิวเหมาะ ไขก๊อกลา ปชน. ลั่นเดินหน้าเส้นทางการเมืองใหม่นิติพล ผิวเหมาะ แกนนำภาคเหนือ โบกมือลา พรรคประชาชน เดินหน้าเส้นทางการเมืองใหม่ เชื่อทำงานเพื่อประชาชนได้มากกว่านี้ ยันไม่ปิดกั้นฝ่ายใดวันที่ 22 เม.ย.2569นายนิติพล ผิวเหมาะอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน.) โพสต์ผ่านฟซบุ๊ก Nitipon Piwmow – นิติพล ผิวเหมาะ ประกาศลาออกจากพรรคประชาชนโดยระบุว่า “ทุกท่านครับ ผมได้ทบทวนเส้นทางทางการเมืองของตัวเองอย่างจริงจัง และตัดสินใจว่า ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องก้าวออกจากพรรคประชาชน เพราะผมเชื่อว่า ผมสามารถทำงานเพื่อประชาชนได้มากกว่านี้ผมยังคงเคารพพรรคประชาชนและเพื่อนร่วมงานทุกคนที่เราเคยร่วมกันทำงานมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกลผมจึงขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาชน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จากนี้ไป ผมจะเดินหน้าทำงานการเมืองต่อ พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากทุกฝ่าย”ทั้งนี้ นายนิติพล มีชื่อ 1 ใน 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในกรณีร่วมเข้าชื่อเสนอแก้ไขกฎหมายนอกจากนี้ นายนิติพล ถือเป็นขุนพลสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมของพรรคมายาวนาน เป็น สส. ครั้งแรก ปี 2562 สังกัดพรรคอนาคตใหม่ โดยลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงเป็นหนึ่งในกำลังหลักที่รับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนืออ่านข่าวต้นฉบับได้ที่…
-
โคตรแย่ ‘นิพิฏฐ์’ ฉะตร.เปิดคลิป ‘บิ๊กโจ๊ก’ ชี้นำผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม โดยไม่สนกติกา
22 เม.ย.2569- สืบเนื่องจาก ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. และคณะ ร่วมแถลงข่าวถึงความคืบหน้าคดี สินบนทองคำ 246 บาท ที่เชื่อมโยงกับกรรมการ ป.ป.ช. ของพล.ต.ท.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. พร้อมเปิดคลิปเสียงเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ไล่เรียงพฤติการณ์ของคู่สนทนาในการเบี่ยงเบนและบิดเบือนคดี ทั้งนี้คดีได้ดำเนินการตามกฎหมายและอยู่ชั้นกระบวนการของพนักงานอัยการนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวว่ากระบวนการยุติธรรมที่ถูกชี้นำเดี๋ยวนี้ เวลามีคดีสำคัญที่ประชาชนสนใจ พนักงานสอบสวนจะนำภาพ หรือ เสียง ที่ได้จากการสอบสวนมาเปิด หรือ ทำให้หลุดไปยังสื่อเพื่อให้สื่อนำไปเปิดเผยต่อ วิธีการอย่างนี้ เมื่อก่อนสมัยผมเป็นทนายความสมัยหนุ่มๆ เขาไม่ทำกัน และ เรา“ไม่ยอม”ให้เจ้าหน้าที่รัฐทำอย่างนั้นแม้ยุคนั้นสื่อ social ยังไม่มีแต่ในยุคที่สื่อ social แพร่หลาย เจ้าหน้าที่รัฐกลับนำมาเผยแพร่อย่างโจ๋งครึ่มไม่มีเหตุผลอะไรเลย นอกจากเป็นการใช้เทคนิค “ชี้นำ” ผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม…
-
สีหศักดิ์ ‘กำไต๋’ เขมร
กรณีมี “ไอ้โม่งดำ”…..ย่องตอดเข้ามา “ปลดธงชาติไทย” บนเสาไป ในพื้นที่รูปตัว U ที่โป่งน้ำร้อน จันทบุรี นั้นฝ่ายเขมรบอก พวกเขา “เปล่าทำ”ก็ต้องย้อนกลับมาถามฝ่ายไทยเองว่า “งั้นใครทำ?”จึงเป็นหน้าที่ของ “น.อ.ปรัชญา หาญเทียม” ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ผบ.ฉก.นย.) จะต้องตอบ!เพราะเรื่องนี้ นอกจากเป็นเรื่อง “ลบเหลี่ยม-ลูบคม” กันแล้ว มันยังหมายถึงการเหยียบย่ำ “ศักดิ์ศรี” กันด้วยทั้งในอีกด้านหนึ่ง มันยังเกิดประเด็นให้ต้องคิดว่า…ในเมื่อธงชาติไทยทั้งผืนบนเสา ใครก็ไม่รู้ลอบเข้ามาปลดเอาไปได้สบายๆ โดยไม่มีหน่วยรักษาการณ์คนใดเห็นในมุมกลับกัน….ถ้าไอ้คนนั้นมันเข้ามาก่อวินาศกรรมหรือเอาระเบิดเวลามาวาง แบบนี้จะไม่ตายกันหมดหรือ?”นี่เป็นบทสะท้อนให้คิดเพื่อแก้ไขไม่ได้มีเจตนาตำหนิว่าปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด เพราะเข้าใจภูมิประเทศที่เป็นป่าดงในยามค่ำคืน ไม่มีค่ายคูประตูป้อมให้เฝ้ารักษาการณ์เขมรมันบอกว่า “เปล่าทำ”แล้วเราเชื่อมั้ย?ผมคนนึงละที่ไม่เชื่อ แต่เมื่อฝ่ายเขาปฏิเสธ การจะจับให้มั่น-คั้นให้ตายนั้น เป็นเรื่องที่ ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี จะต้องใช้วิชานักสืบไปแกะรอยน.อ.ปรัชญา หาญเทียม ผบ.ฉก.นย. ให้ความมั่นใจเมื่อวาน (๒๑ เม.ย.) ว่า“หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี” ใช้วิธีสืบสวนในพื้นที่ ตรวจสอบร่องรอยที่เกิดเหตุ เช่น รอยเท้า, เส้นทางเข้า-ออกและร่องรอยการเคลื่อนไหวในบริเวณใกล้เคียงทั้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนย้อนรอยในเส้นทางต้องสงสัย ค้นหาจุดเริ่มต้นและเส้นทางหลบหนีใช้ Drone ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ ค้นหาร่องรอยหรือความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติอีกทั้งได้ประสานข้อมูลกับผู้นำท้องถิ่นและเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อรวบรวมข้อมูลเบาะแสร่วมกับชุดข่าวและกำลังในพื้นที่ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัยน.อ.ปรัชญาบอก….“ขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ข้อมูลผู้ก่อเหตุแล้วและอยู่ในขั้นตอนของฝ่ายความมั่นคง” และบอกเพิ่มเติมว่า“ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่อย่างเข้มงวด”-วางลวดหนามหีบเพลง ๓ ชั้นในจุดเสี่ยง-เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนทั้งกลางวันและกลางคืน-ตั้งจุดเฝ้าระวังตลอด ๒๔…
-
‘วิโรจน์’ ขานรับ ‘ปิยบุตร’ ไม่อยากเห็นสส.ปชน.สร้างคอนเทนต์ ทำตัวเป็นอินฟลู หวังสานต่ออุดมการณ์
22 เม.ย.2569- สืบเนื่องจากนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนตั้งพรรคประชาชนตั้งใจจะทำพรรคให้เป็นยานพาหนะในการสร้างความเปลี่ยนแปลง แต่ตอนนี้บางคนใช้ยานพาหนะนี้ให้ตนเองเป็น สส.และพรรคประชาชนต่อสู้ทางความคิดน้อยไปนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าผมในฐานะเป็นหนึ่งใน 44 สส. เอาจริงๆ ผมไม่ได้ยึดติด หลงใหล ได้ปลื้ม หรือ อาลัยอาวรณ์กับความเป็น สส. อะไรมากนัก เพราะที่ผ่านมา ผมไม่ได้มาเป็น สส. เพราะอยากเป็น สส. หรือมาเป็น สส. เพราะว่าอยากจะใช้ตำแหน่ง สส. ไปหาผลประโยชน์อะไร.สิ่งที่ดีใจที่สุดในการที่ได้มาเป็น สส. ของพรรค ก็คือ การได้เป็นตัวแทนของประชาชน ในการขับเคลื่อนอุดมการณ์ร่วมกันกับพรรค เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่เขาต้องการให้ผมเป็นตัวแทนของพวกเขา พร้อมกับการสร้างการเปลี่ยนแปลง และพาสังคมไปข้างหน้า ซึ่งผมเชื่อว่าที่ผ่านมา สิ่งที่ผมทำร่วมกันกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของผม เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน.ต่อให้ผมและเพื่อนๆ จะไม่ได้เป็น สส. อีกแล้ว ก็ไม่เป็นไร ขอเพียง สส. รุ่นต่อๆ ไป ยังคงเดินหน้าในเส้นทางของอุดมการณ์ต่อไป…