Category: การเมือง
-
เสียงประณามที่แผ่วเบา
ผ่านไป ๑ วันเต็ม…กับเหตุการณ์ สังหารทหาร ๕ นาย ที่นราธิวาสชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก ๕ คนกองทัพภาคที่ ๔ สื่อสารผ่านสื่อโซเชียล โพสต์ข้อความขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ ๔๕ ทั้ง ๕ นาย จากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและระเบิดไปป์บอมบ์โจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาสกองทัพภาคที่ ๔ ขอสดุดีในความกล้าหาญของวีรชนผู้เสียสละทุกนาย และยืนยันจะดูแลสิทธิสวัสดิการของครอบครัวผู้สูญเสียอย่างดีที่สุด พร้อมกันนี้ ขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนทั้ง ๕ รายที่ได้รับบาดเจ็บ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและฟื้นสภาพร่างกายโดยเร็วทั้งนี้ กองทัพภาคที่ ๔ ขอประณามการกระทำอันอุกอาจและไร้มนุษยธรรมในครั้งนี้อย่างถึงที่สุด การใช้อาวุธสงครามก่อเหตุในพื้นที่ใจกลางชุมชน ไม่เพียงมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน แต่ยังเป็นการจงใจสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไม่อาจยอมรับได้โดยทางเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุดและอีกโพสต์ ระบุว่า กองทัพภาคที่ ๔ ขอสดุดีและไว้อาลัย ๕ ทหารกล้า เหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาสขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของทหารทั้ง ๕ นาย (สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ ๔๕) ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ จากเหตุคนร้ายลอบยิงและขว้างระเบิดใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อช่วงเย็นวันที่ ๒๒…
-
สถานทูตจีนติดต่อ 3 โรงหนัง ตรวจเนื้อหา-จี้ลบโลโก้เทศกาลสารคดีไต้หวัน ผู้จัดและโรงหนังยันไม่เปลี่ยนแปลง
21 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ข่มขู่ผู้จัดงานเทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวัน (Taiwan Documentary and Film Festival) ให้นำโลโก้ของกระทรวงวัฒนธรรมไต้หวันออกจากสื่อประชาสัมพันธ์ และอ้างว่าจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่หากไม่ให้ความร่วมมือ หลังผู้จัดยืนยันไม่นำออก ด้านโรงภาพยนต์ทั้ง 3 ยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ติดต่อไปยังทุกที่ พร้อมกับแจ้งข้อกังวลที่หวั่นกระทบ “นโยบายจีนเดียว”ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ ผู้ก่อตั้ง Documentary Club และผู้จัดงาน ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวประชาไทในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 กรณีเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนได้ขอผู้จัดงานเทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวันที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22-26 กรกฎาคม 2569 ให้นำโลโก้ของกระทรวงวัฒนธรรมไต้หวันออกจากสื่อประชาสัมพันธ์ของเทศกาล และมีความพยายามที่จะตรวจสอบเนื้อหาไม่ให้มีส่วนที่เกี่ยวกับการแสดงออกว่าไต้หวันเป็นประเทศ https://prachatai.com/journal/2026/07/118143สถานทูตจีนฯ ติดต่อ 3 โรงหนัง อ้างกระทบนโยบายจีนเดียวก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่จากสถานทูตจีนได้ติดต่อไปยังโรงภาพยนต์ 3 แห่งที่เป็นสถานที่จัดฉายภาพยนต์ตลอดทั้งเทศกาล คือ เฮาส์สามย่าน (House Samyan) เซ็นจูรี สุขุมวิท (Century Sukhumvit) กรุงเทพมหานคร และประตูแดง สเปซ (Pratudang Space) จังหวัดขอนแก่นธิดาให้ข้อมูลกับประชาไทว่าเมื่อวันที่…
-
‘อดีตบิ๊กศรภ.’ แนะวิธีปราบโจรใต้ ต้องปราบ ‘เจ้าของโจร-ขรก.ชั่วบางคน’ ที่รับสินบนเจ้าของโจร
24 ก.ค. 2569 – พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กว่าข่าวโจรใต้ผู้ชายหลายคน มีทั้งแต่งหญิงบ้าง แต่งชายบ้าง รุมฆ่าทหารพรานนั้น น่าเศร้าจริงๆเลย อยากบอกว่า ถ้าอยากจะปราบโจรเหล่านี้ จริงๆไม่ยากหรอกครับ เพราะโจรเหล่านี้มีเจ้าของ ถึงแอบอยู่ในหมู่บ้านข่มขู่ชาวบ้านได้ ชาวบ้านที่มีลูกมีหลานและพอมีกำลังเงินบ้าง ก็ต้องส่งลูกเข้ามาเรียนในกรุงเทพ หรือไปเรียนเมืองนอก ส่วนคนจนก็ต้องทนอยู่ในหมู่บ้านต่อไป ดังนั้นถ้าอยากปราบปรามโจรจริง ก็ต้องปราบ “เจ้าของโจร” และ “ข้าราชการชั่วบางคน” รับสินบนเจ้าของโจรเสียก่อน ครับวิธีปราบก็ไม่ยาก ถ้าเพียงข้าราชการ ส่วนหนึ่งเกิดจิตสำนึกรักชาติรักบ้านเมืองขึ้นมา ไม่ยอมรับสินบนจากพวกค้ายาเสพติด พวกค้าของเถื่อน ค้ามนุษย์ ฯลฯ ซึ่งบางครั้งคนเหล่านี้ก็ขนชาวอุยกูร์ ลักลอบเข้ามาในประเทศ อุยกูร์ บางคนหน่วยก้านดี หรือเคยทำงานก่อการร้ายมาก่อน นายทุนก็ส่งมาให้มาเป็นโจรใต้ก็มี ฯลฯ ดังนั้น ถ้าขาดนายทุนเหล่านี้ ขาดข้าราชการที่เห็นแก่เงินบางคน พวกโจรก็จะขาดที่พึ่งพิง ไปต่อไม่เป็น ต้องเลิกไปเองอีกวิธีหนึ่ง คือ ต้องทำให้ ข้าราชการปราบกันเองก่อน การรับสินบนก็จะลดน้อยลงที่พูดมานั้น ฟังเหมือนง่าย…
-
“มหาดไทย” เห็นชอบประกาศ “มาตรฐานให้ออกจากราชการ” ส่งหนังสือด่วน “4 หน่วยงาน” จัดทำหลักเกณฑ์ตามเงื่อนไข ให้มีผล 1ส.ค.นี้
">วันที่ 23 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญประสงค์ นวลสายย์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ลงนามในหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท. เรื่อง ประกาศ ก.จ. ก.ท. และก.อบต. เรื่องมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการให้ออกจากราชการ (ฉบับที่ 3) ถึง ประธาน ก.จ. ก.ท. และก.อบต. จังหวัดทุกจังหวัดและประธานก เมืองพัทยา โดยอ้างถึงหนังสือสำนักงานกจ ก.ท.และก.อบต.ที่มท 0809.4 /ว 13 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2569 พร้อมแนบเรื่องมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการให้ออกจากราชการฉบับที่ 3 พ.ศ 2569 ระบุว่าตามที่ กจ. ก.ท. และ ก.อบต. ในการประชุมครั้งที่ 5/2569 วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้แก้ไขประกาศ ก.จ. ก.ท.…
-
เปิดใจบิ๊กดุลย์ หลังโดนถล่มยับปมไล่ล่า ช้ำใจถูกหาว่าไม่รักลูกน้อง ยันสั่งการเด็ดขาดแล้ว
24 กรกฎาคม 2569 วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก Wassana Nanuam ระบุว่า “บิ๊กดุลย์”ช้ำใจ!โดนด่า ไม่เห็นใจทหาร หลังบอกอย่าพูดคำว่า‘ไล่ล่า’ ยันสั่งไปตั้งแต่เกิดเหตุว่า จัดการคนร้ายให้ได้ อย่างเด็ดขาด-รีบเยียวยาครอบครัว 5 ทหารพราน ปรับมาตรการการข่าว ชี้เป็น รมว.กห.จะพูดออกสื่อว่า ให้ไล่ล่า ไม่ได้ แต่สั่งไปหมดแล้ว ยันโตมาจากชายแดน เป็นทหารพรานมา เห็นทหารพรานโดนกระทำแบบนี้ ในใจก็รู้สึก เหมือนคนไทยทุกคน แต่ในฐานะ รมว.กลาโหม จะให้พูดออกสื่อ สั่งให้ไปไล่ล่าไม่ได้ ยันไม่ได้สั่งเบรก“เสธ.ทบ.” แต่ขอสื่อ เรื่องการใช้คำ เท่านั้นมีรายงานข่าวจากนายทหารที่ใกล้ชิด พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ถึงกรณีที่ถูกโจมตีทจากการให้สัมภาษณ์ว่า อย่าใช้คำว่า “ไล่ล่า” แต่ให้ใช้การพูดคุยกับผู้เห็นต่าง นั้น ว่า ในฐานะ รมว.กลาโหม จะให้พูดออกสื่อว่าสั่งให้ไปไล่ล่า ไม่ได้แต่ตั้งแต่เกิดเหตุ ได้คุยกับแม่ทัพภาค 4 และ ผบ.หน่วยที่เกี่ยวข้อง แล้วว่า…
-
‘อนุทิน’ โวย เรื่องใต้แย่มาก หลัง5ทหารพรานโดนถล่มดับ สั่ง เสริมกำลังจนท.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการก่อเหตุความรุนแรงที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จนมีทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ ว่า “โห เรื่องใต้นี่แย่มาก” ผมได้กำชับทุกหน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง พูดไปแล้วว่าถ้าแบบนี้ต้องมีการดำเนินการที่แสดงให้พี่น้องประชาชนเห็นถึงความมีประสิทธิภาพในทุกๆด้านมากกว่านี้ ทั้งการป้องกัน การปราบปราม รวมถึงการข่าว ตนได้หารือกับผู้ที่รับผิดชอบตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ทุกท่านรับไปดำเนินการนายอนุทิน กล่าวว่า เหตุการณ์เช่นนี้คาดเดาไม่ได้ แต่สิ่งที่เราต้องทำคือ คงไม่ยอมให้มีความรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นผมให้นโยบายกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงอย่างชัดเจนว่า แบบนี้พี่น้องประชาชนจะมีความวิตกกังวล ต้องดำเนินการในทุกๆด้าน แม้แต่ด้านการเจรจาก็ต้องมีความคืบหน้ามีความชัดเจนและเร็วมากกว่านี้ และต้องมีการเสริมเจ้าหน้าที่เสริมกำลังเข้าไป เพราะว่ามันต้องมีความพร้อมมากกว่านี้ ครั้งนี้อุกอาจมาก และเราคงต้องดำเนินการด้วยความเฉียบขาด เรียกคืนความมั่นใจ สร้างความสงบ ไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น ให้ทำทุกกระบวนการที่จะบรรลุเป้าหมายนายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้รมว.กลาโหมจะลงพื้นที่และจะเร่งหารือถึงการข่าว และต้องเฝ้าระวังทุกจุด ต้องเข้มงวดมากๆ เพราะเกิดเหตุบ่อย
-
‘รอมฎอน’ ชี้กลุ่มก่อเหตุไม่เห็นด้วยกระบวนการสันติภาพ หนุนนายกฯเน้นพูดคุยสันติภาพ
'รอมฎอน'แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์รุนแรง ยันการใช้กำลังไม่ว่าจากฝ่ายใดไม่ใช่หนทางคลี่คลายความขัดแย้ง เชื่อเป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับความคืบหน้าของกระบวนการสันติภาพ หนุนนายกฯมุ่งเน้นการพูดคุยสันติภาพด้วยความหนักแน่น24 ก.ค. 2569 – นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง [ ความรุนแรงที่นราธิวาสกับสัญญาณต่อต้านแนวทางการเมืองและกระบวนการสันติภาพ ] มีเนื้อหาดังนี้วันสองวันนี้เกิดเหตุรุนแรงในนราธิวาสอีกระลอกครับ ผมขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เหล่านั้น ทั้งกำลังพลและพลเรือนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งโดยตรง ขอส่งกำลังใจให้กับครอบครัวของผู้ที่สูญเสียทุกคนทุกนาย โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ผมยังคงต้องยืนยันอีกครั้งว่าการใช้กำลัง-ไม่ว่าจะกระทำโดยใครหรือฝ่ายใด-นอกจากจะต้องได้รับการประณามแล้ว วิธีการเช่นนี้ไม่ใช่หนทางในการคลี่คลายความขัดแย้งที่เรามีมาเนิ่นนานข้ามชั่วรุ่น อีกทั้งยังต้องยืนยันด้วยว่าความรุนแรงไม่สามารถทำให้แต่ละฝ่ายบรรลุเป้าหมายของตนเองได้สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะพนักงานสอบสวน ผมขอสนับสนุนการทำงานของพวกท่านในการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนและติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็ดี การทำงานตามอำนาจหน้าที่เช่นนี้ในสถานการณ์ความขัดแย้งนั้นไม่ง่าย เพราะแม้จะสรุปสำนวนคดีส่งอัยการได้ แต่ในเมื่อความขัดแย้งในภาพใหญ่นั้นเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งพร่องลงไปในระยะหลัง ก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่าเป็นความท้าทายอย่างมากครับจากข้อมูลเท่าที่มีในขณะนี้ ผมพอจะมีข้อสังเกต ดังนี้ครับเรื่องแรก เหตุการณ์คาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง (21 ก.ค.) และเหตุการณ์กราดยิงด่านตรวจกลางตันหยงมัส (22 ก.ค.) อาจสัมพันธ์กันหรือไม่ก็ได้ครับ แต่ทั้งสองกรณีชี้ให้เห็นขีดความสามารถในระดับยุทธวิธีของผู้ก่อเหตุ ในด้านกลับกันก็สะท้อนข้อจำกัดในเชิงยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นฝ่ายตั้งรับ ความจริงที่ยากจะยอมรับก็คือขีดความสามารถและความพร้อมของกำลังพลนั้นยังคงมีอยู่อย่างจำกัด การรับมือกับ “สงครามยืดเยื้อ” เช่นนี้ทำให้เกิดภาวะล้า ความจริงข้อนี้ผู้ที่อยู่ระดับผู้บังคับบัญชาน่าจะรู้ดี แต่คงยากที่จะยอมรับต่อสาธารณะลองพิจารณาดูว่า “สถานีตำรวจ” และ “ด่านตรวจ”…
-
“บิ๊กดุลย์” ขออย่าใช้คำว่า “ไล่ล่า” เหตุยิงทหารพรานตาย 5 นาย ชี้เป็นคนไทยที่เห็นต่าง
บิ๊กดุลย์ ขออย่าใช้คำว่าไล่ล่า เหตุยิงทหารพรานตาย 5 นาย ชี้เป็นคนไทยที่เห็นต่าง จะต้องมีการพูดคุยกัน เร่งหารือป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำจากกรณีคนร้ายลอบโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี บ้านตลาดตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อเวลา 18.45 น. วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 กลุ่มผู้ก่อเหตุประมาณ 10 คนสวมชุดดำและหมวกปีก ขับรถกระบะและรถจักรยานยนต์มายังจุดเกิดเหตุ ใช้ปืนสงครามยิงและขว้างไปป์บอมบ์ใส่เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4509 ส่งผลให้มีทหารเสียชีวิต 5 นาย และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 6 คนล่าสุด พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังพูดคุยกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า ได้มีการหารือถึงแนวทางการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีกเมื่อถามว่าถึงเวลาที่เราต้องไล่ล่าคนร้ายแล้วใช่หรือไม่ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า “อย่าเรียกว่าไล่ล่า คนไทยที่มีความเห็นแตกต่าง จะต้องมาพูดคุยกัน” เพราะเรามีคณะพูดคุยสันติสุขอยู่แล้ว มี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต. ที่จะเป็นเครื่องมือ ให้เราใช้ในการทำงาน ว่ามีข้อบกพร่องอย่างไร เดี๋ยวเราก็จะมาหารือกัน…
-
‘เถียนมี่มี่’ กับ ‘นักข่าว’
สงสัย…..“รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน” จะกินยาผิดซอง!จู่ๆ ออก “แถลงการณ์” เฉยว่าที่ “ไทย-จีน” แถลงร่วม “ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน”เมื่อคราว “นายกฯ อนุทิน” ไปเยือนจีน ๔-๕ วันก่อน นั้นไต้หวัน “ผิดหวังและเสียใจ”….ที่รัฐบาลของไทยไม่ได้ให้ความสำคัญต่อข้อเท็จจริงและเพิกเฉยต่อแนวคิดของจีนที่ต้องการลดทอนสถานะอธิปไตยของไต้หวันอีกตอนหนึ่งในแถลงการณ์มีว่า“กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันยืนยันว่า ไต้หวันเป็นประเทศที่มีอธิปไตยเป็นของตนเองอย่างสมบูรณ์ไม่ได้ขึ้นตรงหรือเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของจีนและจะไม่ยอมรับความพยายามของจีนที่ใช้แถลงการณ์ทวิภาคีบิดเบือนความจริงเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานะดั้งเดิมของสองฝ่าย”ตอนท้ายแถลงการณ์บอกว่า“ไต้หวันจึงเรียกร้องให้ไทยรักษามิตรภาพที่มีมาอย่างยาวนานของทั้งสองฝ่ายและอย่าร่วมมือกับจีนในการกดดันไต้หวันซึ่งอาจเกิดผลทางด้านลบที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาคได้”ผมว่า “พิลึก” เอามากๆกับแถลงการณ์ของ “นายหลิน เจียหลง” รมว.ต่างประเทศไต้หวันคุณเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศแท้ๆ แล้วคุณไม่รู้หรือ?ว่าไทยไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่าง “เป็นทางการ” กับไต้หวัน มาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๘ แล้วเพราะไทยยึดถือในนโยบาย "จีนเดียว"!เขารู้กันทั้งโลกแล้วท่านรัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน ไปอยู่ซะทางไหน?จึงไม่รู้ว่า “ไทยรับรองจีนเดียว” มา ๕๐ ปีแล้ว!เหมือนกับ “ทุกประเทศ”ที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนต้องรับรอง “จีนเดียว” เช่นกันเพราะเป็น “เงื่อนไขแรก” ที่จีนกำหนดไว้ประเทศไหนที่จะมาคบกับจีนต้องรับหลักการ “จีนเดียว” ไม่งั้น ไม่ต้องมาไม่ยกเว้นกระทั่ง “สหรัฐอเมริกา”เมื่อต้องการมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนก็ต้องรับหลักการ “จีนเดียว”!เรื่องง่ายๆ แค่นี้ ก็ยังไม่รู้แล้วมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศได้ไง?แถมแถลงการณ์เสียอก-เสียใจ “ปล่อยไก่” ตัวเบ้อเร่อบอกให้เอาบุญ จะพร่ำเพ้อไปไยเพราะ “ไทยกับไต้หวัน” ก็ยังสัมพันธ์กันเหมือนเดิมเพียงแต่ “ไม่เป็นทางการ”และระหว่าง “ไทย-ไต้หวัน” ไม่มี “สัมพันธ์ทางการทูต” ต่อกันมีแค่ระดับ…“สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย”…
-
“เศรษฐา” เข้าทำเนียบฯ เจอ “อนุทิน“ เย็นนี้
วันที่ 23 ก.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เวลา 15.30 น.วันที่ 24 ก.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus (TZD+) ประจำปี พ.ศ. 2569” ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลและหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา พร้อมตอกย้ำเป้าหมายการคืนโอกาสทางการศึกษาและสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่เด็กไทยอย่างทั่วถึงโดยมีพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (คกศ.) รายงานผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าของโครงการ Thailand Zero Dropout Plus ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะมอบรางวัลแก่ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นในด้านต่างๆ และมอบนโยบายเพื่อขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่องสำหรับรางวัลเกียรติยศประจำปีนี้ มอบให้แก่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ริเริ่มและผลักดันโครงการ Thailand Zero Dropout ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาได้กลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสมนอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลแก่จังหวัด หน่วยงาน องค์กร และบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ Zero Dropout อาทิ จ.ปัตตานี…