Category: การเมือง

  • ‘ยิ่งชีพ’ เชื่อภรรยา เสนอจัดกิจกรรมในจว.ที่มีคนฟ้องให้ไปรับทราบข้อหา พร้อมจำลองสถานที่จริงโกงสว.

    'ยิ่งชีพ' มีภรรยาดี เสนอให้จัดกิจกรรมในจังหวัดที่มีคนฟ้องให้ต้องเดินทางไปรับทราบข้อหาต่อสู้คดี นัดอดีตผู้สมัครสว.ที่เกี่ยวกับโกงเลือกสว.เชิญพยานไปยังสถานที่จัดประชุมจริงแล้วแถลงข่าวจำลองสถานที่จริง พร้อมรณรงค์รวบรวมรายชื่อคนที่เห็นด้วยกับการมีสสร.จากการเลือกตั้ง100%24 ก.ค. 2569 – นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าระหว่างที่กำลังเริ่มคิดว่า ถ้าจะมีคนฟ้องผมโดยการกลั่นแกล้งให้ต้องเดินทางไปยังจังหวัดห่างไกลเพื่อไปรับทราบข้อหา และต่อสู้คดี ผมจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเดินทาง และจะต้องจัดการชีวิตในจังหวัดที่ไม่คุ้นเคยนั้นอย่างไรภรรยาของผมก็ได้เสนอว่า งั้นก็ไปจัดกิจกรรมที่จังหวัดนั้นๆ เลย …เอาจริงมันก็ขี้เกียจครับ ทุกวันนี้งานเยอะอยู่แล้ว แต่ก็ใช่นะครับ ถ้านั่งเครื่องบินคนเดียวไปรับทราบข้อกล่าวหาตัวเปล่ามันจะเหงาอ่ะครับ ถ้าไหนๆ จะต้องเดินทางไปจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับการโกงเลือกสว. แล้ว ก็คงต้องไปให้มันคุ้มค่าสักหน่อย1. ก็จะขอถือโอกาสไปนัดหมายพบปะอดีตผู้สมัครในจังหวัดนั้นๆ ถือโอกาสไปลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมด้วยเลย ใครที่พอรู้อะไรบ้างก็จะได้เจอหน้ากันเป็นๆ สักทีหลังโทรศัพท์คุยกันมานาน2.ก็จะขอถือโอกาสเชิญพยานในจังหวัดต่างๆ ไปยังสถานที่จริงด้วย ไปยังโรงแรมที่จัดประชุม แล้วก็ไปแถลงข่าวตรงนั้น ไปชี้จุดเกิดเหตุกัน จุดที่ทำโพย จุดที่นัดพบ จุดที่ส่งเงิน แล้วก็ทำสารคดี จำลองสถานการณ์จริงกัน ประชาชนจะได้เห็นภาพชัดขึ้นอีก เชิญใครที่อยากถ่ายให้ตามไปด้วยกัน3. ก็จะขอถือโอกาสไปลงพื้นที่ทำงานรณรงค์ด้วยเลยครับ เราต้องการรวบรวมรายชื่อของผู้คนที่เห็นด้วยกับการมีสสร. จากการเลือกตั้ง100% ก็ไปเดินรณรงค์ จัดเวที แล้วก็ชวนคนมาลงชื่อกัน ก็น่าจะสนุกดีใครพร้อมจะไปด้วยกันบ้างครับ ไปเที่ยวชมจังหวัดต่างๆ ที่ชีวิตนี้ไม่ค่อยได้ไป และที่ผ่านมาไม่เคยคิดจะไป ถ้าไปกันเป็นขบวนแบบนี้นั่งรถไปด้วยกัน หารค่าน้ำมันกันมันก็จะไม่แพง…

  • จับตา ศุกร์นี้! “เศรษฐา”เข้าทำเนียบฯ เจอ“นายกฯ อนุทิน”รับรางวัล TZD+ ปี 69

    จับตา ศุกร์นี้! “เศรษฐา”เข้าทำเนียบฯ เจอ“นายกฯ อนุทิน”รับรางวัล TZD+ ปี 69วันที่ 23 ก.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เวลา 15.30 น.วันที่ 24 ก.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus (TZD+) ประจำปี พ.ศ. 2569” ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลและหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา พร้อมตอกย้ำเป้าหมายการคืนโอกาสทางการศึกษาและสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่เด็กไทยอย่างทั่วถึงโดยมีพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (คกศ.) รายงานผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าของโครงการ Thailand Zero Dropout Plus ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะมอบรางวัลแก่ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นในด้านต่างๆ และมอบนโยบายเพื่อขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่องสำหรับรางวัลเกียรติยศประจำปีนี้ มอบให้แก่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ริเริ่มและผลักดันโครงการ Thailand Zero Dropout ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาได้กลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสมนอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลแก่จังหวัด…

  • “เศรษฐา” เข้าทำเนียบฯพบ “นายกฯอนุทิน” เช้านี้ รับรางวัลเชิดชูเกียรติบุคคลสำคัญขับเคลื่อนแก้ปัญหาเด็ก

    วันที่ 24 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันนี้ เวลา 15.30 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus (TZD+) ประจำปี พ.ศ. 2569” ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลและหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา พร้อมตอกย้ำเป้าหมายการคืนโอกาสทางการศึกษาและสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่เด็กไทยอย่างทั่วถึงโดยมีพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (คกศ.) รายงานผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าของโครงการ Thailand Zero Dropout Plus ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะมอบรางวัลแก่ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นในด้านต่างๆ และมอบนโยบายเพื่อขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่องสำหรับรางวัลเกียรติยศประจำปีนี้ มอบให้แก่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ริเริ่มและผลักดันโครงการ Thailand Zero Dropout ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาได้กลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสมนอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลแก่จังหวัด หน่วยงาน องค์กร และบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ Zero Dropout อาทิ จ.ปัตตานี…

  • ‘เรือธงใหญ่’ ค่ายแดงลุ้นรีเทิร์น ดันยุทธศาสตร์ 5 กระทรวงโควตา

    ในสภาวะทางการเมืองที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทย กำลังเผชิญมรสุมรุมเร้า ตำบลกระสุนตกใส่ให้ฉุดเรตติ้งทั้งเรื่องคดีฮั้ว สว. ล่าสุด “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เผชิญกับปมมหากาพย์ทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นที่สำคัญก่อนหน้านี้ “นิด้าโพล” เคยเผยแพร่ผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส 2/2569 เมื่อ 5 ก.ค.2569 ชี้ว่า “อนุทิน” มีคะแนนนิยมลดลงเหลือร้อยละ 21.68 จากเดิมร้อยละ 29.40 แต่ยังเป็นที่ 2 รองจาก “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชนส่วน “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีเรตติ้งเพิ่มขึ้น ร้อยละ 11.64 จากเดิมไตรมาสแรก ร้อยละ 8.08ล่าสุด“พรรคเพื่อไทย” จัดอีเวนต์ใหญ่เมื่อ 21 ก.ค.2569 โชว์ผลงานในรอบ 90 วัน ภายใต้ 5 กระทรวงหลักของพรรค ประกอบด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์…

  • ‘ทูตนอกแถว’ ไม่จบ! แซะนายกฯ แสดงความเปิ่นเชย ไม่รู้เรื่องเพลงที่เหมาะสมกว่า ‘เถียนมี่มี่’

    23 กรกฎาคม 2569 – นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตลกดี ร้อนตัวร้อนท้องกันใหญ่ ก็ถ้ามันไม่ได้อะไร ไม่เป็นอะไรอย่างที่ว่า ก็ทำเฉยๆ ยอมรับว่าเชยก็หมดเรื่อง แล้วนายกจะต้องออกมาโต้เองทำไม แถมมีดาหน้าออกมาช่วยกันใหญ่ให้ยิ่งดูตลก และ go so big นะครับประเด็นมันอยู่ที่นายกไม่ได้ไปเที่ยวผับ แล้วอยากจะร้องเพลงอะไรก็ได้ แต่นี่เป็นทางการ ที่จะร้องเพลงเอาใจเจ้าบ้านเขาทั้งทีก็ น่าจะหาเพลงที่เหมาะสมกว่านี้ได้เพลงมีเยอะแยะมากมาย ทึมงานก็น่าจะมีความรู้กันบ้าง ช่วยกันสะกิดแต่แรก มันก็จะทำให้ดูดีและได้ใจจีนมากกว่านี้ ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรนักก็แค่แสดงความเปิ่นเชย ความไม่รู้เรื่องในการเลือกเพลงที่เหมาะสมกว่านี้แค่นั้นและจีนเขาก็ไม่ได้ประท้วงอะไร ไม่เห็นต้องออกมาดิ้นอะไรนักหนาส่วนที่ออกมาโต้ๆ ที่บอกว่าเป็นการ “ทำลายการทูตด้วยดนตรี บดบังความสำเร็จการเยือนจีน”อ้าว ก็ใครล่ะครับที่เป็นคนทำเองแต่แรก?และถ้าความสำเร็จการเยือนจีนมันมีอะไรมากจริง สื่อเขาก็คงไปให้ความสำคัญเองมากกว่าจะมาสนใจการร้องเพลงแบบเชยๆ นะครับ

  • ‘เอ็ดดี้’ งัดข้อมูลสอน! บอกรู้ไม่จริงอย่าปั่น ‘เหมยฮัว’ ต่างหากห้ามร้องไม่ใช่ ‘เถียนมี่มี่’

    23 ก.ค.2569 – นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เพลงต้องห้ามในจีนคือเพลง “เหมยฮัว” ไม่ใช่ “เถียนมี่มี่”“ ระบุว่า การที่นายกรัฐมนตรีหรือผู้นำประเทศร้องเพลง “เถียนมี่มี่” ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่นั้นถือเป็นเรื่องปกติและช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี แต่หากร้องเพลง “เหมยฮัว” ต่างหากที่อาจจะกลายเป็นปัญหาทางการทูตมากกว่าเพลง “เหมยฮัว” มีนัยทางการเมืองจริงเพลง”เหมยฮัว” หรือเพลง “ดอกเหมย” แต่งโดยหลิวเจียชางสำหรับภาพยนตร์ไต้หวันเรื่อง “ดอกเหมย” ในปี 1976 เป็นเพลงปลุกใจและเพลงรักชาติในบรรยากาศการเมืองยุคพรรคก๊กมินตั๋ง เนื้อเพลงกล่าวถึงดอกเหมยว่าเป็นสัญลักษณ์ของความอดทน ความเข้มแข็ง และมีประโยคว่า “เป็นดอกไม้ประจำชาติของฉัน” รัฐบาลสาธารณรัฐจีนกำหนดให้ดอกเหมยเป็นดอกไม้ประจำชาติอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1964 โดยเชื่อมโยงกลีบดอกกับหลักไตรราษฎร์และรัฐธรรมนูญห้าอำนาจด้วยดังนั้น เพลงนี้มีสถานะคล้าย เพลงรักชาติของสาธารณรัฐจีน หรือ Republic of China—ROC อย่างชัดเจนเป็นเพลงที่มีเนื้อเพลงที่สะท้อน ความเป็นชาตินิยมของจีนแบบสาธารณรัฐจีนของก๊กมินตั๋งซึ่งเพลงนี้แหละ มีประวัติว่าเคยถูกมองว่าอ่อนไหวทางการเมืองในจีนแผ่นดินใหญ่ และเคยปรากฏในรายชื่อเพลงที่ห้ามเปิด (ในบางพื้นที่)หากผู้นำระดับประเทศนำเพลงนี้ไปร้องในงานเลี้ยงรับรอง หรือร้องต่อหน้าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนแผ่นดินใหญ่ ทางการจีนจะตีความทันทีว่าผู้นำท่านนั้น “ขาดความเข้าใจในความอ่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์” หรือร้ายแรงที่สุดคือ อาจถูกตีความว่าทางการไทยกำลังส่งสัญญาณ “ยอมรับการมีอยู่และอำนาจอธิปไตยของไต้หวัน” ซึ่งถือเป็นการเสียมารยาททางการทูต ขั้นรุนแรงส่วนเพลง…

  • “อดีตรองผอ.ข่าวกรอง” ประชด ! บอกทหารให้วางปืนลง หลัง “บิ๊กดุลย์” เบรกใช้คำว่าไล่ล่า

    ">วันที่ 23 ก.ค.2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ทหารได้ยินชัดเจนนะ ให้เจรจาไม่ใช่ไล่ล่า วางปืนให้หมด ตั้งโต๊ะพูดคุยเลย เอาให้จบ เศร้าๆๆๆ"สืบเนื่องจากกรณีที่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณี พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ประกาศว่าจากนี้จะเป็นผู้ล่าบ้าง หลังจากเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้กำลังพลทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และประชาชนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เมื่อคืนวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมาโดยในตอนหนึ่งของการตอบคำถามสื่อ ว่า ถึงเวลาที่เราต้องไล่ล่าคนร้ายแล้วใช่หรือไม่ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า อย่าเรียกว่าไล่ล่า คนไทยที่มีความเห็นแตกต่าง จะต้องมาพูดคุยกัน เพราะเรามีคณะพูดคุยสันติสุขอยู่แล้ว มี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต. ที่จะเป็นเครื่องมือให้เราใช้ในการทำงาน

  • เดือดกลาง กมธ.งบประมาณ “คริส” เปิดปมซองกรมที่ดิน แฉยังมีปัญหา ใครจ่ายเป็นซองก็ได้รับบริการก่อน

    ภาพไฮไลต์เดือดกลาง กมธ.งบประมาณ “คริส” เปิดปมซองกรมที่ดิน แฉยังมีปัญหา ใครจ่ายเป็นซองก็ได้รับบริการก่อน เจอ “อนุรักษ์” ตัดบทให้หาหลักฐานมาแสดงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา บรรยากาศการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เดือดขึ้นทันที เมื่อ นาย คริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ ตั้งคำถามถึงปัญหาการเรียกรับเงินในสำนักงานที่ดิน แต่ถูกนายอนุรักษ์ จุรีมาศ รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่สอง ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ตัดบทหลายครั้ง โดยระบุว่า หากมีหลักฐานควรนำไปมอบให้อธิบดีกรมที่ดินหรือดำเนินคดีนายคริสกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ระดับสำนักงานยังมีปัญหารับเงิน ใครจ่ายเป็นซองก็ได้รับบริการก่อน พร้อมอ้างผลสำรวจของ คกร. ซึ่งระบุว่า กรมที่ดินอยู่ในลำดับที่ 11 และประชาชนต้องจ่ายเงินทุจริตเฉลี่ย 65,000 บาทต่อครั้งด้านอธิบดีกรมที่ดินตอบกลับว่า รู้สึกไม่สบายใจที่ถูกกล่าวหาว่าคนสำนักงานที่ดินโกง พร้อมขอให้นำหลักฐานมาแสดง โดยยืนยันว่ากรมที่ดินกำชับเจ้าหน้าที่เรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด และหากพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือทำให้กรมเสื่อมเสีย ก็จะดำเนินการตามมาตรการและสอบสวนทางวินัยอย่างชัดเจนนายคริสจึงถามย้ำว่า หากอธิบดีกรมที่ดินยืนยันว่าไม่มีการทุจริตในสำนักงานที่ดิน แล้วการบอกว่า “ถ้ามีหลักฐานเอามาดู” หมายความว่าอย่างไร พร้อมชี้ว่า ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาตั้งแต่เวลา 07.00 น. หรือ 08.30…

  • เพื่อไทยไม่มีวันตาย!? “สุทิน” เปิดลึก “ทักษิณ” คุยอะไรแกนนำพรรค?

    ">เพื่อไทยตีหมอบ หรือแกล้งตายในรัฐบาล “หนูหนิม” เป็นประเด็นที่แวดวงการเมืองไทยเฝ้าจับตาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ล่าสุด สุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีตรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ "สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์" เผยแพร่ทางแพลตฟอร์มออนไลน์ “siamrathonline” เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2569 ยืนยันว่าการทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลยังคงยึดหลักการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง แต่มีการปรับสไตล์เป็นการท้วงติง "หลังไมค์" หรือการโทรศัพท์พูดคุยโดยตรงกับรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีเพื่อรักษามารยาททางการเมืองแม้ “สุทิน”จะยอมรับว่าการบริหารในรูปแบบรัฐบาลผสมมีความท้าทายและเห็นผลลัพธ์ไม่รวดเร็วเท่ารัฐบาลพรรคเดียวในอดีต แต่เขายังเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาให้ประชาชนต่อไปได้สำหรับกระแสวิจารณ์เรื่องรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย "ตีหมอบ" หรือลดบทบาทเพื่อไม่ให้เด่นเกินหน้านายกรัฐมนตรีนั้น “สุทิน”ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง โดยระบุว่าเป็นเพียงธรรมชาติของงานบางกระทรวงที่ต้องใช้เวลาในการเห็นผล และเป็นเรื่องของวุฒิภาวะของผู้ใหญ่ทางการเมืองที่รู้ว่าสิ่งใดควรทำในสถานการณ์รัฐบาลผสม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็มีผลงานออกมามาก เช่นเดียวกับ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หากเราหมอบจริง ผลโพลคงไม่ออกมาว่าคะแนนนิยมของ ยศชนัน สูงขึ้นในส่วนของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร “สุทิน”เล่าถึงจากการเข้าพบกันว่าดูแข็งแรงและ "สมองแจ่มชัด" ยิ่งกว่าเดิมจากการนั่งสมาธิและได้ "รีเซ็ตสมอง" จนมีไอเดียใหม่ๆ มากมาย โดยท่านเปรยถึงการลดบทบาทลง แต่ยังคงจะไม่ทิ้งพรรคในฐานะแฟนคลับและผู้ก่อตั้ง ทั้งนี้เมื่อถามว่าจะมีโอกาสเห็น “ทักษิณ”ช่วยหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่…

  • จับโป๊ะ “ไอลอว์-พรรคส้ม”

    เกาะประเด็นการเมือง…การออกมาตอบโต้ของทีมกฎหมายพรรค ภท. นอกจากจะใช้กฎหมายมาดำเนินคดีกับ ผู้อำนวยการไอลอว์ หลังกล่าวว่า แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล เกี่ยวข้องกับ “คดีฮั้ว สว.” ยังเปิดสัมพันธ์ลึกของเครือข่ายพรรคส้ม กับกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมือง และเคยสร้างเครือข่ายเพื่อหวังช่วงชิงเก้าอี้ สว. เช่นเดียวกันงวดเข้ามาทุกทีกับ“คดีฮั้ว สว.” หลัง “นายณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาชี้แจงถึงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนการทุจริตการเลือก สว. ว่า การพิจารณาเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ โดยเหลือการพิจารณาสำนวนอีก 4 ครั้ง ซึ่งมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ส่วนกรณีที่พรรคประชาชน (ปชน.) และกลุ่มไอลอว์ นำข้อมูลการเลือก สว. ระดับ จ.สุราษฎร์ธานี ออกมาเปิดเผย และพบว่ามีบุคคลทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ได้มีอยู่ในสำนวนด้วยหรือไม่ นายณรงค์ ระบุว่า ตนไม่ทราบว่า เขาเอาข้อมูลอะไรไปบ้าง แต่ กกต.ก็พิจารณาในสำนวนทั้งหมด ขอให้วางใจ กกต. พิจารณาเป็นไปตามไทม์ไลน์ ไม่มีอะไรน่าหนักใจ ทุกอย่างอยู่ในสำนวนเมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองและภาคประชาชนต้องการกดดันให้ กกต.มีมติให้บุคคลที่เกี่ยวข้องนำส่งศาลทั้งหมดนั้น นายณรงค์ย้ำว่า กกต.พิจารณาตามพยานหลักฐานโดยไม่ได้คิดว่า เป็นการกดดัน เราทำตามหน้าที่ของเรา…