Category: การเมือง
-
เขย่าวงการกฎหมาย! “วัส ติงสมิตร” ชำแหละคดี สว. สมัครผิดกลุ่ม ชี้ศาลฎีการับฟ้องปม “กลุ่ม 10” ลุ้น 27 ต.ค. วางบรรทัดฐานใหม่
เขย่าวงการกฎหมาย! “วัส ติงสมิตร” ชำแหละคดี สว. สมัครผิดกลุ่ม ชี้ศาลฎีการับฟ้องปม “กลุ่ม 10” ลุ้น 27 ต.ค. วางบรรทัดฐานใหม่เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 -นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กบทวิเคราะห์กฎหมายบทวิเคราะห์กฎหมาย : ปริศนาคดี สว. 2569 — เมื่อศาลฎีการับคดีเลือก สว. 2 คดี: อำนาจฟ้อง กรอบเวลา 3 วัน และนิยาม "กลุ่ม 10" ที่ กกต. ยังไม่ได้ตอบ ⚖️📜🔍กระแสข่าวคดี “สมัครผิดกลุ่มอาชีพ” ของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดอำนาจเจริญ กลับมาสร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการกฎหมายและการเมืองไทยอีกครั้ง 💥 หลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งรับคดีไว้พิจารณาใน คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 9/2569 และ ลต สว…
-
เตรียมเฮ! นายกฯสั่งขยาย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ต่อ หลังเงินเหลือ 5 หมื่นล้าน
‘อนุทิน’สั่ง ‘เอกนิติ’ขยาย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ต่อ อีก 1-2 เดือน หลังปชช.ไม่ได้ใช้เงินเหลือ 5 หมื่นล้านเมื่อเวลา 17.12 น. วันที่ 12 ก.ย.ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยกล่าวถึงโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ว่าขณะนี้โครงการไทยช่วยไทยพลัสเหลือเดือนสุดท้าย ตนทราบว่ายังมีงบประมาณในส่วนนี้เหลืออยู่จากการที่ประชาชนหลายท่านไม่ได้มาลงทะเบียน แต่ไม่ได้ใช้เงินประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท ตนก็ได้สั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ไปขยายการใช้ไทยช่วยไทยพลัส จะเป็นเดือนหรือสองเดือน ก็ขอให้ครบอยู่ในวงเงินที่เรามี หลังจากนั้นค่อยว่ากันอีกที โดยจะเป็นการใช้ต่อเนื่องไป เพราะเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี เหลืออีก 3 เดือน คือ ต.ค. เดือนพ.ย. และเดือนธ.ค. โดยงบที่เหลืออยู่ ทำได้แค่ไหนเราก็ลงไปให้พี่น้องประชาชนเพื่อลดภาระ เพราะมีภาระเรื่องค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมานี่คือสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทำโดยนึกถึงประชาชนอยู่ตลอดเวลา ส่วนที่มีฝ่ายตรงข้ามวิจารณ์ตลอดนั้นตนอยู่ข้างประชาชนอะไรที่ทำแล้วเกิดประโยชน์ต่อประชาชนก็ไม่มีเหตุใดต้องกังวลเพราะตนทำเพื่อประชาชนและประเทศ.
-
ไม่รอด! อดีตเจ้าหน้าที่ อบต. ถูกไล่ออกจากราชการทันที เปิดพฤติการณ์ฉาว
ป.ป.ช.พิจิตร ชี้มูลอดีตนักวิชาการจัดเก็บรายได้ อบต.เขาทราย หลังถูกกล่าวหายักยอกเงินภาษีและค่าธรรมเนียมรวม 10 รายการ กว่า 7.6 หมื่นบาท พร้อมพบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการแก้ไขใบเสร็จและใช้เอกสารราชการปลอม ขณะที่ต้นสังกัดมีคำสั่งไล่ออกจากราชการแล้ว ก่อนส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญาต่อไปวันที่ 12 กันยายน นางสาวธนภร แตงจันทร์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหา นางสาวกิตติวรา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการจัดเก็บรายได้ สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร กรณียักยอกเงินภาษีโรงเรือน ภาษีป้าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงค่าธรรมเนียมเก็บขยะมูลฝอยที่ประชาชนนำมาชำระให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลเขาทรายเหตุเกิดระหว่างวันที่ 31 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 20 กันยายน 2564 รวมทั้งหมด 10 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้น 76,773.27 บาท โดยผู้ถูกกล่าวหาไม่นำเงินดังกล่าวส่งเข้าคลังตามระเบียบ แต่กลับเบียดบังเงินไว้เป็นของตนเองโดยทุจริตนางสาวธนภร กล่าวต่อว่า จากผลการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบว่า ผู้ถูกกล่าวหายังอาศัยโอกาสจากตำแหน่งหน้าที่ คัดลอกใบเสร็จรับเงินจากระบบคอมพิวเตอร์ขององค์การบริหารส่วนตำบลเขาทราย…
-
สะเทือนทั้งระบบ! สั่งเพิกถอน 150 ข้าราชการ พ้นตำแหน่งยกชุด ปมโกงสอบท้องถิ่น
โคราชเดินหน้าแก้ปมโกงสอบท้องถิ่น สั่งเพิกถอนการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่น 150 ราย พ้นจากตำแหน่งแล้ว หลังพบความผิดปกติของคะแนนและกระบวนการสอบ ขณะที่ทางกฎหมายยังไม่ถือว่าทั้งหมดเป็นผู้ทุจริต ต้องรอผลสอบวินัย ป.ป.ช. และคำพิพากษาถึงที่สุด จับตากลุ่มเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนแก้ไขคะแนนโดยตรง อาจเจอทั้งคดีอาญาและวินัยร้ายแรงวันที่ 12 กันยายน 2569 นายอนันต์ ถ้ำทอง ท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยระบุว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. แต่ละแห่งในจังหวัด ได้ออกคำสั่งเพิกถอนการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่นในกลุ่มที่ตรวจพบความผิดปกติและเข้าข่ายทุจริตในการสอบแข่งขันแล้ว รวมทั้งหมด 150 รายขณะเดียวกัน ก.จังหวัด ได้จัดส่งรายงานรายชื่อผู้ที่พ้นจากตำแหน่งทั้ง 150 ราย ไปยัง ก.กลาง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขณะนี้ ก.กลาง ได้รับรายชื่อครบถ้วนจากทุกจังหวัดแล้วสำหรับสถานะทางกฎหมายของผู้ที่ถูกเพิกถอนการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้น ยังไม่ถือว่าเป็น ผู้ทุจริต เนื่องจากการเพิกถอนคำสั่งบรรจุและแต่งตั้ง เป็นขั้นตอนที่ดำเนินการหลังพบความผิดพลาดหรือความไม่ตรงกันของคะแนน รวมถึงกระบวนการสอบที่ไม่สมบูรณ์ จึงเป็นการแก้ไขคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายให้กลับคืนสู่สภาพเดิมทั้งนี้ การถูกเพิกถอนคำสั่งไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่ถูกเพิกถอนทั้งหมดจะมีส่วนร่วมในการทุจริต โดยต้องรอผลการสอบสวนทางวินัย กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. รวมถึงกระบวนการพิสูจน์ความผิดในศาลอาญา จนมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า มีส่วนร่วมในการกระทำผิด จึงจะสามารถชี้ได้ว่า บุคคลดังกล่าวมีสถานะเป็น ผู้ทุจริตส่วนเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทุจริตแก้ไขคะแนน…
-
เปิดประวัติ เอนก ศรีกิจรัตน์ ผงาดนายพล ประสบการณ์รอบด้าน
เรียกได้ว่าชื่อของ “ว่าที่ พล.ต.ต.เอนก ศรีกิจรัตน์” กำลังได้รับความสนใจในแวดวงสีกากี หลังมีชื่อถูกจับตามองใเรียกได้ว่าชื่อของ “ว่าที่ พล.ต.ต.เอนก ศรีกิจรัตน์” กำลังได้รับความสนใจในแวดวงสีกากี หลังมีชื่อถูกจับตามองในวาระการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับผู้บังคับการ ประจำปี 2569 ขณะเดียวกัน ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งยศจาก “พันตำรวจเอก” เป็น “พลตำรวจตรี” โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไปตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 7 กันยายน 2569 ระบุชื่อ พันตำรวจเอก เอนก ศรีกิจรัตน์ อยู่ในลำดับที่ 127 ของบัญชีรายชื่อผู้ได้รับการแต่งตั้งยศเป็นพลตำรวจตรี นับเป็นอีกก้าวสำคัญบนเส้นทางชีวิตราชการตำรวจ หลังสั่งสมประสบการณ์การทำงานมาอย่างต่อเนื่องในหลากหลายตำแหน่งสำหรับเส้นทางรับราชการของ ว่าที่ พล.ต.ต.เอนก ศรีกิจรัตน์ ผ่านงานทั้งในระดับสถานีตำรวจและระดับกองบังคับการ โดยเริ่มสร้างประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เคยดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวังตะเฆ่ ก่อนย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพิมาย จ.นครราชสีมาจากนั้นได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ และต่อมาได้รับตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ทำให้มีโอกาสสั่งสมประสบการณ์ทั้งด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม งานสืบสวน การรักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงงานบริหารและอำนวยการในระดับจังหวัดการทำงานในพื้นที่ชัยภูมิและนครราชสีมา ซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 ยังทำให้ ว่าที่ พล.ต.ต.เอนก…
-
‘ยิ่งชีพ’ ขู่ถ้าไม่ฟ้องฮั้ว สว. ปล่อยแน่คำให้การแรก ‘พยานรหัส 16’
12 กันยายน 2569 – นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้อำนวยการ iLaw โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า คนที่ปล่อยเอกสารว่า พยานรหัส 16 ขอกลับคำให้การภายหลังเนี่ย ทราบใช่ไหมว่าตอนแรกเค้าให้กันไว้ว่าอะไร ?? แล้วถ้าปล่อยเนื้อหาคำให้การตอนแรกแล้วตอนหลังมากลับ เพราถูกข่มขู่ คิดว่าสังคมจะเชื่อแบบไหน??เอาเป็นว่าถ้าไม่ฟ้อง คำให้การตอนแรกผมปล่อยแน่ๆ พยานรหัส 16 นะครับ ฝากจำเลขนี้ไว้ก่อนนะครับ.
-
เปิดหลักฐาน กัมพูชา ใช้พระวิหาร เป็นฐานทหาร จี้ตรวจสอบปมโจมตีฝ่ายไทย
เปิดหลักฐาน แฉ กัมพูชา ใช้พระวิหาร เป็นฐานทหาร จี้ตรวจสอบปมโจมตีฝ่ายไทยผอ.JIC เปิดหลักฐาน เขมรใช้ “พระวิหาร” เป็นฐานทหาร ย้ำมรดกโลกไม่ใช่เกราะสงคราม ขอประชาคมโลกตรวจสอบพิกัด-ภาพอาวุธ-ไทม์ไลน์ ใครยิงจากไหน เมื่อใดเมื่อวันที่ 12 ก.ย.2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายไทยมีหลักฐานว่า ทหารกัมพูชาใช้บริเวณปราสาทพระวิหารเป็นฐานที่มั่นทางทหาร โดยไทยยืนบนหลักว่า การนำพื้นที่มรดกโลกไปใช้ประโยชน์ทางทหารเป็นประเด็นสำคัญตามกฎหมายระหว่างประเทศข้อมูลที่ฝ่ายไทยนำเสนอประกอบด้วยภาพทางอากาศ พิกัด และภาพอาวุธที่ระบุว่าอยู่ในบริเวณดังกล่าว ทั้งอาวุธต่อต้านรถถัง RPG อาวุธประจำกาย และตำแหน่งอาวุธต่อสู้อากาศยาน สิ่งที่ไทยต้องการ คือ ให้มีการตรวจสอบหลักฐานเหล่านี้อย่างเป็นกลาง ไม่ใช่ตัดสินจากคำกล่าวหาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผอ.JIC กล่าวต่อว่า ฝ่ายไทยมีข้อมูลว่าบริเวณดังกล่าวถูกใช้ในกิจกรรมทางทหาร และมีข้อกล่าวหาที่ต้องตรวจสอบว่า มีการใช้อาวุธจากพื้นที่นั้นต่อกำลังไทย โดยฝ่ายไทยพร้อมนำเสนอพิกัด เวลา ภาพ และข้อมูลประกอบ เพื่อให้พิจารณาจากข้อเท็จจริงเมื่อถามว่า หากทหารกัมพูชาใช้ปราสาทพระวิหารเป็นฐานทหาร เท่ากับว่าปราสาทหมดความคุ้มครองหรือไม่ ผอ.JIC กล่าวว่า ไม่ควรพูดว่าหมดความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ เนื่องจากกฎหมายมีรายละเอียดและเข้มงวดกว่านั้น โดยอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ.1954 กำหนดให้หลีกเลี่ยงการใช้ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและบริเวณใกล้เคียงในลักษณะที่ทำให้เสี่ยงต่อการถูกทำลายหรือเสียหายจากการสู้รบเมื่อถามย้ำว่า หากมีการยิงจากพื้นที่มรดกโลก ไทยมีสิทธิตอบโต้หรือไม่…
-
ประมวลภาพ “อนุทิน” กราบพระฉายาลักษณ์ “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” รับแจกันดอกไม้พระราชทานวันเกิด
ภาพไฮไลต์ประมวลภาพก่อนวันเกิด “อนุทิน” ครบ 60 ปี นายกฯ ก้มกราบเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” รับแจกันดอกไม้พระราชทานวันที่ 11 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 13 กันยายนนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และยังมีร่างกำหนดการวันคล้ายวันเกิดที่พรรคภูมิใจไทย ในวันที่ 12 กันยายนนี้ด้วยขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ภาพบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า “กราบพระบาท สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ได้ทรงพระกรุณาให้พลเอกศิวะ ภระมรทัต กรมวังผู้ใหญ่ เป็นผู้อัญเชิญแจกันดอกไม้มาพระราชทาน ที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบห้ารอบในปีนี้ นับเป็นสิริมงคลอย่างหาที่สุดมิได้”ทางด้าน ไทยคู่ฟ้า เว็บไซต์ของรัฐบาล ได้มีการเผยแพร่ภาพชุดขณะที่ พลเอกศิวะ ภระมรทัต กรมวังผู้ใหญ่ อัญเชิญแจกันดอกไม้มาพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มายังทำเนียบรัฐบาล และนายอนุทิน…
-
“พยาน” กลับคำให้การ
เอกสารคำให้การของพยาน ที่ระบุเคยถูกข่มขู่ สั่งว่าให้ข่มขู่ สั่งให้ซัดทอด ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว การออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็ฯครั้งแรกในรอบหลายเดือนของ “นายสนธิ ลิ่มทองกุล” อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ภายใต้การชูธง “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่ชาวอิสราเอล ที่มาพำนักอยู่ในประเทศไทยและประพฤติตัวไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง และเตรียมจะเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้จะยังไม่กระเทือนไปถึงเสถียรภาพรัฐบาล แต่ก็ต้องจับตามิองนับจากนี้ จะมีการนำประเด็นอะไรมาเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไปหรือไม่ขณะที่วันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย.นี้ “นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้อำนวยการกลุ่มไอลอว์ ได้นัดทำกิจกรรมชวนประชาชนร่วมกิจกรรม #สั่งฟ้องโกงสว #สั่งฟ้อง229 เดินเท้าระยะทาง 11 ก.ม. จากออฟฟิศไอลอว์ ถนนลาดพร้าว ถึงหอศิลปวัฒนธรรม โดยเป็นการอุ่นเครื่องรอฟังผลการลงมติของ กรรมการการเลือกตั้ง(กกต. )ในวันที่ 14 ก.ย. 69 ซึ่งเป้าหมายชัดเจนคือ ต้องการกดดันกกต.ให้ส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด ไปสู่ศาลฎีกา นอกจากนี้”เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ยังเชิญชวนให้ประชาชน มาร่วมทำกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้”พรรคภท.” โดย” นายศุภชัยใจสมุทร” สส. พรรคสีน้ำเงิน…
-
ศรพระราม : (12 ก.ย.69)”ธรรมนัส”หล่อเลือกได้!? รอรักขันหมากอนุทิน จับตางูเห่าฝากเลี้ยงยังไม่โผล่
ศรพระรามฟันธงการเมืองหล่อมากพ่อเอ๊ย ฟัง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" ให้เหตุผล 58 เสียงพรรคกล้าธรรมยกมือโหวตผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณปี 70 ครั้งนี้ ทำไปเพราะ “ยึดหลักเหตุผล ประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติเป็นสำคัญ โดยไม่ให้อคติทางการเมืองมาอยู่เหนือประโยชน์ส่วนรวม” ศรพระราม ถึงกับเคลิ้มเลยทีเดียวก็จะไม่ให้เคลิ้มได้อย่างไร เพราะถ้าพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ประเทศไทยก็จะเจริญโชติช่วงชัชวาลด้วยพรรคกล้าธรรมนั้นอยู่ในขั้วของฝ่ายค้าน หลังจากงดออกเสียงในการพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน 4 ล้านแล้ว คราวนี้เทคะแนนโหวตให้ไปเลยเต็มๆ"ไม่มีแตกแถวแม้แต่คนเดียว"นี่คือปรากฏการณ์ "เลิกแทงกั๊ก"อย่างเป็นทางการ !!เป็นสัญญาณส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรี "อนุทิน ชาญวีรกูล"ว่า ไพ่ในมือของ "ผู้กองธรรมนัส" นั้นมีเอกภาพและมีราคาค่างวด การทุ่มคะแนนรอบนี้คือ "มัดจำทางการเมือง" ก้อนใหญ่ที่สุด ก่อนจะถึงฤดูกาลเปิดโต๊ะเจรจาแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีในรอบถัดไปในขณะที่ลีลาของ เสี่ยหนู อนุทิน ก็ยิ้มละไมตามสไตล์เก๋าเกม ปากบอกรัฐบาลยัง "แข็งอยู่" แต่หัวเราะร่า รู้ดีว่าการเมืองไทยไม่มีคำว่า"เสถียรภาพที่พอเพียง" ยิ่งมีเสียงในสภาตุนไว้มากเท่าไหร่ อำนาจต่อรองกับกลุ่มอื่นในรัฐบาลก็ยิ่งลอยลำ และยังไม่ปรับครม.แต่สำหรับ “ธรรมนัส”นั้น “อนุทิน” บอกว่า"ทุกอย่างเป็นไปได้หมด" และ "เพื่อนกันมาตั้งกี่สิบปี" มันคือภาษาการเมืองที่แปลความได้ว่า "ประตูต้อนรับถูกเปิดแง้มไว้ครึ่งบานแล้ว เหลือแค่รอเวลาเซ็นสัญญาเข้าทำเนียบฯ อย่างเป็นทางการ!"นั่นจึงทำให้เสียงโหวตงบประมาณปี 70 คือ…