Category: การเมือง

  • อิสรภาพ‘บ้านใหญ่’ชาติไทยพัฒนา พ้นนั่งร้าน ทายาท‘ศิลปอาชา’?

    ทุกขลาภของ “สายเลือดพันธุ์มังกร” เมื่อมีกระแสข่าว “ลูกท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา ติดโผตัวเต็งนั่งเก้าอี้ “รมว.พลังงาน” ทั้งที่เจ้าตัวอยู่ระหว่างเดินทางไปพักร้อนกับครอบครัวในต่างประเทศสำหรับเก้าอี้เจ้ากระทรวงพลังงาน มี“บิ๊กเนมหลังม่าน” ลงขันให้ “บิ๊กเนมสีน้ำเงิน” สู้ศึกเลือกตั้ง เฝ้าจับตามองทุกอย่างก้าวของ “ครูใหญ่” ว่าจะโอน “โควตารัฐมนตรี” ให้กลุ่ม- ก๊วน ภายใน หรือจะส่งให้ “คนนอก” มืออาชีพเข้ามากุมบังเหียนทว่าชื่อของ “วราวุธ” ถูกโยนออกมาท่ามกลางกระแสข่าว “ครูใหญ่ – บิ๊กเนมหลังม่าน” ยังหาข้อสรุปกันไม่ลงตัวส่วน “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล แม้จะอาสาเป็นตัวเชื่อม แต่ยังไม่พ้นหน้าที่ เมื่อข้อตกลงยังไม่เคาะอย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่ายังไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีต่างตอบแทนให้ “วราวุธ” ที่นำทัพจาก “พรรคชาติไทยพัฒนา” มาสังฆกรรมกับ ภูมิใจไทยเนื่องจากทั้งคนใน-คนนอก เกือบเต็มโควตา ส่งผลให้ “ลูกท็อป” ออกอาการขาลอยขณะเดียวกันการนำทัพ “เลือดสุพรรณ” ป้องกันเมืองของ “วราวุธ” กลับไม่เข้าเป้าตามแผน เมื่อเสียเก้าอี้ สส.สุพรรณ เขต 2โดย “เฮียเลี้ยง” นพดล…

  • ‘เอ็ดดี้’ ถอดสมการ 21 เสียง ทำไม ‘ปชป.’ ถึงเลือก ‘ศักดิ์ศรี’ มากกว่า ‘เก้าอี้รัฐมนตรี’

    8 มี.ค.2569-อัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เรื่อง “ถอดสมการ 21 เสียง ทำไม ปชป. ถึงเลือก "ศักดิ์ศรี" มากกว่า "เก้าอี้รัฐมนตรี"? เนื้อหาระบุในหน้าฉากการเมืองที่มีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลอย่างเข้มข้น ประชาชนจำนวนไม่น้อยย่อมคาดหวังที่จะเห็นนักการเมืองเข้าไปร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์แสดงท่าทีไม่ตอบรับการร่วมรัฐบาลโดยง่าย กลับถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า "เย่อหยิ่ง" หรือ "เล่นตัว"ทว่าหากเราถอยออกมามองผ่านเลนส์การวิเคราะห์เชิงการเมืองและสังคมอย่างรอบด้าน นี่คือเหตุผลเบื้องหลังที่หลายคนอาจมองข้าม1. อำนาจการต่อรองตามหลัก "คณิตศาสตร์การเมือง"ด้วยจำนวน สส. 21 เสียง ปชป. ทราบดีถึงน้ำหนักของตัวเองในสมการนี้ การจัดตั้งรัฐบาลเป็นสิทธิ์ขาดของพรรคแกนนำที่มีเสียงอยู่ในมือ การไม่เสนอตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง จึงไม่ใช่ความหยิ่งยโส แต่คือความเข้าใจในบริบททางการเมืองอย่างถ่องแท้ พรรคที่มี 21 เสียงไม่ใช่ผู้กำหนดเกม การเลือกที่จะไม่ฝืนเข้าไปอยู่ในสมการที่ไม่ลงตัว จึงเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของความเป็นจริง2. ต้นทุนทางการเมืองที่สูงกว่าผลประโยชน์การเข้าร่วมรัฐบาลโดยไม่มีเงื่อนไขทางนโยบายหรืออุดมการณ์ที่สอดคล้องกันอย่างแท้จริง ย่อมมี "ต้นทุนทางการเมือง" ที่สูงลิ่ว การเข้าไปเป็นเพียงส่วนเติมเต็มโดยขาดอำนาจต่อรองในการทำเพื่อประชาชน อาจได้ไม่คุ้มเสียในระยะยาว3. คำถามสำคัญที่สะท้อน "ศักดิ์ศรีทางการเมือง"พรรคประชาธิปัตย์มีต้นทุนทางการเมืองอยู่ที่ภาพลักษณ์ของการยึดหลักการ ความถูกต้อง และความชอบธรรม แม้วันนี้พรรคอาจไม่ได้ใหญ่เหมือนในอดีต แต่สิ่งที่ยังเป็นแกนกลางสำคัญคือศักดิ์ศรี การปฏิเสธที่จะวิ่งเต้นเพื่อแลกเก้าอี้…

  • ดรามา ‘สอบเตรียมฯ’

    สังคมยุค “ข่าวสารออนไลน์” เนี่ย….“อ่านปุ๊บ-เชื่อปั๊บ” จะออกลูกมาเป็นลิง!เพราะแต่ละข่าวมุ่ง “ดรามา” มากกว่าค้นหาเหตุผลบนฐานข้อเท็จจริง และคนส่วนมากก็ชอบซะด้วยอย่างตอนนี้ เรื่องน้ำมันมาคู่กับสงคราม “อิหร่าน-สหรัฐฯ”บรรดาโทรทัศน์ช่องต่างๆ ออกข่าวดรามากันยกใหญ่…ไหนรัฐบาลบอกว่าน้ำมันไม่ขาดแคลนไงล่ะ ที่แม่ฮ่องสอน ที่แม่สาย เชียงราย น้ำมันแห้งทุกปั๊มก็มันจะไม่แห้งได้ไงไหว ก็พ่อเล่นแห่มาเติมพร้อมๆ กันยาวเหยียดเป็นกิโล นั่นก็ยังพอว่าแต่นี่…เติมรถแล้ว ยังขนถังแกลลอน ถัง ๒๐๐ ลิตร ใส่ท้ายรถกระบะมาเติมกันด้วยแบบนี้ ต้องไปเติมตามบ่อน้ำมันตะวันออกกลางโน่น ถึงจะไม่แห้งและอีกอย่าง “น้ำมันหมดปั๊ม” ไม่ได้หมายความว่าน้ำมันขาดแคลน เพียงแต่รถขนส่งน้ำมันจากคลังมาเติมใส่ปั๊ม “มาไม่ทันใจ” พระเดช-พระคุณเท่านั้นเพราะระยะทางมันไกล อีกอย่าง ทุกคนก็รู้ เส้นทางไปแม่ฮ่องสอนนั้น ขืนซิ่ง ก็กลิ้งลงตรงโค้งใด-โค้งหนึ่งก่อนถึงแน่!การรายงานข่าว แทนที่จะเสนอในทางละลายความแตกตื่นเพื่อไม่ให้คนแห่ไปเติมแบบกักตุนแต่นี่ กลับตีข่าวแบบดรามา ทำนองรัฐบาลมีปัญหาเรื่องน้ำมัน คนก็ยิ่งแตกตื่น แห่ไปเติมและกักตุนกันยกใหญ่อีกหน่อย คงยกตุ่มน้ำใส่ท้ายรถบรรทุกไปเติมเป็นแน่!นอกจากดรามาน้ำมันแล้ว….วานซืน มีดรามาสอบเข้า “โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา” ที่ “อิมแพ็ค เมืองทองธานี” เรียกว่าดรามากันจนโซเชียลกระจาย“โรงเรียนเตรียมฯ”…..กลายเป็น “โรงเรียนเพชฌฆาตเด็ก” ไปทันทีด้วยข่าวดรามา!คือหยิบเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นมาเสนอ โดยไม่นำข้อเท็จจริงมาบอกว่า ที่เป็นเช่นนั้น เพราะเหตุใด?อย่างเช่น เสนอข่าวกันว่า…..“เจ้าหน้าที่คุมสอบมีคำสั่ง "ห้ามนำเงินสดติดตัวเข้าห้องสอบ" โดยอ้างว่าเป็นระเบียบเพื่อป้องกันการทุจริตส่งผลให้นักเรียนจำนวนมากที่ไม่ได้ฝากของไว้กับผู้ปกครอง หรือเดินทางมาสอบเพียงลำพัง…

  • สิทธิมนุษยชนจอมปลอม! อดีตบิ๊กข่าวกรอง ข้องใจ ‘ด้อม’ ไม่ออกมาตำหนิลุงแซม ถล่ม-อุ้มใครแบบไม่ต้องมีหลักฐาน

    8 มี.ค.2569-นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ถามจริงๆ ไทยจะเดินตามตูดประชาธิปไตยแบบแซม เสรีภาพในการถล่มใครก็ได้ ด้วยข้ออ้างที่ไม่ต้องมีหลักฐาน อุ้มใครก็ได้ ด้อมทั้งหลายจะเอาอย่างนั้นใช่ไหม นี่คือหนทางที่ดีงามที่ด้อมจะเดินตามตูด“ไม่เห็นด้อมออกมาตำหนิลุงแซมเลย ไม่ได้ชวนใครออกมาต่อต้านใครนะ เพียงอายแทนสิทธิมนุษยชนจอมปลอม”

  • “อ.ธนพร” ฟันธง “อนุชา” เสียบรมต. แทน “ประเสริฐ”

    “อ.ธนพร” ฟันธงกล้าธรรม ปิ๋วร่วมรัฐบาล มองหากตั้ง “สุริยะ-ประเสริฐ” ส่อขัดรัฐธรรมนูญเหตุมีคดีติดค้างเอี่ยว “เบน สมิธ” แนะตั้ง “พงศ์กวิน-อนุชา” นั่งรัฐมนตรีเพื่อให้ตั้งรัฐบาลโดยเร็ววันที่ 8 มี.ค. 69 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว The Room 44 ถึงกรณีการเปิดสภาเพื่อเลือกตำแหน่งประธานรัฐสภาและนายกรัฐมนตรี รวมถึงการจัดคณะรัฐมนตรี และอีกเรื่องคือมาตรฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญวางไว้ตามคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา ว่า ประเด็นเรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีต้องนำเป็นหลักเกณฑ์ในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งจากหลักเกณฑ์ของศาลรัฐธรรมนูญและเห็นความชัดเจนว่าโอกาสของพรรคกล้าธรรมในการเป็นรัฐบาล ไม่มีโอกาสแล้ว เพราะคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วางหลักเอาไว้ว่าบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีต้องไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญและความคาดหวังของสังคม รัฐมนตรีคนไหนที่จะเข้ารับ ตำแหน่งแล้วหากสังคมตั้งคำถาม นายกรัฐมนตรีก็จะเสียเก้าอี้ไปด้วย ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็จำเป็นที่จะต้องรักษาเกณฑ์ตรงนี้เอาไว้ โดยประเด็นที่น่าสนใจคือ พรรคเพื่อไทยเพราะศาลรัฐธรรมนูญได้วางเกณฑ์เอาไว้ว่ารัฐมนตรีต้องประพฤติที่ไม่ขัดกับความคาดหวังของสังคมโดยเฉพาะเรื่องที่สังคมยังสงสัยว่าเป็นเรื่องสีเทา ซึ่งในพรรคเพื่อไทยก็มีสองบุคคลที่ปรากฏว่าจะเป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย คือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เพราะก่อนหน้านี้นายสุริยะได้ออกมายอมรับเองว่าเคยมีธุรกรรมเรื่องการซื้อเครื่องบินจากนายเป็นเบน สมิธ ซึ่งเป็นบุคคลที่โดนหมายจับในเรื่องฟอกเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดจากการทำความผิด เพราะฉะนั้นเมื่อนายเบน สมิธ…

  • พรรคประชาชน เปิดเกมสู้ข่าวปลอม ตั้งทีมเฉพาะกิจ-เตรียมฟ้อง 3 แอคเคาท์บิดเบือน

    8 มี.ค.2569 เพจ Fact Check-พรรคประชาชน โพสต์แถลงการณ์ยกระดับแนวทางของพรรคประชาชน ในการรับมือและต่อสู้กับข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนอย่างเป็นระบบ ผ่านมาตรการทางการสื่อสาร และมาตรการทางกฎหมาย เนื้อหาระบุในช่วงเวลาที่ผ่านมา พรรคได้เผชิญความท้าทายมาอย่างต่อเนื่องจากกระบวนการสร้างข่าวปลอม ข้อมูลเท็จ ข่าวบิดเบือน และการใส่ร้ายป้ายสีที่สร้างความเสียหายต่อพรรคประชาชน – ที่ผ่านมา พรรคได้พยายามให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตักเตือนผู้กระทำไม่ให้กระทำอีก แต่หลายกรณีก็ไม่เป็นผลให้คนเหล่านั้นหยุดการกระทำดังกล่าว อันสะท้อนว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาในการสร้างความเข้าใจผิดและความเกลียดชังอย่างไม่ยุติธรรมต่อพรรคจากสิ่งที่ไม่เป็นความจริงที่ผ่านมา พรรคได้รับฟังถึงเสียงสะท้อนและข้อแนะนำจากประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบและแนวทางในการรับมือกับปัญหาดังกล่าว โดยหลังจากนี้ พรรคจะดำเนินการยกระดับแนวทางการรับมือและต่อสู้กับข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนอย่างเป็นระบบ ใน 2 มิติสำคัญ1. ในมิติทางการสื่อสาร: พรรคจะตั้งทีมที่รับผิดชอบกับการจัดการกับข่าวปลอมอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับการชี้แจงให้มีความรวดเร็วขึ้น เพื่อขยายการสื่อสารในเชิงช่องทางหรือแพลตฟอร์ม ขยายรูปแบบการสื่อสารเพื่อให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงจัดทำระบบหรือเว็บไซต์ที่สะดวกต่อประชาชนในการค้นหาคำชี้แจงต่อข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือนในอดีตที่ถูกนำมาเผยแพร่ซ้ำ2. ในมิติทางกฎหมาย: พรรคจะสงวนสิทธิในการปกป้องตนเอง โดยเฉพาะการดำเนินการทั้งในทางแพ่งและอาญากับผู้มีอิทธิพลทางความคิดหรือเครือข่ายต่างๆ ที่จงใจกล่าวหา ใส่ร้าย สร้างข้อมูลเท็จ บิดเบือนข้อมูล และกระทำซ้ำอย่างเป็นระบบหรือสม่ำเสมอ ในทางที่เสียหายต่อพรรคและบุคลากรของพรรค อย่างไรก็ตาม พรรคจะดำเนินการด้วยมาตรการทางกฎหมายดังกล่าวอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพที่ต้องได้รับการคุ้มครองในระบอบประชาธิปไตยในขั้นต้น พรรคได้รวบรวมและจะดำเนินคดีกับอย่างน้อย 3 แอคเคาท์ที่จงใจสร้างข่าวปลอม สร้างข้อมูลเท็จ และใส่ร้ายป้ายสีที่ทำให้พรรคประชาชนได้รับความเสียหาย ซึ่งรวมถึง: (1) ผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่มีชื่อเสียงทางโลกออนไลน์ที่มีการนำเสนอข่าวบิดเบือนเกี่ยวกับพรรคประชาชนอย่างต่อเนื่องทาง Facebook (2)…

  • ปิดดีล รัฐบาลภูมิใจไทย ไร้ “กล้าธรรม-ปชป.-ไทรวมพลัง” น้ำเงินครอง 26 เก้าอี้

    ปิดดีล รัฐบาลภูมิใจไทย ไร้ "กล้าธรรม-ปชป.-ไทรวมพลัง" พรรคน้ำเงินครอง 14 กระทรวง 26 เก้าอี้ รวม ปธ.สภาฯ-รองปธ.คนที่ 1 ด้านเพื่อไทยได้ 5 รมต.- 1 รองนายกฯ-3 รมช.- รองปธ.คนที่ 2วันที่ 8 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานสัมมนา สส. พรรคภูมิใจไทย 192 สส. คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ได้นำรายชื่อของบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค โดยมีจำนวนเยอะกว่าเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อให้หัวหน้าพรรคคัดเลือก และนำรายชื่อส่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำไปตรวจสอบผ่าน 9 หน่วยงานล่าสุด พรรคภูมิใจไทย จะได้เก้าอี้รัฐมนตรี 26 ตำแหน่ง ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาตามความเหมาะสมอีกครั้ง แต่จะดูแลครอบคลุม 14 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา…

  • ปิดดีล”รัฐบาลอนุทิน” ไร้กล้าธรรม – ประชาธิปัตย์

    ปิดดีลรัฐบาลอนุทิน 2 ไร้กล้าธรรม – ประชาธิปัตย์ – ไทรวมพลัง ภท. ได้ 14 กระทรวง 26 ตำแหน่ง 1 ประธานสภา – รองประธานคนที่ 1 เพื่อไทยได้ 5 ว่าการ 3 ช่วย รองประธานคนที่ 2 ย้ำไม่ล็อกเป็นคนรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่า ขอคุณสมบัติไม่ขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ (8 มีนาคม) เวลา 17.00 น. รายงานข่าวจากงานสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย 192 คน ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์ กิต จังหวัดบุรีรัมย์ คณะกรรมการบริหารพรรคได้นำรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค โดยมีจำนวนมากกว่าเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อให้หัวหน้าพรรคคัดเลือก และนำรายชื่อส่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำไปตรวจสอบผ่าน 9 หน่วยงานล่าสุดพรรคภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้รัฐมนตรี 26 ตำแหน่ง ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาตามความเหมาะสมอีกครั้ง แต่จะดูแลครอบคลุม…

  • มีคนตกขบวนเยอะ! ปิดดีล ครม.อนุทิน 2 ใครนั่งเก้าอี้กระทรวงไหนบ้าง

    วันที่ 8 มีนาคม 2569 ภายในงานสัมมนา สส. พรรคภูมิใจไทย 192 สส. คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ได้นำรายชื่อของบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นรัฐมนตรีวันที่ 8 มีนาคม 2569 ภายในงานสัมมนา สส. พรรคภูมิใจไทย 192 สส. คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ได้นำรายชื่อของบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค โดยมีจำนวนเยอะกว่าเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อให้หัวหน้าพรรคคัดเลือก และนำรายชื่อส่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำไปตรวจสอบผ่าน 9 หน่วยงานล่าสุด พรรคภูมิใจไทย จะได้เก้าอี้รัฐมนตรี 26 ตำแหน่ง ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาตามความเหมาะสมอีกครั้ง แต่จะดูแลครอบคลุม 14 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงยุติธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแบ่งเป็นโควตานายอนุทิน 5…

  • ปิดดีล ‘รัฐบาลภูมิใจไทย’ 292 เสียง ไร้ ‘กล้าธรรม – ประชาธิปัตย์-ไทรวมพลัง’ โสภณ เต็ง 1 ปธ.สภา

    ปิดดีล “รัฐบาลภูมิใจไทย” 292 เสียง ไร้ “กล้าธรรม – ประชาธิปัตย์-ไทรวมพลัง” พรรคน้ำเงินครอง 14 กระทรวง 26 ตำแหน่ง 1 ประธานสภาฯ – รองประธานคนที่ 1 ด้าน “เพื่อไทย” ได้ 5 ว่าการ 3 ช่วย รองประธานคนที่ 2 “พลังประชารัฐ” 1 เก้าอี้ จบวันโหวต “อนุทิน” เป็น”นายกฯ“ เคาะ100 %เมื่อวันที่ 8 มี.ค.69 ภายในงานสัมมนา สส. พรรคภูมิใจไทย 192 สส. เมื่อวันที่ 8 มีค. คณะกรรมการบริหารพรรค ได้นำรายชื่อของบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค โดยมีจำนวนเยอะกว่าเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อให้หัวหน้าพรรคคัดเลือก และนำรายชื่อส่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำไปตรวจสอบผ่าน 9 หน่วยงานโดยล่าสุดพรรคภูมิใจไทย…