Category: ต่างประเทศ

  • ครูญี่ปุ่นขอลาออก หลังโดนตักเตือน แอบทำงานเสริม ร้านสะดวกซื้อ พ้อเงินน้อยไม่พอกิน

    ครูญี่ปุ่นวัย 60 พ้อเงินเดือนลดลง แอบทำงานเสริม ร้านสะดวกซื้อ ยันไม่ละทิ้งการสอน สุดท้ายโดนเรียกตักเตือน รู้สึกผิดขอลาออกเว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า คณะกรรมการการศึกษาออกแถลงขอโทษต่อเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง หลังพบว่าครูชายวัย 60 ปีจากโรงเรียนมัธยมต้นแห่งหนึ่ง แอบไปทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านสะดวกซื้อทางโรงเรียนได้ตักเตือนแล้ว ก่อนครูคนดังกล่าวตัดสินใจขอลาออก โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้สร้าง “ความเสียหายทางจิตใจ” แก่นักเรียนรายงานระบุว่า เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค. มีผู้แจ้งเบาะแสต่อคณะกรรมการการศึกษา ว่าเห็นครูรายนี้ทำงานอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อในเวลานอกงานราชการ วันถัดมา ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบด้วยตัวเอง และพบว่าครูคนดังกล่าวกำลังทำงานอยู่ที่นั่นจริงโดยเขาให้เหตุผลว่า เขาหารายได้เสริมเนื่องจากหลังจากเขาเกษียณเขาได้เงินเดือนที่ลดลง โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเขาทำงานพาร์ตไทม์เพื่อหารายได้เสริมนี้ เขาได้รับรายได้รวมประมาณ 1.7 ล้านเยนหรือราว 3.72 แสนบาท ซึ่งไม่ใช่จำนวนเงินที่มากนักภาพประกอบถึงแม้ว่าครูจะทำงานนอกเวลาเรียนและในวันหยุด (วันเสาร์) โดยไม่ได้ละทิ้งหน้าที่การสอนแต่อย่างใด แฃะงานที่ทำถือเป็นงานที่สุจริต แต่การที่คนที่เป็นครูรับงานอื่นควบคู่กับงานสอน ถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขในสัญญาจ้าง ที่มักห้ามพนักงานภาครัฐในญี่ปุ่นทำงานเสริมไม่ว่าจะเป็นงานใดก็ตามอย่างไรก็ตาม ครูรายนี้ได้แสดงความเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยกล่าวว่า “ไม่ว่าผมจะมีเหตุผลส่วนตัวอย่างไร การกระทำของผมเป็นการทำลายความเชื่อมั่นที่มีต่อครูและจรรยาบรรณในวิชาชีพ ผมเสียใจอย่างสุดซึ้ง”แม้จะไม่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพการสอนของครูรายนี้ แต่เขาก็ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งครู และยุติการทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านสะดวกซื้อแล้ว ซึ่งเหตุการณ์นี้ยังสะท้อนถึงความขยันขันแข็งของครูรายนี้ที่พยายามหาเลี้ยงชีพในวัยหลังเกษียณของสังคมการทำงานในญี่ปุ่นอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครูญี่ปุ่นขอลาออก หลังโดนตักเตือน แอบทำงานเสริม ร้านสะดวกซื้อ พ้อเงินน้อยไม่พอกินติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน…

  • “ฮุน มาเนต” อ้าง ยอมตกลงหยุดยิงกับ “อันวาร์” แล้ว แต่ไทยกลับลำ!

    “ฮุน มาเนต” อ้าง ยอมตกลงหยุดยิงกับ “อันวาร์” แล้ว วันที่ 24 ก.ค. เวลาเที่ยงคืน แต่ “ภูมิธรรม” ตัวแทนฝ่ายไทยกลับลำ ปฏิเสธข้อตกลง รอคุยใหม่ไม่มีกำหนด!หลังจากที่ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เปิดเผยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า ได้ต่อสายคุยกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี และ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ขอให้สองชาติหยุดยิงและเปิดทางเจรจาโดยด่วนนั้นล่าสุด เวลา 17.45 น. วันที่ 25 ก.ค. “ฮุน มาเนต” เคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยโพสต์เฟซบุ๊กให้รายละเอียดถึงกรณีดังกล่าวโดยระบุว่าเนื่องจากมีรายงานข่าวที่ไม่ชัดเจนในสื่อต่างประเทศหลายแห่งเกี่ยวกับจุดยืนของกัมพูชาต่อการหยุดยิงที่เสนอโดยท่านอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานอาเซียน ผมจึงจำเป็นต้องชี้แจงดังต่อไปนี้เมื่อเย็นวานนี้ วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ท่านอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียน ได้ขอสนทนาทางโทรศัพท์กับผมเพื่อหารือเกี่ยวกับการสู้รบระหว่างกองทัพกัมพูชาและไทยตามแนวชายแดนโดยท่านแสดงความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งและความปรารถนาที่จะหยุดยิงโดยทันทีเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาระหว่างทั้งสองฝ่ายผมได้ชี้แจงให้ท่านอันวาร์ อิบราฮิม…

  • อือหือออ เปิดราคาจักรยาน “แจ็คหม่า” มหาเศรษฐีในลุคบ้านๆ ปั่นชิลๆ ริมแม่น้ำกลางดึก

    “แจ็ค หม่า” ปั่นจักรยานเล่นกลางดึกในหังโจว คนตกใจ! จักรยานธรรมดาๆ แต่ราคาแอบไม่ธรรมดาแจ็ค หม่า ปั่นจักรยานชิลยามค่ำในหางโจว จักรยานธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ราคาหลักหมื่น!ภาพเรียบง่ายแต่สะดุดตาของ แจ็ค หม่า (Jack Ma) มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งอาลีบาบา (Alibaba) กลายเป็นกระแสในโลกโซเชียลจีน หลังชาวเน็ตจับภาพขณะเขากำลังขี่จักรยานเล่นรอบ ทะเลสาบซีหู ในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงแจ็ค หม่า ปรากฏตัวในชุดลำลองธรรมดา เสื้อยืด กางเกงขาสั้น หมวกแก๊ป และสายคาดข้อมือกีฬา ดูแทบไม่ออกว่าเป็นมหาเศรษฐีระดับโลก เขายังขี่จักรยานแบบพับได้สีเรียบง่าย ไม่ใช่รถหรูหราราคาแพงแบบที่หลายคนคาดคิด ในคลิปเขายังหันมายิ้มและทักทาย พร้อมพูดเตือนว่าให้ระวังความปลอดภัยบนถนน ท่าทีเป็นกันเองของเขายิ่งทำให้ภาพนี้น่าประทับใจแต่จุดที่ทำให้หลายคน “อึ้ง” คือจักรยานคันดังกล่าวเป็นของแบรนด์ดังบรอมพ์ตัน (Brompton) จากอังกฤษ ซึ่งราคาสูงถึง 18,500 หยวน หรือราว 65,500 บาท! หลายคนในโซเชียลจีนยังบอกด้วยว่า"ฉันก็มีจักรยานรุ่นเดียวกับแจ็ค หม่า!"ที่ผ่านมา แจ็ค หม่า เริ่มปรากฏตัวต่อสาธารณะมากขึ้นในช่วงปลายปี 2567 โดยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2567 เขาได้ไปที่สวนแอนท์ พาร์ค…

  • สลด แผ่นตะแกรงถล่ม นักศึกษาจีนตกบ่อลอยแร่ ดับ 6 ราย ขณะดูงานที่เหมืองแร่

    สลด แผ่นตะแกรงถล่ม ส่งผลให้นักศึกษาชาวจีน ที่กำลังศึกษาดูงานในเหมืองทองแดง ตกลงไปในบ่อลอยแร่ เสียชีวิต 6 รายวันที่ 25 ก.ค. เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานเหตุสลดที่เกิดขึ้นในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางตอนเหนือของจีน กรณีแผ่นตะแกรงนิรภัยของเครื่องลอยแร่ พังถล่ม ส่งผลให้นักศึกษาตกลงไปในบ่อเสียชีวิต 6 ราย ระหว่างการศึกษาดูงานที่เหมืองทองแดง-โมลิบดีนัมอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตอนราว 10.20 น. ของวันพุธ (23 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณโรงงานซึ่งดำเนินการโดยบริษัทเหมืองแร่ในเครือไชน่า เนชั่นแนล โกลด์ กรุ๊ป จำกัด ในเมืองฮูหลุนเป้ยเอ่อร์โดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยตงเป่ยกำลังศึกษากระบวนการลอยแร่อยู่ ทว่าแผ่นตะแกรงพังทลายลงมาทำให้พวกเขาตกลงไปในบ่อลอยแร่ ซึ่งใช้สารละลายในการแยกทองแดงออกจากหินบดภาพประกอบนักศึกษาทั้ง 6 รายได้รับการช่วยเหลือออกจากบ่อลอยแร่ แต่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ประกาศว่าเสียชีวิตแล้วในเวลาต่อมา ส่วนอาจารย์ 1 รายบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้เช่นกันโดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการจัดการหลังเกิดเหตุ และรายงานเหตุการณ์ต่อหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ พร้อมทั้งมีการหยุดการผลิตในเหมืองดังกล่าวทันทีอย่างไรก็ตาม จากรายงานเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยตงเป่ย ระบุว่า การศึกษาดูงานลักษณะนี้จัดขึ้นมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว และเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังพื้นที่เกิดเหตุเพื่อจัดการและดูแลสถานการณ์อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สลด แผ่นตะแกรงถล่ม นักศึกษาจีนตกบ่อลอยแร่ ดับ 6 ราย ขณะดูงานที่เหมืองแร่ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่-…

  • ‘กัมพูชา’ ประณามไทย! กล่าวหาใช้อาวุธต้องห้าม ‘ระเบิดคลัสเตอร์’ โจมตี

    กระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าวหา "ไทย" ใช้ระเบิดคลัสเตอร์ หรือระเบิดลูกปราย ในการโจมตี ซึ่งถือเป็นการละเมิดสนธิสัญญาระหว่างประเทศวันนี้ (25 ก.ค.) เว็บไซต์เดอะ พนมเฟญ โพสต์ สื่อท้องถิ่นกัมพูชา รายงานว่า นางมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ออกมาแถลงกล่าวหาฝ่ายไทย ว่าใช้ระเบิดคลัสเตอร์ (Cluster Bomb) หรือระเบิดลูกปราย โจมตียอดเขาพนม กมอช (Phnom Khmaoch) ในจังหวัดโพธิสัตว์ และอีกหลายพื้นที่ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (24 ก.ค.) ซึ่งถือเป็นการละเมิดสนธิสัญญาระหว่างประเทศระเบิดคลัสเตอร์ขณะเดียวกัน หน่วยงานช่วยเหลือเหยื่อและปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAA) ออกแถลงการณ์ประณาม อ้างว่าไทยใช้ "ระเบิดลูกปราย" ตามแนวชายแดนกัมพูชา"CMAA กังวลอย่างยิ่ง และขอประณามอย่างรุนแรง หลังจากมีรายงานว่ากองทัพไทยได้นำระเบิดลูกปรายมาประจำการในพื้นที่ชายแดนภายในเขตกัมพูชาในวันที่ 25 กรกฎาคม 2568"แถลงการณ์บอกด้วยว่า ข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับจากหน่วยงานท้องถิ่น และทีมกำจัดทุ่นระเบิดทางเทคนิคยืนยันว่า มีการนำระเบิดลูกปรายหลายลูก ที่ถูกห้ามใช้ในระดับสากล มาวางไว้ในบริเวณใกล้เคียงหมู่บ้านพนมขมุช และหมู่บ้านเตโชธรรมชาติ ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อพลเรือน ผู้กำจัดทุ่นระเบิด และชุมชนตามแนวชายแดนโดยตรง และไม่เลือกปฏิบัติ"การกระทำนี้ ถือเป็นการละเมิดบรรทัดฐานด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง…

  • สื่อกัมพูชารายงาน สหรัฐฯ อาจสอบสวนไทยใช้ F-16 โจมตีกัมพูชา

    สำนักข่าวกัมพูชารายงาน สหรัฐฯ อาจตรวจสอบการใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 ของไทยในการโจมตีกัมพูชา ว่าละเมิดนโยบายการใช้งานหรือไม่จากกรณีที่ไทยได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 6 ลำโจมตีเป้าหมายในกัมพูชาเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 68 สำนักข่าว Kampuchea Thmey Daily รายงานว่า กระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงโดยระบุว่า “กัมพูชาถือว่าการใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 เป็นการรุกรานทางทหารที่ป่าเถื่อนและผิดกฎหมาย การกระทำนี้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นความเสี่ยงต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค”Kampuchea Thmey Daily รายงานว่า ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ตรวจสอบการใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 ของไทยในการโจมตีครั้งนี้ และดำเนินนโยบายควบคุมอาวุธของตนเองโดยระบุว่า การที่ไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 โจมตีกัมพูชานั้นขัดต่อข้อตกลงการขายอาวุธของสหรัฐฯ อย่างชัดเจนเมื่อสหรัฐฯ ขายอาวุธหรือยุทโธปกรณ์ เช่น เครื่องบินขับไล่ F-16 ให้กับประเทศอื่น ๆ สหรัฐฯ มักจะกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวด โดยระบุว่าอาวุธดังกล่าวไม่สามารถนำไปใช้ทำสงครามรุกรานประเทศอื่น ๆ ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตอย่างชัดแจ้งจากสหรัฐฯไม่เพียงเท่านั้น เครื่องบินขับไล่ F-16 จะต้องถูกใช้เพื่อป้องกันตนเองหรือเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในข้อตกลงหากสหรัฐฯ สอบสวนและพบว่าประเทศไทยละเมิดข้อกำหนดการใช้งานเครื่องบิน F-16 สหรัฐฯ อาจระงับการขายอะไหล่…

  • “ฮุน เซน” ปล่อยภาพชุดโต้กลับ หลัง “ทักษิณ” เหน็บเป็นพระยาละแวก

    “ฮุน เซน” ชี้ โพสต์ “ทักษิณ” ยิ่งตอกย้ำการรุกรานทางทหารของไทยต่อกัมพูชา ปล่อยภาพชุดโต้กลับ หลังถูกเหน็บเป็นพระยาละแวก-ขอให้ทหารไทยสั่งสอนหลังจากที่ “สมเด็จฯ ฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงแถลงการณ์วุฒิสภากัมพูชา 6 ข้อ กรณีการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาบริเวณชายแดน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ค. 68ต่อมา สมเด็จฯ ฮุน เซน โพสต์ข้อความพร้อมภาพชุด ระบุว่า “ก่อนหน้านี้ ทักษิณ ชินวัตร ได้ออกแถลงการณ์ด้วยน้ำเสียงดุจการประกาศสงครามเพื่อสั่งสอนบทเรียนแก่ ฮุน เซน”“คำพูดของทักษิณยิ่งตอกย้ำถึงการรุกรานทางทหารของไทยที่มีต่อกัมพูชา”“ผมไม่แปลกใจกับทัศนคติของทักษิณที่มีต่อผม เพราะเขาทรยศแม้กระทั่งต่อสมาชิกพรรคของเขาเอง สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารชาวไทยมุสลิมหลายร้อยคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อปี พ.ศ. 2547”“บัดนี้ ภายใต้ข้ออ้างที่ว่าต้องแก้แค้นฮุน เซน เขาหันไปทำสงคราม ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายก็คือความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสของประชาชน”ที่มา:FB/Samdech Hun Sen of Cambodiaข่าวที่เกี่ยวข้อง"ฮุน เซน" ร่อนแถลงการณ์วุฒิสภากัมพูชา 6 ข้อ ประณามการรุกรานของไทย "สม รังสี" จี้ "ฮุน เซน" ลาออก…

  • ‘ฮุน มาเนต’ เตือน ชาวกัมพูชาเลี่ยงการกระทำที่กระทบ ‘สถานทูตไทย-บริษัทไทย-คนไทย’

    จากการแปลของเฟซบุ๊กฮุน มาเนต โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวของตนเองว่าแม้จะมีการต่อสู้ระหว่างกองทัพกัมพูชา และกองทัพไทยที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง แต่ขอรบกวนประชาชนทุกคน รักษาศีลธรรม ศักดิ์ศรี หลีกเลี่ยงการแบ่งแยก หรือการดําเนินการใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสถานทูตไทยในกัมพูชา บริษัทไทย และประชาชนไทยที่อาศัยอยู่ในกัมพูชาในปัจจุบันนายกฯกัมพูชา ยังได้ฝากถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ ทํางาน หรือเรียนในประเทศไทยที่อาจถูกกดดันจากการเลือกปฏิบัติ และจําเป็นต้องกลับประเทศกัมพูชา ให้เดินทางกลับประเทศและหากต้องการความช่วยเหลือ ให้ติดต่อสถานทูตกัมพูชาในกรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลใหญ่กัมพูชาในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ดังต่อไปนี้ :สถานทูตกัมพูชาในกรุงเทพฯ- แผนกกงสุล : 0 2957 5851 / 09 2805 0561- กรมแรงงานย่อย : 09 4092 5905 / 09 4416 5518 / 08 3545 7788 / 09 2299 0133สถานกงสุลใหญ่ กัมพูชา ณ จ.สระแก้ว- แผนกกงสุล : 08 0393…

  • สะพรึง! โจรโรคจิตส่องไฟฉายดูร่างเปลือยเจ้าของบ้านสาวที่หลับสนิทระหว่างบุกรุกและขโมยทรัพย์สิน

    คู่รักเผยภาพจากกล้องวงจรปิดนาทีที่หัวขโมยโรคจิตใช้ไฟฉายส่องดูเรือนร่างของสาวเจ้าของบ้านซึ่งกำลังหลับอยู่ข้างๆ คู่รักหนุ่มเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีของหัวขโมยโรคจิตที่ไม่เพียงบุกรุกเข้าไปขโมยของในบ้านหลังหนึ่ง แต่ยังใช้ไฟฉายส่องดูเรือนร่างของเจ้าของบ้านที่กำลังหลับสนิทในสภาพเปลือยข้างคู่รักของเธอคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในบ้านของคู่รักซี่งระบุเพียงชื่อว่า อล็กซ์ และ ปิลาร์ แสดงภาพที่น่าขนลุกของผู้บุกรุกที่แอบเข้าไปในห้องนอนของพวกเขาในเมืองมาร์เบยา ภูมิภาคกอสตา เดล โซล ทางตอนใต้ของประเทศสเปนโจรรายนี้สวมชุดวอร์มและหน้ากากปิดบังใบหน้า เขาเดินสำรวจไปทั่วบ้านเพื่อมองหาของมีค่าที่พอจะขโมยได้ ในช่วงหนึ่งเขาได้เข้าไปในห้องนอนที่คู่รักกำลังหลับสนิทแล้วใช้ไฟฉายส่องไปที่ทั้งคู่ซึ่งอยู่บนเตียง ก่อนจะหันไปสนใจเฉพาะฝ่ายหญิงซึ่งนอนคว่ำอยู่ในสภาพเปลือยและเนื้อตัวส่วนใหญ่ก็อยู่นอกผ้าห่ม เนื่องจากคืนนั้นอากาศร้อนหัวขโมยโรคจิตเข้าๆ ออกๆ ห้องนอนหลายครั้ง เขาไม่เพียงยืนส่องไฟฉายดูเฉยๆ แต่ยังก้มตัวลงและขยับเข้าไปใกล้ร่างของปิลาร์มากขึ้นและพยายามส่องไฟฉายไปที่ร่างของเธอ คล้ายต้องการจะดูให้ชัดขึ้นหลังจากเปิดดูภาพที่น่ารังเกียจย้อนหลัง ซึ่งกินเวลานานถึง 32 นาที ปิลาร์ก็บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า "เขาเข้ามาในห้องนอนของเราแปดครั้งเพื่อดูส่วนสงวนของฉัน"เหยื่อสาวผู้กล้าหาญได้เผยแพร่วิดีโอนี้ไม่นานหลังจากเข้าแจ้งความกับตำรวจ โดยเธอกล่าวว่าเป็นวิธีเดียวที่จะได้รับความยุติธรรมและจับกุม "นักล่าโรคจิต" รายนี้ได้ปิลาร์และอเล็กซ์กล่าวว่า พวกเขารู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเป็นครั้งแรกเมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าเงิน 300 ยูโร (ราว 11,368 บาท) หายไปจากบ้าน แม้ว่าทรัพย์สินและของมีค่าอื่นๆ ของพวกเขาจะยังอยู่ตรงที่เดิมทุกชิ้น รวมถึงของในห้องลูกชายวัย 18 ปีของพวกเขาที่อยู่ถัดไปเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ปิลาร์หวาดกลัวว่า ชายคนนี้อาจไม่ได้แค่ต้องการบุกรุกบ้านเพื่อขโมยของ แต่อาจมีแผนการที่ชั่วร้ายกว่านั้นปิลาร์กล่าวว่า เธอรู้สึกขอบคุณที่ อเล็กซ์ แฟนหนุ่มอยู่กับเธอในคืนนั้น โดยเขานอนอยู่บนเตียงข้างๆ เธอ "ชายคนนั้นไม่ได้มาที่บ้านฉันเพื่อขโมย เขามาเพื่อทำอะไรบางอย่างกับฉัน เมื่อคืนก่อน ฉันอยู่บ้านคนเดียว จะเป็นอย่างไรถ้าเขาแอบเข้ามาตอนนั้น?"ปิลาร์กล่าวว่า ประสบการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้เธอยังคงหวาดผวา และตอนนี้เธอต้องเผชิญกับฝันร้ายซ้ำๆ…

  • “ฮุน มาเนต” เชิญชวนชาวกัมพูชากลับประเทศ หากถูกกดดัน-เลือกปฏิบัติ

    “ฮุน มาเนต” โพสต์เชิญชวนชาวกัมพูชาในไทย หากถูกกดดัน-เลือกปฏิบัติ ให้กลับประเทศ ขอชาวกัมพูชารักษาศีลธรรม ศักดิ์ศรี หลีกเลี่ยงการแบ่งแยกฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กภายหลังเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 โดยมีเนื้อหาหลักเป็นการแนะนำให้ชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเดินทางกลับกัมพูชา โดยข้อความระบุว่า“แม้จะมีการต่อสู้ระหว่างกองทัพกัมพูชาและกองทัพไทยที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง แต่ขอรบกวนประชาชนชาวกัมพูชาทุกคน รักษาศีลธรรม ศักดิ์ศรี หลีกเลี่ยงการแบ่งแยก หรือดําเนินการใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสถานทูตไทยในกัมพูชา บริษัทไทย และประชาชนไทยที่อาศัยอยู่ในกัมพูชาในปัจจุบัน”“ฝากถึงประชาชนชาวกัมพูชาทั้งหลาย ที่อาศัยอยู่ ทํางาน หรือเรียนใน ประเทศไทย ที่อาจถูกกดดันจากการเลือกปฏิบัติ และจําเป็นต้องกลับประเทศกัมพูชา โปรดกลับประเทศของเรา”“ในกรณีที่คุณต้องการความช่วยเหลือ โปรดติดต่อสถานทูตกัมพูชาในกรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลใหญ่กัมพูชาในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ดังต่อไปนี้”สถานทูตกัมพูชาในกรุงเทพ แผนกกงสุล: 02-957-5851 / 092-805-0561กรมแรงงานย่อย: 094-092-5905 / 094-416-5518 / 083-545-7788 / 092-299-0133สถานกงสุลใหญ่ กัมพูชา ณ จ.สระแก้ว แผนกกงสุล: 080-393-6878 / 085-012-3668กรมแรงงานย่อย:…