Category: ต่างประเทศ

  • ไม่รอด! นักร้องแรปเปอร์ดัง ถูกศาลสั่งจำคุก 3 ปี ในคดีฉ้อโกง เสียหายกว่า 30 ล้านบาท (ข่าวต่างประเทศ)

    ไม่รอด! นักร้องแรปเปอร์ดัง ถูกศาลสั่งจำคุก 3 ปี ในคดีฉ้อโกง เสียหายกว่า 30 ล้านบาท (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า นักร้องดังขวัญใจวัยรุ่นยุค 2000s ไม่รอดนอนคุก ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำพิพากษาตัดสินจำคุก ฌอน คิงส์ตัน หรือชื่อจริง คีฌอน แอนเดอร์สัน แร็ปเปอร์ชื่อดัง เป็นเวลา 3 ปีครึ่ง จากคดีฉ้อโกงทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 34 ล้านบาท)โดย อัยการระบุว่า คิงส์ตันร่วมมือกับ เจนิส เทิร์นเนอร์ แม่ของเขา ก่อเหตุฉ้อโกงโดยใช้ชื่อเสียงความเป็นดาราติดต่อเหยื่อผ่านโซเชียลมีเดีย อ้างว่าต้องการซื้อสินค้าหรูหรา และเชิญผู้ขายมาที่บ้านพักในรัฐฟลอริดา พร้อมหว่านล้อมว่าจะช่วยโปรโมตสินค้าลงโซเชียลมีเดียของตน หรือแนะนำสินค้าให้กับคนดังระดับไฮโปรไฟล์คนอื่นๆเมื่อถึงกำหนดชำระเงิน ทั้งคู่กลับส่งสลิปโอนเงินปลอม ให้กับผู้เสียหายเพื่อตบตาว่าได้โอนเงินแล้ว รายการทรัพย์สินที่ถูกหลอกเอาไปมีทั้ง นาฬิกาหรู, ทีวี LED ขนาดยักษ์ 232 นิ้ว, รถยนต์ Cadillac Escalade กันกระสุน และเฟอร์นิเจอร์หรูหลักฐานชิ้นสำคัญที่อัยการนำมาเปิดเผยในศาล…

  • ฮ่องกงระทึก! ชายถือมีดไล่ล่าคนในห้าง จับหญิงสาวเป็นตัวประกัน ก่อนถูกตำรวจวิสามัญ

    ภาพจาก x @personalstuffsฮ่องกงระทึก! ชายถือมีดไล่ล่าคนในห้าง จับหญิงสาวเป็นตัวประกัน ก่อนถูกตำรวจวิสามัญสื่อฮ่องกง รายงานว่า เกิดเหตุระทึกขึ้นบนเกาะฮ่องกง หลังจากมีชายถือมีดไล่ล่าคนในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง และจับหญิงสาวคนหนึ่งเป็นตัวประกัน ก่อนที่คนร้ายจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญในที่เกิดเหตุข่าวระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ในย่านตุนเหมิน ใกล้กับศาลาว่าการตุนเหมิน โดยมีผู้พบเห็นชายวัยประมาณ 30 ปี ถือมีดเดินไปมาในที่สาธารณะมีรายงานว่า ชายคนดังกล่าวได้ขโมยมีดมาจากร้านค้าแห่งหนึ่ง และได้เพิกเฉยต่อคำเตือนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าระงับเหตุ แม้เจ้าหน้าที่จะตัดสินใจใช้สเปรย์พริกไทยฉีดใส่คนร้ายเพื่อสยบความคลั่ง แต่ก็ไม่เป็นผลก่อนที่ชายคนร้ายจะจับตัวหญิงคนหนึ่งเอาไว้เป็นตัวประกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจลั่นไกยิงใส่ชายคนดังกล่าว 2 นัด เพื่อยุติเหตุอันตรายทั้งนี้ จากวิดีโอที่มีการแชร์กันต่อบนโลกโซเชียล แสดงให้เห็นผู้คนต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่ชายคนดังกล่าว ควงมีดกวัดแกว่งไปตามท้องถนน ก่อนที่ต่อมาจะปรากฏภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนาย พร้อมโล่และหมวกนิรภัย เข้าควบคุมสถานการณ์ และตรวจสอบร่างของชายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น หลังจากสิ้นเสียงปืนทั้งนี้ ชายที่ก่อเหตุถูกระบุว่าหมดสติขณะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตุนเหมิน และได้รับการประกาศว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระทึกที่เกิดขึ้นครั้งนี้แต่อย่างใดเหตุเกิดที่ฮ่องกงตํารวจฮ่องกง ยิงและฆ่าชายที่ถือมีดที่ห้างสรรพสินค้าใน Tuen Mun เวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 15 มค 69หลังจากที่เขาจับผู้หญิงคนหนึ่งเป็นตัวประกัน ผู้ต้องสงสัยถูกยิง 2…

  • ช็อกหัวอกแม่! พยาบาลพลาด ตัดสายสะดือแต่ “นิ้วลูกขาด” ติดมาด้วย ฟังคำโบ้ยยิ่งใจสลาย

    ช็อก! พยาบาลจีนทำคลอดพลาด ตัดสายสะดือแต่ อุทาหรณ์ห้องคลอด! ทารกต้องต่อนิ้วด่วน หลังพยาบาลเผลอตัดพลาด พ่อแม่รับไม่ได้ รพ.อ้างเด็กดิ้นแรงเป็นข่าวที่บีบหัวใจคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่สุดเลยค่ะ สำหรับเหตุการณ์ความผิดพลาดทางการแพทย์ที่ประเทศจีน เมื่อครอบครัวหนึ่งต้องฝันร้ายในวันที่ลูกน้อยลืมตาดูโลก เพราะความประมาทของพยาบาลทำคลอดที่เผลอ "ตัดนิ้ว" ทารกขาดไปพร้อมกับสายสะดือ!เรื่องราวนี้กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ของจีน เหตุเกิดที่โรงพยาบาลประชาชนอำเภอสวีอี๋ มณฑลเจียงซู เมื่อความชุ่ยเปลี่ยนวันแห่งความสุขให้กลายเป็นโศกนาฏกรรมทางร่างกายและจิตใจของครอบครัวนาทีช็อก! ตัดสายสะดือยังไงให้นิ้วขาด?ตามรายงานข่าวระบุว่า เด็กชายคนดังกล่าวคลอดเมื่อเช้าวันที่ 25 ธันวาคม ที่ผ่านมาค่ะ หลังจากคลอดได้เพียง 2 ชั่วโมง คุณพ่อ (แซ่เซิ่ง) ก็ต้องเข่าทรุดเมื่อแพทย์เดินมาแจ้งข่าวร้ายว่า "นิ้วกลางข้างซ้าย" ของลูกชาย ถูกตัดขาดไประหว่างขั้นตอนการตัดสายสะดือคำแก้ตัวของพยาบาล: พยาบาลผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพว่าเป็นคนทำพลาดจริง แต่ให้เหตุผลว่า "ตอนที่กำลังจะตัดสายสะดือ จู่ๆ มือของเด็กก็ขยับขึ้นมาพอดี" ทำให้กรรไกรไปโดนนิ้วเข้าอย่างจัง300 กิโลเมตร เพื่อต่อนิ้วลูกน้อยความผิดพลาดครั้งนี้ทำให้ทารกแรกเกิดต้องเจ็บปวดแสนสาหัส และต้องถูกส่งตัวข้ามเมืองไกลกว่า 300 กิโลเมตร ไปยังโรงพยาบาลเฉพาะทางในเมืองอู๋ซี เพื่อผ่าตัดต่อนิ้วเป็นการด่วนแม้การผ่าตัดจะสำเร็จและเด็กถูกส่งกลับมาพักฟื้นที่เดิมแล้ว แต่คุณพ่อยอมรับว่าสภาพจิตใจของภรรยาย่ำแย่มาก เธอรับไม่ได้กับอุบัติเหตุที่ดู "ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้" แบบนี้ ยิ่งเห็นลูกร้องไห้เพราะความเจ็บปวดจากเข็มเหล็กที่ดามนิ้วไว้ หัวอกคนเป็นพ่อแม่ก็แทบสลายตามไปด้วยบทสรุปและการรับผิดชอบทางคณะกรรมการสาธารณสุขท้องถิ่นระบุว่า นี่เป็น "ความผิดพลาดร้ายแรง" และได้สั่งพักงานพยาบาลคนดังกล่าวแล้ว โดยทางโรงพยาบาลยืนยันจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดในตอนแรก โรงพยาบาลเสนอเงินชดเชยให้ 100,000…

  • อนาคตดับ! อดีตดาราสาว ท้องก่อนแต่งทำชีวิตพลิก ฝ่ายชายไม่รับผิดชอบ สู่การดิ้นรนเอาชีวิตรอดเอง (ข่าวต่างประเทศ)

    อนาคตดับ! อดีตดาราสาว ท้องก่อนแต่งทำชีวิตพลิก ฝ่ายชายไม่รับผิดชอบ สู่การดิ้นรนเอาชีวิตรอดเอง (ข่าวต่างประเทศ)จากเว็บต่างประเทศ ได้รายงานว่า อดีตดาราหญิงรายหนึ่ง กลายเป็นประเด็นสะเทือนใจในสังคม หลังถูกนำมาเปิดเผยผ่านรายการ Super Lucky ของไต้หวัน สะท้อนให้เห็นถึงเส้นทางชีวิตที่พลิกผันจากความโด่งดังในวงการบันเทิง สู่การดิ้นรนเอาชีวิตรอดในบั้นปลายชีวิต จนเพื่อนเก่าอดรู้สึกเห็นใจไม่ได้ถูกเล่าโดย “หลี่เหวินหว่าน” หนึ่งในผู้ร่วมรายการ ซึ่งปกติมักจะถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตของตนเอง แต่ครั้งนี้เธอเลือกเปิดเผยชะตากรรมอันเลวร้ายของเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ที่เคยเป็นนักแสดงสาวสวย มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง หลี่เหวินหว่านเล่าว่า เพื่อนคนนี้เป็นนักแสดงที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น และเมื่อได้รับโอกาสในวงการบันเทิง ก็สามารถสร้างรายได้จำนวนมากในระยะเวลาอันรวดเร็ว “ช่วงแรกเธอหาเงินได้เยอะมากจริง ๆ”อย่างไรก็ตาม ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อเธอตั้งครรภ์โดยที่ยังไม่ได้แต่งงาน ขณะที่ฝ่ายชายไม่แสดงความรับผิดชอบใด ๆ ส่งผลให้ชีวิตเริ่มตกต่ำ งานในวงการบันเทิงค่อย ๆ หายไป และต้องกลับไปทำงานในสถานบันเทิง นั่งกินดื่มเป็นเพื่อนแขกเพื่อหารายได้ จนกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงถึงขั้นตับพัง ในช่วงแรก เธอยังสามารถทำงานตามโรงแรมได้ เนื่องจากยังมีความอ่อนวัยและหน้าตา แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นและความสวยเริ่มโรยรา ทางเลือกในชีวิตยิ่งน้อยลง ท้ายที่สุดจึงต้องตัดสินใจขายเรือนร่างในซ่อง เพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวการติดต่อกับเพื่อนครั้งล่าสุด ทำให้ทราบว่าลูกชายของอดีตดาราสาวเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่กลับไม่สามารถช่วยดูแลหรือแบ่งเบาภาระของแม่ได้ ส่งผลให้เธอต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บขวดพลาสติกและขยะรีไซเคิลไปขาย เพื่อประทังชีวิตในแต่ละวัน ชะตากรรมอันน่าเศร้าในยามแก่ตัวของเพื่อนคนนี้ ทำให้หลี่เหวินหว่านรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก แม้เธอจะไม่เปิดเผยชื่อหรือรายละเอียดส่วนตัวใด ๆ ของอดีตนักแสดงรายนี้…

  • รอคอยมา 16 ปี ชายลิเบียอึ้ง สั่งมือถือ Nokia ตั้งแต่ปี 2010 เพิ่งถึงมือปี 2026

    ลืมไปแล้ว ชายลิเบียอึ้ง สั่งมือถือ Nokia ตั้งแต่ปี 2010 เพิ่งถึงมือปี 2026 ใช้เวลานานเกือบ 16 ปี ลั่น โทรศัพท์ หรือโบราณวัตถุกันแน่?วันที่ 15 ม.ค. 69 กลายเป็นเรื่องราวที่ฮือฮาบนโลกออนไลน์ หลังชายลิเบียในกรุงตริโปลี ได้โทรศัพท์มือถือ Nokia รุ่นเก่า จำนวนหลายกล่อง ที่สั่งซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2010 ใช้เวลานานถึง เกือบ 16 ปี กว่าจะถูกส่งถึงมือท่ามกลางเสียงหัวเราะปนความขมขื่นของเจ้าของสินค้าและเพื่อน ๆ ที่ช่วยกันเปิดกล่องในคลิปวิดีโอในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บน เอกซ์ ชายคนหนึ่งพูดติดตลกว่า “นี่คือโทรศัพท์ หรือโบราณวัตถุกันแน่?”สะท้อนความจริงอันเจ็บปวดว่า เทคโนโลยีที่เคยล้ำค่าในอดีต วันนี้กลายเป็นของล้าสมัยไปแล้ว สงครามลิเบียหยุดทุกอย่าง แม้แต่พัสดุที่อยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตรรายงานระบุว่า ทั้งผู้ส่งและผู้รับสินค้าอยู่ในกรุงตริโปลีเหมือนกัน และระยะทางห่างกันเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น โดยในปี 2010 สินค้าถูกส่งมอบให้ผู้ประสานงานท้องถิ่นตามปกติ แต่ไม่นานหลังจากนั้น ลิเบียเข้าสู่ความโกลาหลจากปฏิบัติการของนาโตและสงครามกลางเมืองถนนถูกปิด ระบบขนส่งหยุดชะงัก เอกสารสูญหาย และพัสดุจำนวนมากหยุดนิ่งไปอย่างไร้คำตอบ การจัดส่งที่ควรใช้เวลาไม่นาน กลับกลายเป็นปริศนาที่ยืดเยื้อกว่าสิบปี⚡️UNUSUALAfter a 16-year wait…

  • สาวฟิลิปปินส์ แซะภาษาอังกฤษคนไทย ทัวร์ลงยับ ยอมขอโทษ ไม่มีเจตนาเหยียด

    นักท่องเที่ยวฟิลิปปินส์เที่ยวไทย เหยียดคนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ต้องใช้เครื่องแปลภาษา ทัวร์ลงยับจนต้องอัดคลิปขอโทษ-ยอมรับผิด ยันไม่มีเจตนาเหยียด แค่สื่อสารแย่ประเด็นร้อนช่วงนี้หนีไม่พ้น กรณี แอน เบอร์ดิน (Ann Berdin) อินฟลูเอนเซอร์สาวชาวฟิลิปปินส์ เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย โพสต์คลิปลงโซเชียลระบุถึงความยากลำบากในการสื่อสารกับคนในกรุงเทพฯ โดยเธอกล่าวประโยคที่จุดชนวนความโกรธแค้นว่า“ฉันเป็นคนฟิลิปปินส์ แน่นอนว่าภาษาอังกฤษของฉันดี แต่พอมาถึงเมืองไทย มันกลายเป็นเรื่องไร้ประโยชน์” นอกจากนี้เธอยังตำหนิไปถึงคนขับในแอปฯ เรียกรถว่าต้องใช้เครื่องแปลภาษาในการสื่อสารหลังจากถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะจากชาวเน็ตไทยที่มองว่าภาษาทางการของประเทศคือภาษาไทย และการเก่งภาษาอังกฤษไม่ใช่เงื่อนไขหลักของการต้อนรับนักท่องเที่ยวในเวลาต่อมาอินฟลูฯ สาวอัดวิดีโอขอโทษและชี้แจงเจตนา ตอนที่เธอทำคลิปไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความเกลียดชังต่อประเทศไทย ไม่ได้ดูถูกที่คนไทยต้องใช้เครื่องแปลภาษา เพราะตัวเธอเองก็ใช้เช่นกัน เพียงแค่อยากแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวเธอยอมรับว่าวิธีการสื่อสารของตนนั้นดูแย่ และเลือกใช้คำพูดที่ผิดจนทำให้คนฟังรู้สึกโกรธเคือง อีกทั้งยอมรับในคลิปขอโทษว่าภาษาอังกฤษของเธอเองก็ไม่ได้ดีเลิศ แต่พอสื่อสารและเข้าใจได้บ้างนักท่องเที่ยวฟิลิปปินส์โอดภาษาอังกฤษไร้ประโยชน์ในไทยเหตุการณ์นี้ทำให้เห็นถึงปัญหาที่ใหญ่กว่าแค่การบ่นของนักท่องเที่ยวเพียงคนเดียว แต่มันคือความอภิสิทธิ์ที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มคาดหวังให้ประเทศเจ้าบ้านต้องปรับตัวเข้าหาภาษาของตน คลิปขอโทษของเธอมียอดวิวใน Facebook สูงถึง 240,000 ครั้ง พร้อมความเห็นที่หลากหลายจากคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชาวเน็ตไทยมองว่านักท่องเที่ยวควรให้เกียรติและเข้าใจบริบทของประเทศที่ไปเยือน แทนที่จะนำเรื่องการสื่อสารมาประจานในโลกออนไลน์รวมถึงเพื่อนร่วมชาติชาวฟิลิปปินส์ที่มองว่าคำพูดของอินฟลูฯ เข้าข่ายดูถูกคนอื่น ชาวเน็ตรายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์ที่อาศัยในไทยมา 2 ปี คอมเมนต์สะกิดใจว่า “เราไม่ได้อยู่ในประเทศตัวเอง ควรปรับตัวและให้เกียรติ ไทยไม่ใช่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก และแอปฯ แปลภาษาก็มีไว้เพื่อช่วยเรื่องนี้”หลายคนยืนยันว่าการมาเที่ยวไทยต้องเตรียมพร้อมใช้ Google Translate และเรียนรู้ภาษาไทยพื้นฐาน จึงจะสามารถเที่ยวได้อย่างมีความสุขอินฟลูฯ สาวฟิลิปปินส์อัดคลิปขอโทษคนไทยข้อมูลจาก :pageone และ…

  • เปิดเหตุผลทำไมไทยถูกสหรัฐฯ ระงับวีซ่าผู้อพยพใหม่ ส่วนวีซ่าอื่นยังขอได้

    สหรัฐฯ เปิดเผยว่า จะระงับกระบวนการขอวีซ่าผู้อพยพจากประชาชน 75 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าปราบปรามผู้อพยพอย่างต่อเนื่องสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จะระงับกระบวนการขอวีซ่าผู้อพยพจากประชาชน 75 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าปราบปรามผู้อพยพอย่างต่อเนื่องอัลจาซีรารายงานว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น (14 มกราคม 69) ว่า กระบวนการขอวีซ่าจะถูกระงับเอาไว้ก่อน สำหรับผู้ขอจาก 75 ประเทศ ซึ่งกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ใช้คำว่า เป็นกลุ่มประเทศที่ผู้อพยพเข้ามาใช้สวัสดิการของประชาชนชาวอเมริกันในระดับที่ยอมรับไม่ได้การระงับดังกล่าวจะยังมีผลต่อเนื่องจนกว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะสามารถรับรองได้ว่า กลุ่มผู้อพยพใหม่ที่ขอวีซ่าจะไม่เข้ามาดูดความมั่งคั่งไปจากชาวอเมริกันโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การระงับกระบวนการขอวีซ่าผู้อพยพจะเริ่มขึ้นวันที่ 21 มกราคมนี้ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะระงับแค่วีซ่าผู้อพยพ และไม่บังคับใช้กับการขอวีซ่าประเภทอื่นที่ไม่ใช่วีซ่าผู้อพยพ อย่างวีซ่าท่องเที่ยวชั่วคราว หรือวีซ่าธุรกิจยังคงขอได้อยู่เช่นเดิมทำไมไทยถึงโดนดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ อธิบายไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว Kobsak Pootrakool ว่า เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทรัมป์เคยโพสต์รายชื่อประเทศที่ผู้อพยพพอเข้าสหรัฐฯ มาแล้ว ต้องมาอาศัยพึ่งพาระบบสวัสดิการของสหรัฐ ในการยังชีพ โดยบางประเทศมีสัดส่วนครัวเรือน…

  • ประกาศแล้ว! จีนส่งสารถึงไทยทันที หลังเหตุเครนก่อสร้างถล่มรถไฟ

    วันที่ 14 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ chinadailyasia ของจีน ได้รายงานว่า รัฐบาลจีนแสดงความเสียใจต่อเหตุโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยวันที่ 14 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ chinadailyasia ของจีน ได้รายงานว่า รัฐบาลจีนแสดงความเสียใจต่อเหตุโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จากกรณีรถไฟโดยสารชนกับเครนก่อสร้างที่ถล่มลงมาในจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันพุธที่ผ่านมารายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย หลังขบวนรถไฟโดยสารประสบอุบัติเหตุชนเข้ากับเครนก่อสร้างที่พังถล่มลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 55 รายเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุในการแถลงข่าวประจำวันว่า จีนได้ส่งความเสียใจไปยังผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมย้ำว่าทางการจีนกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้สาเหตุของอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และทางการจีนจะติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความสนใจของสาธารณชนต่อความปลอดภัยของโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย

  • สหรัฐสั่งระงับการทำวีซ่าทั้งหมดใน 75 ประเทศ รวมไทยด้วย เริ่ม 21 มกราคมนี้

    สหรัฐสั่งระงับการทำวีซ่าทั้งหมดใน 75 ประเทศ รวมไทยด้วย เริ่ม 21 มกราคมนี้เมื่อวันที่ 14 มกราคม เว็บไซต์ฟ็อกซ์นิวส์ (foxnews.com) รายงานว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สั่งระงับการกระบวนการออกวีซ่าทั้งหมดใน 75 ประเทศ เพื่อยกระดับการคัดกรองผู้สมัครที่ถูกมองว่า มีแนวโน้มจะกลายเป็นภาระของรัฐ (Public Charge)โดยบันทึกข้อความของกระทรวงต่างประเทศ ที่ฟ็อกซ์นิวส์ ได้รับรายงานเป็นที่แรก ระบุถึงคำสั่งถึงเจ้าหน้าที่กงสุลให้ปฏิเสธการออกวีซ่าภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ ในระหว่างที่ทางกระทรวงต่างประเทศ กำลังประเมินขั้นตอนการตรวจสอบและคัดกรองผู้สมัครใหม่โดยรายชื่อประเทศที่ถูกระงับการออกวีซ่า มีทั้ง โซมาเลีย , รัสเซีย ,อัฟกานิสถาน , บราซิล , อิหร่าน ,อิรัก ,อียิปต์ , ไนจีเรีย , เยเมน และอีกหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยรายงานระบุว่า การระงับดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมนี้ และจะดำเนินต่อไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่ากระทรวงต่างประเทศ จะเสร็จสิ้นการประเมินกระบวนการออกวีซ่ารอบใหม่ทั้งนี้ ฟ็อกซ์นิวส์ รายงานว่า ประเทศโซมาเลีย ถูกจับตามองเป็นพิเศษจากเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลาสหรัฐ จากกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการฉ้อโกงวงกว้างในรัฐมินนิโซตา ซึ่งอัยการตรวจพบการทุจริตโครงสร้างสวัสดิการที่ใช้เงินภาษีประชาชนอย่างมหาศาล โดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมากเป็นชาวโซมาเลีย…

  • ช็อกโลก! เปิดโปงธุรกิจ “ค้าศพ” แยกอวัยวะผู้เสียชีวิตขาย เผยราคาแต่ละส่วน สูงลิ้วเฉียดครึ่งล้าน

    เปิดโปงธุรกิจ “นายหน้าขายศพ” แยกร่างขายทั่วโลก ญาติผู้เสียชีวิต ช็อก บริจาคร่าง เจอชิ้นส่วนโผล่ที่อื่นเปิดโปงธุรกิจ “นายหน้าขายศพ” แยกร่างขายทั่วโลก ญาติผู้เสียชีวิต ช็อก บริจาคร่าง เจอชิ้นส่วนโผล่ที่อื่นอุตสาหกรรมค้าร่างผู้เสียชีวิตเพื่อแสวงหากำไร กำลังกลายเป็นประเด็นฉาวสะเทือนสังคมในสหรัฐอเมริกา หลังมีการเปิดโปงว่ามีบริษัทนายหน้ากว่า 25 แห่ง นำร่างที่ได้รับบริจาคเพื่อการกุศลมาแยกชิ้นส่วนขาย สร้างรายได้รวมกว่า 392 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 3 ปี โดยอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายที่ยังไม่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดรายงานระบุว่า ร่างและอวัยวะมนุษย์จากสหรัฐฯ ถูกส่งออกไปยังมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก รวมถึงสหราชอาณาจักร ภายใต้ชื่อว่า “ธนาคารเนื้อเยื่อเพื่อการศึกษา” ทั้งที่ในความเป็นจริงคือธุรกิจที่แปรสภาพศพมนุษย์ให้กลายเป็นสินค้าครอบครัวช็อก บริจาคศพเพื่อกุศล แต่ถูกนำไปขายหนึ่งในกรณีที่สร้างความสะเทือนใจคือ ฟาร์ราห์ ฟาโซลด์ ซึ่งตั้งใจบริจาคร่างของพ่อที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเพื่อใช้ในการศึกษา แต่ภายหลังกลับพบว่า “แขน” ของพ่อเธอถูกทิ้งรวมอยู่ในถังขยะ พร้อมเศษซากมนุษย์อื่น ๆ อย่างไร้ศักดิ์ศรีอีกกรณีคือ คิม เอริก แม่ผู้สูญเสียลูกชายจากการฆ่าตัวตาย เธอได้รับแจ้งว่าศพลูกถูกนำไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น แต่ต่อมากลับพบว่าร่างของลูกชายถูกนำไปจัดแสดงในท่า “The Thinker” หรือคนนั่งใช้ความคิด ในนิทรรศการที่ลาสเวกัส โดยไม่เคยได้รับความยินยอมจากครอบครัวช่องโหว่กฎหมาย เปิดทางธุรกิจศพเติบโตแม้กฎหมายสหรัฐฯ…