Category: อาชญากรรม
-
เจอตัวแล้ว ไรเดอร์ ส่งพัสดุให้ แอร์สาวไทย
ไรเดอร์หนุ่มเข้าพบตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ แจงปมส่งพัสดุให้พนักงานสายการบินที่ถูกจับกุมคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติดข้ามชาติที่ออสเตรเลีย ยืนยันความบริสุทธิ์ใจเมื่อเวลา 23.30 น. ของวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ นายกิตติกร (ขอสงวนนามสกุล) พนักงานส่งพัสดุของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อลงบันทึกประจำวันและชี้แจงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีกระแสข่าวและภาพเผยแพร่เชื่อมโยงเขากับคดีที่พนักงานสายการบินรายหนึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียจับกุมตัวตามที่เป็นข่าวโด่งดังในขณะนี้นายกิตติกร เปิดเผยว่า ตนเป็นพนักงานส่งพัสดุตามปกติ และได้มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับคดีดังกล่าวแต่อย่างใด เหตุการณ์ที่ปรากฏในข่าวว่ามีบุคคลนำส่งพัสดุนั้นคือตนเอง ซึ่งเป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายเท่านั้นพนักงานส่งพัสดุรายนี้เล่าว่า ในวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตนมีพัสดุที่ต้องจัดส่งกว่า 100 ชิ้น และพัสดุชิ้นที่เป็นข่าวอยู่ในเส้นทางที่ตนต้องรับผิดชอบ การจัดส่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติ โดยได้นำพัสดุไปวางไว้ใต้คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางนา และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นผู้รับ ซึ่งเป็นวิธีการส่งพัสดุที่ตนปฏิบัติเป็นประจำนายกิตติกรยืนยันว่า หลังจากส่งพัสดุชิ้นดังกล่าวเสร็จสิ้น ก็ได้ไปปฏิบัติหน้าที่จัดส่งพัสดุในพื้นที่อื่นต่อ โดยไม่มีรายได้พิเศษใดๆ นอกเหนือจากค่าตอบแทนจากบริษัท พัสดุชิ้นนั้นระบุชื่อผู้รับว่า “มีนา” และตนเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดในข่าวที่ตนเป็นคนนำส่ง ซึ่งทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เกรงว่าจะถูกเข้าใจผิดว่ามีส่วนรู้เห็น จึงตัดสินใจเข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจกับเจ้าหน้าที่“ผมทำงานที่นี่มา 1 ปี 2 เดือน ปกติเส้นทางนี้จะเป็นของเพื่อนร่วมงานซึ่งจะหยุดในวันอังคาร แล้วผมจะมาวิ่งแทน พัสดุส่วนมากที่ผมเคยส่งจะมีน้ำหนักประมาณกิโลกว่าเกือบทั้งหมด ผมยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็น ยืนยันไม่มีรายได้พิเศษจากทางอื่น เป็นเพียงพนักงานบริษัท”…
-
ไรเดอร์ส่งกระเป๋าให้ “แอร์สาว”พบตำรวจ ยันบริสุทธิ์ใจไม่รู้ข้างในซุกยา
โผล่แสดงตัว! ไรเดอร์ส่งกระเป๋าให้ โผล่แสดงตัว! ไรเดอร์ส่งกระเป๋าให้ "แอร์สาว" รุดพบตำรวจ ยันบริสุทธิ์ใจไม่รู้ในสิ่งของซุกยาเมื่อเวลา 24.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน ที่สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ นายกิตติกร ไรเดอร์ที่กำลังถูกพูดถึง จากกรณีนำกระเป๋าสินค้าที่ถูกว่าจ้างให้นำมาส่งให้กับพนักงานบริการสายการบินฉาวที่ปรากฏเป็นข่าวตกเป็นผู้ต้องหาขนยาเสพติดข้ามชาติและถูกตำรวจออสเตียเรียจับกุมตัวตามที่ปรากฎเป็นข่าวในขณะนี้ซึ่งล่าสุดมีการเผยแพร่ไรเดอร์ปริศนาผู้ที่นำสินค้าดังกล่าวมาส่งให้กับแอร์สาวที่คอนโด หลังจากที่มีกระแสข่าวตามหาตัวไรเดอร์ เจ้าตัวจึงรีบเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนของ สภ.สำโรงเหนือ เพื่อลงบันทึกประจำวันและชี้แจงความบริสุทธิ์ใจกับทางตำรวจนายกิตติกร ให้สัมภาษณ์บอกว่า ตนเองคือไรเดอร์ที่ปรากฏตามภาพกล้องวงจรปิดที่หน้าคอนโดของสาวแอร์คนดังกล่าวจริง และเป็นผู้ที่นำสินค้าดังกล่าวไปส่งให้จริง แต่ยืนยันว่าไม่ทราบมาก่อนว่าสินค้าดังกล่าวคือชนิดใด และภายในมีการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ เนื่องจากตนเองเป็นเพียงขนส่งที่ได้รับการว่าจ้างจากผ่านทางแอปพลิเคชั่นให้บริการขนส่งปกติตนเป็นพนักงานส่งพัสดุค่ายหนึ่ง วันนี้มาพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตนแค่ส่งพัสดุตามหน้าที่ เรื่องที่เป็นข่าวเรื่องยาว่ามีคนไปส่งพัสดุ บุคคลในนั้นคือตน วันนั้นตนมีส่งพัสดุ 100 กว่าชิ้น แล้วพัสดุชิ้นนั้นอยู่ในเส้นทางของตนที่ต้องเป็นคนไปส่ง โดยการขี่มอเตอร์ไซค์ส่งพัสดุ เป็นการไปส่งพัสดุตามปกติ โดยไปวางไว้ใต้ตึกคอนโด แล้วรปภ.เป็นคนรับ ซึ่งหลังจากตนส่งพัสดุเสร็จตนก็กลับ ไปขี่ส่งพัสดุที่อื่นต่อ ตนไม่มีรายได้พิเศษจากการส่งพัสดุ ได้แค่รายได้จากทางบริษัท พัสดุชิ้นนั้นตนไปส่งตั้งแต่วันที่ 23 ชื่อผู้รับชื่อมีนา ตนเห็นในข่าว เป็นคลิปกล้องวงจรปิดที่ตนได้ไปส่งพัสดุชิ้นนั้น จึงอยากมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ ที่ตนรู้เพราะมีนักข่าวเข้ามาที่คลังเพื่อตรวจสอบว่าใครเป็นคนส่งพัสดุ ตนยืนยันว่าตนเป็นพนักงานของบริษัทจริง และส่งพัสดุตามหน้าที่ ซึ่งตนทำงานที่นี่มาได้ 1 ปี…
-
บริสุทธิ์ใจ! ‘ไรเดอร์หนุ่ม’ บุกโรงพัก ยันแค่ส่งพัสดุตามหน้าที่ ไร้เอี่ยวคดี’แอร์สาว’
ไรเดอร์หนุ่มแจ้นพบตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ลงบันทึกประจำวันแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังเห็นคลิปวงจรปิดว่อนเน็ต ยันแค่ส่งพัสดุ ไม่เกี่ยวข้อง แอร์สาว ขนยาเสพติดโดนรวบคาสนามบินออสเตรเลียกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว ทางการออสเตรเลีย ดำเนินคดีกับพนักงานสายการบินหญิงชาวไทย อายุ 26 ปี ในฐานะลูกเรือของเที่ยวบินระหว่างประเทศ ฐานพยายามลักลอบนำเข้าเฮโรอีน 1 กิโลกรัม หลังจากแอบซุกซ่อนมาในกระเป๋าสัมภาระ 12 ใบ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 69 ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้นว่อนเน็ต! แฉแชต ‘แอร์สาว’ รับหิ้วกระเป๋าไปออสเตรเลียก่อนเจอสารเสพติด เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 30 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ นายกิตติกร ไรเดอร์ขนส่งบริษัทแห่งหนึ่ง ที่กำลังถูกพูดถึงจากกรณีนำกระเป๋าสินค้าที่ถูกว่าจ้างให้นำมาส่งให้กับ แอร์สาวที่ปรากฏเป็นข่าวตกเป็นผู้ต้องหาขนยาเสพติดข้ามชาติ และถูกตำรวจออสเตรเลีย จับกุมตัวตามที่ปรากฎเป็นข่าวในขณะนี้ซึ่งล่าสุดมีการเผยแพร่ ภาพไรเดอร์ปริศนาผู้ที่นำสินค้าดังกล่าวมาส่งให้กับแอร์สาวที่คอนโดย่านบางนา ซึ่งหลังจากที่มีกระแสข่าวตามหาตัวไรเดอร์ เจ้าตัวจึงรีบเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ เพื่อลงบันทึกประจำวันและชี้แจงความบริสุทธิ์ใจกับทางตำรวจนายกิตติกร บอกว่า เป็นพนักงานส่งพัสดุค่ายหนึ่ง วันนี้ มาพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตนแค่ส่งพัสดุตามหน้าที่เรื่องที่เป็นข่าวเรื่องยาเสพติด ว่ามีคนไปส่งพัสดุ…
-
เร่งหาร่างเหยื่อ! รวบ ‘ไอ้มอส’ กระหน่ำทุบลุงวัย 61 สลบ-อุ้มขึ้นซาเล้งหนีหาย
จับแล้ว เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ฝ่ายปกครองตำบลทุ่งนนทรี อ.เขาสมิง จ.ตราด รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในซอยนาคประสิทธิ์ หมู่ 9 ต.ทุ่งนนทรี จึงได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาสมิง พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และอาสากู้ภัยสว่างบุญช่วยเขตเขาสมิง เร่งเดินทางไปให้การช่วยเหลือ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงจุดเกิดเหตุกลับไม่พบทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ก่อเหตุจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของบ้านหลังหนึ่งในบริเวณดังกล่าว สามารถบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นขณะที่นายบุญอยู่ อายุประมาณ 61 ปี ผู้บาดเจ็บ กำลังเดินออกกำลังกายซึ่งเป็นการมาเดินออกกำลังกายวันแรก จากนั้นมี นายมอส (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 32 ปี ผู้ก่อเหตุ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ ทะเบียน ตราด เข้ามาประกบ ก่อนเดินลงจากรถมามีปากเสียงกันเล็กน้อยจนลุกลามบานปลายไปสู่การชกต่อยจากนั้นนายบุญอยู่ สู้ไม่ได้จึงพยายามคว้าไม้จากกองไม้บริเวณนั้นมาเพื่อป้องกันตัว แต่ก็สู้แรงไม่ไหวเนื่องจากนายมอส เป็นคนรูปร่างอ้วนใหญ่ จึงถูกนายมอส แย่งไม้ไปได้ ก่อนที่ใช้ไม้ตีเข้าที่ศีรษะของนายบุญอยู่ จนล้มลง ท่ามกลางความตกใจของชาวบ้านที่พยายามเข้าไปห้ามปรามแต่ก็ไม่เป็นผลความรุนแรงยังไม่จบเพียงเท่านั้น นายมอส ยังได้หยิบด้ามไม้กวาดจากกองไม้มาฟาดซ้ำอีกหลายครั้งแล้วขี่รถออกไปจากจุดเกิดเหตุ เพียงไม่นานนายมอส ก็ขี่รถวนกลับมาอีกรอบ คราวนี้ได้ใช้ท่อนไม้ไผ่กระหน่ำตีไปที่ศีรษะของนายบุญ อยู่อีกหลายครั้งจนร่างของนายบุญอยู่ นอนแน่นิ่งไปจากนั้นนายมอสจึงขี่รถกลับไปที่สวนของตนเองเพื่อเปลี่ยนเอารถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (รถซาเล้ง)…
-
ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยจรัญสนิทวงศ์ 75 เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง เร่งระดมฉีดน้ำ
ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยจรัญสนิทวงศ์ 75 เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง เร่งระดมฉีดน้ำเวลา 22.55 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2569 รับแจ้งจากสายด่วน 199 เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยจรัญสนิทวงศ์ 75 แยก 25-2 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัด เขตบางพลัด เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางอ้อ กำลังไปที่เกิดเหตุเวลา 23.04 น. เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยจรัญสนิทวงศ์ 75 แยก 25-2 เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางอ้อ,บวรมงคล ถึงที่เกิดเหตุ ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น อยู่ระหว่างใช้น้ำทำการดับภาพ/ ม.ร่วมกตัญญู
-
หนุ่มเบนซ์ป้ายแดงสติหลุด ช็อกเมียขอเลิก คุมอารมณ์ไม่ได้ พุ่งชนยับ8คัน
สติหลุดพุ่งชนยับ 8 คัน! หนุ่มควบเบนซ์ป้ายแดงกวาดเรียบถนนศรีวรา เจ็บ 2 ราย เป่าแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ สารภาพช็อกเมียขอเลิก จนคุมอารมณ์ไม่ได้สติหลุดพุ่งชนยับ 8 คัน! หนุ่มควบเบนซ์ป้ายแดงกวาดเรียบถนนศรีวรา เจ็บ 2 ราย เป่าแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ สารภาพช็อกเมียขอเลิก จนคุมอารมณ์ไม่ได้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนต่อเนื่องหลายคัน บริเวณถนนศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 69 จึงรุดเข้าตรวจสอบ พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรที่เกิดเหตุพบรถยนต์ได้รับความเสียหายจอดกระจัดกระจายอยู่ริมถนนรวม 8 คัน โดยรถต้นเหตุเป็นรถเบนซ์สีเทา ป้ายแดง มีนายปรีชาชาญ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี เป็นผู้ขับขี่ ส่วนรถคู่กรณีที่ได้รับความเสียหาย ประกอบด้วย รถยนต์ฮอนด้า สีขาว, โตโยต้า สีดำ, โตโยต้า สีน้ำตาล จำนวน 2 คัน, บีวายดี…
-
ศาลสั่งคุกผู้จัดการ พนักงานธนาคาร 4 ราย เอื้อเปิดบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2569 ที่ศาลจังหวัดพัทยา ศาลได้อ่านคำพิพากษาในคดีดำที่ อ.968/2568 และคดีแดงที่ อ.726/2569 โดยพิพากษาลงโทษจำเลยรวม 8 ราย ในความผิดหลายข้อหา ได้แก่ จัดหาบัญชี ยินยอมหรือเปิดให้ใช้บัญชีเพื่อกระทำความผิดเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2569 ที่ศาลจังหวัดพัทยา ศาลได้อ่านคำพิพากษาในคดีดำที่ อ.968/2568 และคดีแดงที่ อ.726/2569 โดยพิพากษาลงโทษจำเลยรวม 8 ราย ในความผิดหลายข้อหา ได้แก่ จัดหาบัญชี ยินยอมหรือเปิดให้ใช้บัญชีเพื่อกระทำความผิด สนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ฟอกเงิน และปลอมเอกสารสิทธิ จากกรณีร่วมกันจัดหาบัญชีธนาคารเพื่อใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการสาขาและพนักงานของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย 1. นายสุรสิทธิ์ ผู้จัดการสาขา 2. น.ส.สิริลักษณ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด 3. น.ส.ชุติมา พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ และ 4. นายทรงพล พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 13…
-
วิจารณ์สนั่น แท็กซี่ทำร้ายผู้หญิงตรงข้ามห้างดังฝั่งธนฯ
(30 มิ.ย. 69) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล หลังเพจเฟซบุ๊ก "เจ๊ม้อย V+" เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ชายคนขับรถแท็กซี่สีขาว ก่อเหตุทำร้ายร่างกายหญิงสาวรายหนึ่งจนล้มกองกับพื้นริมถนน บริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าหลักสอง ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านบางแค โดยคลิปดังกล่าวเผยให้เห็นภาพชายคนดังกล่าวลงมือทำร้ายหญิงสาวอย่างรุนแรงแม้เจ้าตัวจะล้มลงไปแล้ว ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการใช้ความรุนแรงดังกล่าว.จากการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ แม่ค้าในละแวกใกล้เคียงให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. โดยได้ยินเสียงโต้เถียงกันดังออกมาจากริมถนน ก่อนที่ชายคนขับแท็กซี่จะลงมาทำร้ายหญิงสาว พยานระบุว่าได้ยินฝ่ายชายตะโกนด่าทอเรื่องที่หญิงสาวไม่ยอมจ่ายค่าโดยสาร ทั้งนี้ผู้เห็นเหตุการณ์ยังตั้งข้อสังเกตว่าหญิงสาวคนดังกล่าวน่าจะมีอาการไม่สมประกอบ เนื่องจากมักพบเห็นเดินวนเวียนอยู่ในย่านนี้เป็นประจำ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปรามเนื่องจากเกรงจะได้รับอันตราย.เบื้องต้นจากการสอบถามไปยังสถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษม ทราบว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายหรือคู่กรณีรายใดเข้าแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
-
เชือกขาด นาทีดึงถังปริศนาคดี “เจี่ย”ถูกฆ่ายัดถังปูนถ่วงน้ำ
ยังเอาขึ้นไม่ได้! เชือกขาดนาทีดึงถังปริศนาคดี ยังเอาขึ้นไม่ได้! เชือกขาดนาทีดึงถังปริศนาคดี "เจี่ย"ถูกฆ่ายัดถังปูนถ่วงน้ำ กู้ภัยงม 4 ชม. ยังกู้ไม่สำเร็จวันนี้ (30 มิ.ย.69) เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีฆาตกรรมนายอุเทน หรือ “เจี่ย” ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน ทีมนักประดาน้ำ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงปฏิบัติภารกิจค้นหาวัตถุต้องสงสัยภายในบ่อน้ำอย่างต่อเนื่อง หลังจากเบื้องต้นมีรายงานว่าพบวัตถุต้องสงสัยใต้น้ำ ซึ่งคาดว่าเป็นถังพลาสติกสีน้ำเงิน ภายในมีลักษณะคล้ายปูนอยู่ด้านในเจ้าหน้าที่ได้ทำการวางทุ่นมาร์กจุดบริเวณดังกล่าวไว้ โดยจุดที่พบวัตถุต้องสงสัยอยู่ห่างจากแพปลา ซึ่งเป็นจุดที่มีการนั่งสังสรรค์ก่อนเกิดเหตุ ประมาณ 50 เมตรอย่างไรก็ตาม การปฏิบัติภารกิจเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากวัตถุต้องสงสัยอยู่ในระดับความลึกประมาณ 25 เมตร และจนถึงขณะนี้ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่สามารถนำถังหรือวัตถุต้องสงสัยขึ้นมาจากใต้น้ำได้มีรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ได้พยายามนำเชือกลงไปผูกกับถังดังกล่าว เพื่อใช้เรือดึงเพื่อยกขึ้นจากใต้น้ำ แต่ระหว่างปฏิบัติการเชือกเกิดขาด ทำให้ไม่สามารถนำถังขึ้นมาได้ ต้องเริ่มวางแผนสแกนถังใต้ผิวน้ำใหม่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างวางแผนการปฏิบัติอีกครั้ง โดยมีการซ้อมจำลองวิธียกถังพลาสติก ก่อนจะลงมือปฏิบัติการอีกครั้ง เพื่อให้การนำวัตถุต้องสงสัยขึ้นมาเป็นไปอย่างปลอดภัยขณะเดียวกัน น.ส.ยง พี่สาวของนายอุเทน หรือ “เจี่ย” ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุตั้งแต่ช่วงบ่าย หลังทราบข่าวว่ามีการพบวัตถุต้องสงสัย เธอเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนอยากให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็ว…
-
เปิดวงจรปิดนาทีแอร์สาวรับกล่อง “เฮโรอีน” หน้าคอนโดฯ ก่อนถูกรวบที่ออสซี่
โฆษก ป.ป.ส. เผยความคืบหน้าคดีแอร์สาวไทยขนเฮโรอีน 1 กิโลฯ เข้าออสเตรเลีย กล้องวงจรปิดมัดตัวชัด รับกล่องพัสดุปริศนาหน้าคอนโดฯ ย่านบางนาก่อนบิน เผยตรวจค้นห้องพักเจอแต่กล่องเปล่า เตรียมลุยค้นบ้านแม่ที่พะเยาหาหลักฐานเพิ่ม ด้านแฟนหนุ่มยันบริสุทธิ์ใจไม่รู้เรื่องด้วยเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ชี้แจงถึงกรณีที่แอร์สาวสายการบินไทย อายุ 26 ปี ลักลอบนำยาเสพติดเฮโรอีน ปริมาณ 1 กก. เข้าประเทศออสเตรเลีย หลังจากที่ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางนา ว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบมีชายนำกล่องพัสดุมาส่งให้ที่หน้าคอนโดฯแต่ไม่สามารถเห็นได้ชัดเจนเนื่องจากอยู่นอกเขตพื้นที่ของคอนโดฯ จากนั้นพบภาพของแอร์สาวถือพัสดุกลับขึ้นห้อง ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานที่เจอในห้องว่าเป็นกล่องพัสดุเปล่าไม่ระบุผู้ส่ง ซึ่งทางเราจะนำไปตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง ส่วนภายในห้องจากที่ตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งตอนนี้จะไปขยายผลที่บ้านแม่ในจังหวัดพะเยาส่วนแฟนหนุ่ม จากการสอบถาม ระบุว่าไม่ทราบพฤติกรรมของแฟนสาว และในวันเกิดเหตุไม่ได้รับการติดต่อจากแฟนสาว เนื่องจากตำรวจที่ออสเตรเลียให้โทรศัพท์ได้เพียงหนึ่งสาย แฟนสาวจึงโทรฯ หาแม่ที่จังหวัดพะเยาแทน และแฟนหนุ่มจึงทราบจากการสอบถามผ่านเพื่อนแอร์