Category: อาชญากรรม

  • วิจารณ์สนั่น แท็กซี่ทำร้ายผู้หญิงตรงข้ามห้างดังฝั่งธนฯ

    (30 มิ.ย. 69) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล หลังเพจเฟซบุ๊ก "เจ๊ม้อย V+" เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ชายคนขับรถแท็กซี่สีขาว ก่อเหตุทำร้ายร่างกายหญิงสาวรายหนึ่งจนล้มกองกับพื้นริมถนน บริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าหลักสอง ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านบางแค โดยคลิปดังกล่าวเผยให้เห็นภาพชายคนดังกล่าวลงมือทำร้ายหญิงสาวอย่างรุนแรงแม้เจ้าตัวจะล้มลงไปแล้ว ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการใช้ความรุนแรงดังกล่าว.จากการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ แม่ค้าในละแวกใกล้เคียงให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. โดยได้ยินเสียงโต้เถียงกันดังออกมาจากริมถนน ก่อนที่ชายคนขับแท็กซี่จะลงมาทำร้ายหญิงสาว พยานระบุว่าได้ยินฝ่ายชายตะโกนด่าทอเรื่องที่หญิงสาวไม่ยอมจ่ายค่าโดยสาร ทั้งนี้ผู้เห็นเหตุการณ์ยังตั้งข้อสังเกตว่าหญิงสาวคนดังกล่าวน่าจะมีอาการไม่สมประกอบ เนื่องจากมักพบเห็นเดินวนเวียนอยู่ในย่านนี้เป็นประจำ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปรามเนื่องจากเกรงจะได้รับอันตราย.เบื้องต้นจากการสอบถามไปยังสถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษม ทราบว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายหรือคู่กรณีรายใดเข้าแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

  • เชือกขาด นาทีดึงถังปริศนาคดี “เจี่ย”ถูกฆ่ายัดถังปูนถ่วงน้ำ

    ยังเอาขึ้นไม่ได้! เชือกขาดนาทีดึงถังปริศนาคดี ยังเอาขึ้นไม่ได้! เชือกขาดนาทีดึงถังปริศนาคดี "เจี่ย"ถูกฆ่ายัดถังปูนถ่วงน้ำ กู้ภัยงม 4 ชม. ยังกู้ไม่สำเร็จวันนี้ (30 มิ.ย.69) เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีฆาตกรรมนายอุเทน หรือ “เจี่ย” ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน ทีมนักประดาน้ำ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงปฏิบัติภารกิจค้นหาวัตถุต้องสงสัยภายในบ่อน้ำอย่างต่อเนื่อง หลังจากเบื้องต้นมีรายงานว่าพบวัตถุต้องสงสัยใต้น้ำ ซึ่งคาดว่าเป็นถังพลาสติกสีน้ำเงิน ภายในมีลักษณะคล้ายปูนอยู่ด้านในเจ้าหน้าที่ได้ทำการวางทุ่นมาร์กจุดบริเวณดังกล่าวไว้ โดยจุดที่พบวัตถุต้องสงสัยอยู่ห่างจากแพปลา ซึ่งเป็นจุดที่มีการนั่งสังสรรค์ก่อนเกิดเหตุ ประมาณ 50 เมตรอย่างไรก็ตาม การปฏิบัติภารกิจเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากวัตถุต้องสงสัยอยู่ในระดับความลึกประมาณ 25 เมตร และจนถึงขณะนี้ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่สามารถนำถังหรือวัตถุต้องสงสัยขึ้นมาจากใต้น้ำได้มีรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ได้พยายามนำเชือกลงไปผูกกับถังดังกล่าว เพื่อใช้เรือดึงเพื่อยกขึ้นจากใต้น้ำ แต่ระหว่างปฏิบัติการเชือกเกิดขาด ทำให้ไม่สามารถนำถังขึ้นมาได้ ต้องเริ่มวางแผนสแกนถังใต้ผิวน้ำใหม่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างวางแผนการปฏิบัติอีกครั้ง โดยมีการซ้อมจำลองวิธียกถังพลาสติก ก่อนจะลงมือปฏิบัติการอีกครั้ง เพื่อให้การนำวัตถุต้องสงสัยขึ้นมาเป็นไปอย่างปลอดภัยขณะเดียวกัน น.ส.ยง พี่สาวของนายอุเทน หรือ “เจี่ย” ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุตั้งแต่ช่วงบ่าย หลังทราบข่าวว่ามีการพบวัตถุต้องสงสัย เธอเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนอยากให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็ว…

  • เปิดวงจรปิดนาทีแอร์สาวรับกล่อง “เฮโรอีน” หน้าคอนโดฯ ก่อนถูกรวบที่ออสซี่

    โฆษก ป.ป.ส. เผยความคืบหน้าคดีแอร์สาวไทยขนเฮโรอีน 1 กิโลฯ เข้าออสเตรเลีย กล้องวงจรปิดมัดตัวชัด รับกล่องพัสดุปริศนาหน้าคอนโดฯ ย่านบางนาก่อนบิน เผยตรวจค้นห้องพักเจอแต่กล่องเปล่า เตรียมลุยค้นบ้านแม่ที่พะเยาหาหลักฐานเพิ่ม ด้านแฟนหนุ่มยันบริสุทธิ์ใจไม่รู้เรื่องด้วยเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ชี้แจงถึงกรณีที่แอร์สาวสายการบินไทย อายุ 26 ปี ลักลอบนำยาเสพติดเฮโรอีน ปริมาณ 1 กก. เข้าประเทศออสเตรเลีย หลังจากที่ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางนา ว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบมีชายนำกล่องพัสดุมาส่งให้ที่หน้าคอนโดฯแต่ไม่สามารถเห็นได้ชัดเจนเนื่องจากอยู่นอกเขตพื้นที่ของคอนโดฯ จากนั้นพบภาพของแอร์สาวถือพัสดุกลับขึ้นห้อง ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานที่เจอในห้องว่าเป็นกล่องพัสดุเปล่าไม่ระบุผู้ส่ง ซึ่งทางเราจะนำไปตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง ส่วนภายในห้องจากที่ตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งตอนนี้จะไปขยายผลที่บ้านแม่ในจังหวัดพะเยาส่วนแฟนหนุ่ม จากการสอบถาม ระบุว่าไม่ทราบพฤติกรรมของแฟนสาว และในวันเกิดเหตุไม่ได้รับการติดต่อจากแฟนสาว เนื่องจากตำรวจที่ออสเตรเลียให้โทรศัพท์ได้เพียงหนึ่งสาย แฟนสาวจึงโทรฯ หาแม่ที่จังหวัดพะเยาแทน และแฟนหนุ่มจึงทราบจากการสอบถามผ่านเพื่อนแอร์

  • รวบครูปกครองหื่น โรงเรียนดังเชียงใหม่ ย่ำยีลูกศิษย์ ม.2 มาราธอน 1 ปี

    รวบครูปกครองหื่น โรงเรียนดังเชียงใหม่ ย่ำยีลูกศิษย์ ม.2 มาราธอน 1 ปี แม่ใจเด็ดปฏิเสธ สจ. เคลียร์ สพฐ. ฟันวินัยร้ายแรงสั่งให้ออกทันทีรวบครูปกครองหื่น โรงเรียนดังเชียงใหม่ ย่ำยีลูกศิษย์ ม.2 มาราธอน 1 ปี แม่ใจเด็ดปฏิเสธ สจ. เคลียร์ สพฐ. ฟันวินัยร้ายแรงสั่งให้ออกทันทีคดีนี้เริ่มจากวันที่ 25 มิ.ย.69 นางน้อย (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ได้พา น้องเนย (นามสมมติ) ลูกสาววัย 13 ปี นักเรียนชั้นม.2 โรงเรียนชื่อดัง เดินทางจาก จ.เชียงใหม่ เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า น้องเนย ถูกนายหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 41 ปี ครูฝ่ายปกครอง และเป็นครูสอนวิชาสังคม ล่อลวงไปข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น…

  • มักง่ายเกินไป? มือดีโยนหัวหมูเน่านับร้อยทิ้งบึงน้ำผลิตประปา

    (30 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวละออ เกาะด่างกลาง สมาชิกสภาเทศบาลเมืองบัวใหญ่ พร้อมด้วย นายวิเชียร ไพราม ชาวบ้านในพื้นที่ ได้นำคณะสื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณบึงน้ำภายในสวนเฉลิมพระเกียรติ ต.บัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา หลังรับแจ้งว่าพบหัวหมูจำนวนมากถูกนำมาทิ้งลอยอยู่ภายในบึงน้ำดังกล่าว โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ของวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งหัวหมูที่พบทั้งหมดอยู่ในสภาพเน่าเปื่อยและส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณทางนางสาวละออจึงได้รีบประสานเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบัวใหญ่ให้เร่งส่งทีมเข้ามาจัดเก็บซากหัวหมูออกจากบึงน้ำโดยด่วน เนื่องจากสระน้ำแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตน้ำประปาเพื่อให้บริการแก่ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ หากปล่อยไว้อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและสร้างความเสียหายต่อระบบผลิตน้ำประปาได้โดยนายวิเชียรเล่าว่า ขณะที่ตนออกมาตรวจดูระดับน้ำและกับดักปลาตามปกติ ได้สังเกตเห็นวัตถุคล้ายหัวหมูลอยอยู่บนผิวน้ำนับร้อยหัว บางส่วนเริ่มส่งกลิ่นเหม็นและทำให้น้ำเกิดฟองเน่าเสีย จึงรีบแจ้ง สท. ในพื้นที่เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ต่างรู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากเป็นการซ้ำเติมแหล่งน้ำสาธารณะ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวนสอบสวนเช็กกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเพื่อหาตัวผู้ที่นำซากสัตว์มาทิ้งมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีก

  • รู้แล้ว! คนเดียวที่ทางการออสเตรเลีย อนุญาตให้แอร์สาวติดต่อได้

    รัฐมนตรียุติธรรมเผยความคืบหน้าคดีแอร์สาวถูกจับที่ออสเตรเลีย ป.ป.ส.เข้าตรวจค้นคอนโดฯ พบหลักฐานชายปริศนาโยนกระเป๋าหน้าอาคาร เร่งสอบแม่ที่พะเยาพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เปิดเผยความคืบหน้าสำคัญในคดีที่แอร์โฮสเตสสาวของสายการบินแห่งหนึ่ง ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมพร้อมกระเป๋าที่ต้องสงสัยว่ามีการลักลอบขนยาเสพติด โดยเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้เข้าตรวจค้นห้องพักของผู้ถูกกล่าวหาภายในคอนโดมิเนียมย่านบางนาจากการตรวจค้นห้องพัก แฟนหนุ่มของแอร์โฮสเตสสาว ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ พร้อมประสานนิติบุคคลของคอนโดมิเนียมเพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 มีชายไม่ทราบชื่อรายหนึ่ง สวมเสื้อฮู้ด นำกระเป๋ามาส่งไว้บริเวณหน้าคอนโดมิเนียมในช่วงเวลากลางคืน โดยชายคนดังกล่าวไม่ได้เข้าไปภายในอาคารแต่อย่างใด ขณะที่การตรวจค้นภายในห้องพักไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย พบเพียงกล่องพัสดุที่ใช้สำหรับจัดส่งสินค้าจำนวนหนึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังได้ระบุถึงข้อมูลจากเพื่อนของผู้ต้องหาว่า แอร์โฮสเตสรายนี้รับงานหิ้วของเพื่อเป็นรายได้เสริม ซึ่งทาง ป.ป.ส. ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้ว ไม่พบความผิดปกติ และเงินในบัญชีมีจำนวนไม่มากนัก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่สอบปากคำมารดาของผู้ถูกกล่าวหาที่จังหวัดพะเยา เพื่อรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมข้อมูลจากทางการออสเตรเลียระบุว่า มีกระเป๋าเดินทางทั้งหมด 12 ใบ แต่ตรวจพบสิ่งผิดปกติเพียง 2 ใบ ซึ่งมีลักษณะการซุกซ่อนที่เป็นรูปแบบที่ขบวนการค้ายาเสพติดมักใช้เป็นประจำ และสามารถผ่านขั้นตอนการตรวจสอบจากประเทศไทยออกไปได้ สร้างข้อกังวลเกี่ยวกับมาตรการคัดกรองสัมภาระในประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่า ผู้ถูกกล่าวหารู้เห็นกับการกระทำผิดหรือไม่ พลตำรวจโท รุทธพล เน้นย้ำว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา แม้เบื้องต้นจะถูกจับกุมพร้อมของกลางในออสเตรเลีย แต่ฝ่ายไทยยังคงต้องพิจารณาพยานหลักฐานอื่นประกอบการสืบสวนอย่างรอบด้านสำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับมาตรการตรวจสอบสัมภาระที่สนามบิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่าจะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง…

  • แฉแชตปริศนา ทักหาแอร์ฯ สาว ถามรับหิ้วของไปออสเตรเลียมั้ย หลังแอร์สาวไทย ถูกจับเฮโรอีน

    เพจ Darkside สายการบิน เปิดโปงแชทต้องสงสัยชวนรับหิ้วของเข้าออสเตรเลีย หลังพบคดีพนักงานสายการบินถูกจับยาเสพติด เตือนภัยระวังตกเป็นเหยื่อจากกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลียได้รายงานเหตุการณ์จับกุมพนักงานสายการบินรายหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งถูกตรวจพบว่าซุกซ่อนยาเสพติดประเภทเฮโรอีน ปริมาณ 1 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เข้าสู่ประเทศออสเตรเลีย และยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่นั่นตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก Darkside สายการบิน ได้โพสต์ภาพการสนทนาผ่านแชทเกี่ยวกับการรับฝากหิ้วของเข้าประเทศออสเตรเลีย โดยมีฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ฝากและอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใครกำลังถูกสอบถามพร้อมกันนี้ ทางเพจได้ระบุข้อความเตือนภัยว่า โลกใบนี้ช่างโหดร้าย ผู้คนจึงต้องดูแลตนเอง โดยชี้ว่าผู้ที่อาจไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของอาชญากรอาจถูกหลอกได้ง่ายๆ เพียงแค่ดูชื่อก็อาจพอจะเอะใจ และยังกล่าวถึงกรณีที่โลกอาจไม่ยุติธรรมนักสำหรับผู้สุจริต พร้อมยกตัวอย่างเคสที่เคยมีผู้แจ้งบริษัทเรื่องลูกเรือรับหิ้วของเปิดเพจขายเป็นล่ำเป็นสัน แต่กลับถูกหัวหน้าเข้าข้างผู้กระทำผิด ทำให้ผู้แจ้งถูกบีบให้ออกในที่สุด จึงเป็นอุทาหรณ์ว่าไม่ควรไว้ใจใคร และหวังให้หน่วยงานศุลกากรกำจัดบุคคลเหล่านี้ให้หมดไปโพสต์ดังกล่าวในบทสนทนาที่ถูกนำมาเผยแพร่นั้น บุคคลที่ใช้ชื่อว่า “แป้งที่แปลว่าแป้ง” ได้ทักสอบถามถึงการรับหิ้วของจากประเทศไทยไปยังออสเตรเลีย ซึ่งอีกฝ่ายได้สอบถามถึงปลายทาง ก่อนที่ผู้ใช้ชื่อ “แป้งที่แปลว่าแป้ง” จะระบุว่าเป็นกระเป๋าใบเล็กรูปช้าง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกระเป๋าที่ถูกตรวจพบของกลางยาเสพติดในคดีก่อนหน้า แต่มีความแตกต่างตรงที่ด้านบนของช้างไม่มีคำว่า THAILANDนอกจากนี้ยังมีการสอบถามถึงวันที่จะเดินทางด้วย อย่างไรก็ตาม แชทดังกล่าวถูกเผยแพร่เพียงเท่านี้ และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าฝ่ายหลังได้ตกลงรับงานดังกล่าวหรือไม่หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยหลายรายระบุว่าเคยถูกผู้ที่ใช้ชื่อว่า “แป้งที่แปลว่าแป้ง” ทักเข้ามาสอบถามเรื่องการรับฝากหิ้วของไปยังประเทศออสเตรเลียในลักษณะเดียวกันอ่านข่าวเพิ่มเติมช็อกวงการสีกากี! เด้ง พ.ต.ท.…

  • ‘ดีเอสไอ’ ยันขอศาลออกหมายจับ ‘อนันต์ อัศวโภคิน’ คดีฟอกเงิน ตั้งแต่ มี.ค.69

    “อธิบดีดีเอสไอ“ ยอมรับ ขอศาลออกหมายจับ ”อนันต์ อัศวโภคิน“ 1 ในก๊วนคดีฟอกเงินวัดพระธรรมกาย ตั้งแต่ มี.ค.69 หลังอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดสั่งฟ้อง ระบุ “อนันต์“ แจ้งเหตุไม่สามารถเข้ารับทราบข้อกล่าวหาได้เนื่องจากต้องรักษาพยาบาลอาการภาวะไตวายอยู่ต่างประเทศกรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องนายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ผู้ต้องหาฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุได้มีการสมคบกันตาม ซึ่งระบุพฤติการณ์ว่ามีการเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินเพื่อปกปิดแหล่งที่มาที่มิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งพนักงานอัยการได้สั่งฟ้องคดีไปก่อนหน้านี้แล้วนั้นอัยการคดีพิเศษจ่อยื่นฟ้อง “อนันต์ อัศวโภคิน” คดีฟอกเงิน เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า สำหรับคดีดังกล่าวนี้ค่อนข้างมีกระบวนการประมาณหนึ่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ (ปลายปี 2562) อัยการคดีพิเศษได้มีหนังสือส่งสำนวนการสอบสวนกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้พิจารณาตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ว่าจะมีความเห็นแย้งในคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการหรือไม่ และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ในขณะนั้น) ได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบสวนคดีพิเศษที่ 10/2560 และความเห็นของพนักงานอัยการแล้ว มีความเห็นแตกต่างจากพนักงานอัยการ จึงได้มีความเห็นแย้งความเห็นของพนักงานอัยการให้ฟ้องผู้ต้องหาตามข้อกล่าวหาต่อมาจึงอยู่ระหว่างขั้นตอนที่รอให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาด กระทั่งภายหลัง (เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2567) อัยการสูงสุดในขณะนั้น (นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์) ได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุได้มีการสมคบกันตาม…

  • ลือสะพัด ! อดีตนายก อบต.ควนกาหลง หนีออกนอกประเทศแล้ว

    ติดตามความคืบหน้าคดีอดีตนายก อบต.ควนกาหลง จ.สตูล หลังถูกออกหมายจับข้อหาเรียกรับผลประโยชน์จากผู้สมัครสอบราชการ ล่าสุดยังไร้วี่แวว คาดหลบหนีออกนอกประเทศจากกรณีความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนกาหลง จังหวัดสตูล ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์เรียกรับผลประโยชน์จากผู้เสียหาย โดยอ้างว่าจะสามารถช่วยเหลือให้ผู้สมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นได้ แลกกับค่าตอบแทนจำนวนหนึ่ง จนมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าร้องเรียนล่าสุด เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ศาลจังหวัดสตูลได้อนุมัติหมายจับในคดีดังกล่าวถึง 3 หมาย อย่างไรก็ตาม แม้เวลาจะล่วงเลยมานานกว่า 10 วันแล้ว อดีตนายก อบต.ควนกาหลงก็ยังคงไร้วี่แววที่จะเข้ามอบตัวหรือถูกจับกุมตัวได้ในส่วนของความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในพื้นที่ พบว่ามีผู้เสียหายรวม 16 ราย โดยแยกเป็นสถานีตำรวจภูธร ดังนี้สถานีตำรวจภูธรควนกาหลง: มีผู้แจ้งความ 11 คน (ถอนแจ้งความไป 5 คน เหลือดำเนินคดี 6 คน)สถานีตำรวจภูธรเมืองสตูล: มีผู้แจ้งความดำเนินคดี 1 คนสถานีตำรวจภูธรละงู: มีผู้แจ้งความมากที่สุดถึง 9 คน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ข้อมูลว่สำนวนคดีทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนเตรียมยื่นเรื่องส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการอย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้เสียหายบางรายได้พยายามเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมในข้อหาฉ้อโกง แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบางสถานีปฏิเสธการรับแจ้งความ โดยอ้างเหตุผลว่าคดีได้หมดอายุความไปแล้ว ซึ่งสร้างความกังวลให้กับกลุ่มผู้เสียหายขณะเดียวกัน ข้อมูลจากแหล่งข่าวในหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่อดีตนายก อบต.ควนกาหลง อาจอาศัยช่องทางธรรมชาติหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้แล้ว…

  • ค้นห้อง “ลูกเรือสาว” ขยายผลขบวนการเฮโรอีนข้ามชาติ โทษหนักถึงประหาร

    ป.ป.ส. แท็กทีมออสซี่ ลุยค้นห้อง ป.ป.ส. แท็กทีมออสซี่ ลุยค้นห้อง "ลูกเรือสาว" ขยายผลขบวนการเฮโรอีนข้ามชาติ จ่อยกระดับสแกนเข้มสนามบิน เตือนสายรับหิ้วโทษหนักถึงประหารวันที่ 30 มิ.ย. 69 น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ชี้แจงถึงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่า ทางการประเทศออสเตรเลียได้ควบคุมตัวลูกเรือของสายการบินในข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียว่าที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ส. และ AFP มีความร่วมมือกันภายใต้ “ปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วม Taskforce Storm” มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง ขยายผลจับกุม และยึดทรัพย์ผู้ต้องหาทั้งในประเทศไทย ประเทศออสเตรเลีย และผู้ต้องหาที่หลบหนีไปยังประเทศต่างๆสำหรับกรณีนี้ ล่าสุด สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทาง AFP จนได้รับข้อเท็จจริงที่ชัดเจนแล้ว และจะนำข้อมูลดังกล่าวไปเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อทลายเครือข่ายการลักลอบส่งยาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลียต่อไปทั้งนี้ ในวันเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจค้นหอพักของหญิงสาวผู้ถูกกล่าวหารายดังกล่าว พร้อมสอบปากคำแฟนของผู้ต้องหา…